คำแนะนำสำหรับผู้เขียน

บทนำ
     วารสารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Journal of Computer and Creative Technology) ISSN 2985-1580 (Print) ISSN 2985-1599 (Online) เป็นวารสารที่จัดทำขึ้นโดยสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รับตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ จำนวน 2 ประเภทบทความ ได้แก่ บทความวิชาการ และบทความวิจัย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งวารสารมีวาระออกปีละ 3 ฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป ได้แก่ ฉบับที่ 1 ประจำเดือน มกราคม ถึง เมษายน ฉบับที่ 2 ประจำเดือน พฤษภาคม ถึง สิงหาคม ฉบับที่ 3 ประจำเดือน กันยายน ถึง ธันวาคม สำหรับขอบเขตของวารสาร ได้แก่ 1) การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการวิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์ 2) การศึกษาและบูรณาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต และ 3) สหวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม
     บทความที่ส่งเข้าจะได้รับการพิจารณาเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการเกี่ยวกับขอบเขตของวารสารและรูปแบบการเขียนบทความ จากนั้นบทความที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจะถูกส่งไปพิจารณาประเมินคุณภาพของบทความจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewer) อย่างน้อย 2 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายสถาบัน รูปแบบการประเมินบทความเป็นแบบผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ (Double-Blind Peer Review)
     กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาประเมินบทความที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น หรือกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเสนอขอตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ นอกจากนี้ วารสารขอให้ผู้นิพนธ์เคร่งครัดในการเขียนบทความภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International : CC BY-NC-ND 4.0) หากมีการใช้ข้อมูลของผู้นิพนธ์อื่นจะต้องระบุที่มา โดยห้ามดัดแปลง ห้ามใช้เพื่อการค้า พร้อมทั้งขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์และแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อกองบรรณาธิการก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์

1. การพิจารณาเบื้องต้น
     ในการพิจารณาบทความเบื้องต้น ทางวารสารจะพิจารณาประเภทของบทความ ขอบเขตของวารสาร และรูปแบบการเขียนบทความ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
         1.1 ประเภทของบทความ วารสารรับพิจารณาประเภทผลงานทางวิชาการ ดังนี้
             1. บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความทางวิชาการที่มีเนื้อหาสาระทางวิชาการถูกต้อง มีแนวคิดและการนำเสนอที่ชัดเจนเป็นประโยชน์ต่องานวิชาการ ประกอบด้วย บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ เนื้อหาส่วนที่ 1 มีหัวข้อเกี่ยวกับชื่อเรื่องเพื่อปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของผู้อ่าน เนื้อหาส่วนที่ 2 มีหัวข้อเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เหตุผลประกอบ การวิพากษ์วิจารณ์ การเพิ่มประเด็นโต้แย้งเพื่อแสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงแนวความคิดของผู้เขียนและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทความ ทั้งนี้จะต้องมีทฤษฎีและหลักฐานอ้างอิงตามหลักวิชาการ เนื้อหาส่วนที่ 3 มีหัวข้อเกี่ยวกับการเสนอความคิดเห็น แนวทางการแก้ไขปัญหา หรือข้อเสนอแนะ บทสรุป กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) เอกสารอ้างอิง
             2. บทความวิจัย (Research Article) เป็นงานวิจัยที่มีขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และผลงานวิจัยพบองค์ความรู้ใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิชาการหรือนำไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ วัตถุประสงค์งานวิจัย กรอบแนวคิดงานวิจัย การทบทวนวรรณกรรม วิธีดำเนินงานวิจัย ผลการวิจัย สรุปผลและอภิปรายผลการวิจัย ข้อเสนอแนะงานวิจัย กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) เอกสารอ้างอิง
         1.2 ขอบเขตของวารสาร วารสารรับพิจารณาสาขาของบทความตามขอบเขตของวารสาร ดังนี้
             1. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการวิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์ ขอบเขต ได้แก่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล คอมพิวเตอร์ธุรกิจ คอมพิวเตอร์ศึกษา เทคโนโลยีสื่อประสม ตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสำหรับการแก้ปัญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อการวิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์
             2. การศึกษาและบูรณาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ขอบเขต ได้แก่ การจัดการระบบนิเวศการเรียนรู้ นวัตกรรม คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
             3. สหวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม ขอบเขต ได้แก่ สหวิทยาการและบูรณาการความรู้ทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี รวมทั้งทักษะที่จำเป็นเพื่อใช้ในการพัฒนาอาชีพ ท้องถิ่น และสังคม รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของตน ชุมชน สังคม ประเทศชาติและสากล
       1.3 รูปแบบการเขียนบทความ วารสารรับพิจารณาเฉพาะบทความที่เขียนตามรูปแบบที่วารสารกำหนด

