แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนกลุ่มบึงสัมพันธ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2
คำสำคัญ:
คำสำคัญ : แรงจูงใจบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู 2.เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู ประชากรได้แก่ ครู 120 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้จากการประมาณค่าขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970 : น.607-610) ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 97 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง โดยสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน
ผลการวิจัย : 1. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า สูงสุด คือด้านความรับผิดชอบ รองลงมา คือ ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ และต่ำสุด คือ