2. รูปแบบการเขียนบทความ
       2.1 การตั้งค่าหน้ากระดาษและตัวอักษรที่พิมพ์
             กำหนดการตั้งค่ากระดาษเป็น A4 ตัวอักษรที่พิมพ์ปกติให้ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 พอยต์ สีดำ แบบเดียวกันตลอดทั้งบทความ ยกเว้นชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ใช้ตัวอักษร ขนาด 16 พอยต์ หรือมีความความจำเป็นต้องใช้สัญลักษณ์หรือตัวพิมพ์พิเศษจากคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำได้
       2.2 ระยะห่างของขอบกระดาษ
             การตั้งระยะของการพิมพ์ให้เว้นขอบกระดาษ ดังนี้
                  1. ห่างจากขอบกระดาษด้านบน ระยะห่าง 2.84 ซม.
                  2. ห่างจากขอบกระดาษด้านซ้ายมือ ระยะห่าง 2.84 ซม.
                  3. ห่างจากขอบกระดาษด้านขวามือ ระยะห่าง 2.54 ซม.
                  4. ห่างจากขอบกระดาษด้านล่าง ระยะห่าง 2.54 ซม.
                  5. ระยะห่างระหว่างบรรทัด 1.0
       2.3 การย่อหน้า
             ให้เว้นระยะจากด้านซ้ายมือ 1 แท็บ (Tab) ให้เริ่มต้นที่ระยะ 1.00 ซม. แท็บต่อไป เพิ่มขึ้นอีกแท็บละ 0.50 ซม. เช่น 1.50, 2.00, 2.50, 3.00, 3.50 เป็นต้น
       2.4 จำนวนหน้าของบทความ
             จำนวนหน้า 6 - 18 หน้า (รวมตาราง กราฟ และรูปภาพ)
       2.5 เนื้อหาของบทความวิชาการ ประกอบด้วย
             1. ชื่อเรื่อง (Title) พิมพ์ทั้งชื่อเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาไทย
             2. ชื่อผู้เขียน (Author) ให้พิมพ์ทั้งชื่อและนามสกุลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยทุกคน
             3. ที่อยู่ (Address) ให้พิมพ์ สังกัด และที่อยู่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ระบุประเทศด้วย
             4. อีเมล ให้พิมพ์อีเมลของผู้เขียนหลักหรือผู้ประสานงานบทความ หลังข้อความ *Corresponding author: name (e-mail)
             5. บทคัดย่อ (Abstract) ให้พิมพ์บทคัดย่อทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดยเนื้อหาทั้งสองภาษาจะต้องสอดคล้องกัน และถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ จำนวนคำที่ปรากฎจะต้องไม่เกิน 400 คำ
             6. คำสำคัญ (Keywords) จำนวน 3 - 5 คำ ให้พิมพ์คำสำคัญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย
             7. บทนำ (Introduction) เป็นการเขียนจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเรื่องดังกล่าว ความสำคัญของเรื่อง หรืออาจยกปัญหาที่กำลังเป็นที่สนใจ หรืออาจกล่าวถึงประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับจากการอ่าน บทนำสามารถกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเขียน รวมทั้งขอบเขตเนื้อหาของบทความเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของบทความ
             8. เนื้อเรื่อง (Body) ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ที่มีหัวข้อเกี่ยวข้องกับการปูพื้นฐานเรื่องที่จะกล่าวถึง ส่วนที่ 2 ที่มีหัวข้อเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เหตุผล วิพากษ์ วิจารณ์ การเพิ่มประเด็นโต้แย้ง จะต้องเป็นไปตามหลักการ ทฤษฎี และมีหลักฐานอ้างอิงตามหลักวิชาการ ส่วนที่ 3 ที่มีหัวข้อเกี่ยวกับการนำเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ทั้งนี้จะต้องจัดลำดับเนื้อหาสาระให้เหมาะสม มีความต่อเนื่องและทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย สามารถใช้ภาพ ตาราง หรือแผนภูมิ สำหรับสื่อความเข้าใจไปยังผู้อ่านได้ง่ายขึ้น และภาษาที่ใช้ในการเขียนจะต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ
             9. บทสรุป (Conclusion) มีการสรุปประเด็นสำคัญของบทความจากหัวข้อที่นำเสนอ โดยนำมาเขียนเชื่อมโยงและรวมกันไว้ท้ายบท อาจกล่าวสรุปเนื้อหาว่ามีความสำคัญอย่างไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ทั้งนี้อาจเพิ่มประเด็นคำถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านได้แสวงหาความรู้ต่อไป
            10. กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) (Acknowledgement) เป็นการกล่าวถึงทุนที่สนับสนุนการดำเนินงานจนนำไปสู่การเขียนบทความวิชาการ โดยระบุ ชื่อทุน ชื่อหน่วยงานหรือผู้ให้ทุน และปีงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งหากไม่มีทุนสนับสนุนก็ไม่ต้องระบุ
            11. การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Declaration of Generative AI) หากใช้ AI ขอให้ระบุเครื่องมือที่ใช้พร้อมคำสั่ง และระบุหัวข้อที่ใช้ AI สนับสนุน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามนโยบาย AI ของวารสาร
            12. การแสดงบทบาทผู้เขียน (CRediT Author Statement) ให้ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่ละคนในบทความ โดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดในหัวข้อนี้ ตัวอย่างบทบาทตามระบบ CRediT ได้แก่ Conceptualization, Methodology, Software, Validation, Formal Analysis, Investigation, Resources, Data Curation, Writing - Original Draft, Writing - Review & Editing, Visualization, Supervision, Project Administration, and Funding Acquisition.
            13. เอกสารอ้างอิง (References) ให้ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ (American Psychological Association 7th edition).

       2.6 เนื้อหาของบทความวิจัย ประกอบด้วย
             1. ชื่อเรื่อง (Title) พิมพ์ทั้งชื่อเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาไทย
             2. ชื่อผู้เขียน (Author) ให้พิมพ์ทั้งชื่อและนามสกุลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยทุกคน
             3. ที่อยู่ (Address) ให้พิมพ์ สังกัด และที่อยู่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ระบุประเทศด้วย
             4. อีเมล ให้พิมพ์อีเมลของผู้เขียนหลักหรือผู้ประสานงานบทความ หลังข้อความ *Corresponding author: name (e-mail)
             5. บทคัดย่อ (Abstract) ให้พิมพ์บทคัดย่อทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดยเนื้อหาทั้งสองภาษาจะต้องสอดคล้องกัน และถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ จำนวนคำที่ปรากฎจะต้องไม่เกิน 700 คำ
             6. คำสำคัญ (Keywords) จำนวน 3 - 5 คำ ให้พิมพ์คำสำคัญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย
             7. บทนำ (Introduction) เป็นการเขียนถึงที่มาและความสำคัญของเรื่องและเหตุผลที่ศึกษาเรื่องนั้น แสดงให้เห็นว่าปัญหาหรือหัวข้อวิจัยนั้นมีคุณค่าควรแก่การศึกษาและค้นคว้าหาคำตอบ มีการกล่าวอ้างอิงถึงงานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เห็นถึงความสำคัญ วิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหา ผลการศึกษาค้นคว้าหรือข้อค้นพบ เป็นต้น
             8. วัตถุประสงค์งานวิจัย (Research Objectives) เป็นการกล่าวถึงความมุ่งหมายของการวิจัยว่าต้องการศึกษาอะไร วัตถุประสงค์ของการวิจัยควรสอดคล้องกับชื่อเรื่อง และหากมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยมากกว่าหนึ่งข้อให้เขียนแยกเป็นข้อ ๆ เรียงลำดับของการดำเนินงานวิจัย
             9. การทบทวนวรรณกรรมและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) เป็นการค้นคว้าเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการจะศึกษา ซึ่งงานที่นำมาอ้างอิงจะต้องมีความทันสมัยและตีพิมพ์เผยแพร่ย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี ยกเว้นทฤษฎีดั้งเดิมหรือเนื้อหาประเด็นที่มีความจำเป็นตามบริบทเดิมตามศาสตร์สาขาวิชานั้น ๆ ที่สามารถอ้างอิงเกิน 10 ปีได้ นอกจากนี้ควรมีการสังเคราะห์ข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมจนนำไปสู่การเชื่อมโยงทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้สำหรับการกำหนดกรอบในการวิจัยสู่การอภิปรายผลการวิจัยต่อไป
             10. กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) (ถ้ามี) เป็นการกำหนดกรอบความคิดและเชื่อมโยงทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่แสดงให้เห็นถึงตัวแปรหรือขอบเขตของงานวิจัย
             11. วิธีดำเนินงานวิจัย (Research Methodology) อธิบายถึงวิธีดำเนินการศึกษา โดยให้อธิบายตามศาสตร์ของแต่ละสาขาวิชาตามเนื้อหาของขอบเขตของวารสารและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
             12. ผลการวิจัย (Results) ให้เขียนรายงานผลการวิจัยให้สอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยเขียนอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย และถูกต้องตามหลักวิชาการ หากมีภาพ ตาราง หรือแผนภูมิ ให้อธิบายผลที่เกิดขึ้นใต้ภาพ ตาราง หรือแผนภูมิ ให้ครบถ้วน
             13. สรุปผลการวิจัย (Conclusion) เป็นการสรุปผลที่ได้จากการวิจัย
             14. อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) มีการอภิปรายผลที่เกิดขึ้น โดยเขียนขยายองค์ความรู้ที่ได้จากการสรุปผลให้ชัดเจนขึ้น มีการแสดงเหตุผลและอ้างอิงทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการวิจารณ์อย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือตามหลักวิชาการ
             15. ข้อเสนอแนะงานวิจัย (Recommendation) เป็นการให้ข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นจากผลการวิจัย หรือข้อค้นพบจากการวิจัย สามารถให้ข้อเสนอแนะในการใช้ประโยชน์ หรือเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไปได้
            16. กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) (Acknowledgement) เป็นการกล่าวถึงทุนที่สนับสนุนการดำเนินงานจนนำไปสู่การเขียนบทความวิชาการ โดยระบุ ชื่อทุน ชื่อหน่วยงานหรือผู้ให้ทุน และปีงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งหากไม่มีทุนสนับสนุนก็ไม่ต้องระบุ
            17. การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Declaration of Generative AI) หากใช้ AI ขอให้ระบุเครื่องมือที่ใช้พร้อมคำสั่ง และระบุหัวข้อที่ใช้ AI สนับสนุน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามนโยบาย AI ของวารสาร
            18. การแสดงบทบาทผู้เขียน (CRediT Author Statement) ให้ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่ละคนในบทความ โดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดในหัวข้อนี้ ตัวอย่างบทบาทตามระบบ CRediT ได้แก่ Conceptualization, Methodology, Software, Validation, Formal Analysis, Investigation, Resources, Data Curation, Writing - Original Draft, Writing - Review & Editing, Visualization, Supervision, Project Administration, and Funding Acquisition.
            19. เอกสารอ้างอิง (References) ให้ใช้รูปแบบการอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ (American Psychological Association 7th edition).

3. การเขียนเอกสารอ้างอิง
      รายละเอียดเพิ่มเติม

4. การใส่ตารางและภาพประกอบ
     1. การใส่ตาราง ต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งชื่อตารางและเนื้อหา โดยใส่คำว่า “Table.” พร้อมทั้งเลขกำกับตารางเป็นเลขอารบิค เช่น Table 1. Table 2. เป็นต้น วางอยู่ด้านบนของตารางให้ชิดขอบกระดาษด้านซ้ายมือ และอยู่ห่างจากเส้นบนของตาราง 1 บรรทัด หากมี “ที่มา” ให้ใส่ไว้ด้านล่างของตารางโดยไม่ต้องเว้นบรรทัด ใส่คำว่า “Source:”และพิมพ์ชิดขอบตารางด้านซ้าย ตามด้วยเครื่องหมายทวิภาค (:) จากนั้นใส่อ้างอิง ดังตัวอย่าง Table 1.



     2. ภาพประกอบต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งชื่อตารางและเนื้อหา โดยใส่คำว่า “Figure” พร้อมทั้งเลขกำกับภาพเป็นเลขอารบิค เช่น Figure 1. Figure 2. เป็นต้น วางอยู่ด้านใต้ของภาพ จัดคำอธิบายไว้ชิดซ้าย และอยู่ห่างจากเส้นล่างของภาพ 1 บรรทัด จัดวางตำแหน่งของรูปภาพไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ ขนาดของภาพให้ความกว้างของภาพไม่ต่ำกว่า 13 ซม. และภาพต้องมีความคมชัด หากมี “ที่มา” ให้ใส่ไว้ด้านล่างของตารางโดยไม่ต้องเว้นบรรทัด ใส่คำว่า “Source:”และพิมพ์ชิดขอบตารางด้านซ้าย ตามด้วยเครื่องหมายทวิภาค (:) จากนั้นใส่อ้างอิง ตัวอย่างดัง Figure 1.



5. จริยธรรมการตีพิมพ์
    วารสารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Journal of Computer and Creative Technology) ได้กำหนดจริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics) สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมของคณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics : COPE) และประกาศศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย เรื่อง การประเมินด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 และประกาศแก้ไขเพิ่มเติม เรื่อง การประเมินด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI พ.ศ. 2566 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ประกอบด้วย จริยธรรมของบรรณาธิการ (Editors) จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ (Reviewer) และจริยธรรมของผู้นิพนธ์ (Author) (รายละเอียดเพิ่มเติม)

6. นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสร้างสรรค์
     ด้วยความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่มีที่สุด อย่างไรก็ตามด้วยวัตถุประสงค์ของวารสาร คือ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ วารสารจึงมีความจำเป็นต้องเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพ วารสารจึงขอประกาศนโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (รายละเอียดเพิ่มเติม)

7. การส่งบทความต้นฉบับ
     การส่งบทความเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ สามารถส่งได้ผ่านช่องทางเดียว คือ ระบบบริหารจัดการบทความ ThaiJo ที่เว็บไซต์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jcct หรือหากมีข้อสงสัย หรือต้องการประสานงานด้านต่าง ๆ สามารถติดต่อได้ผ่านทางอีเมลล์ jcct@srru.ac.th
    ส่งบทความ

8. ค่าธรรมเนียมการลงตีพิมพ์
     วารสารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสร้างสรรค์ ขอประกาศค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความและคำชี้แจงขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความ (Article Processing Charges: APCs) (รายละเอียดเพิ่มเติม)

(ปรับปรุงข้อมูลวันที่ 8 มกราคม 2569)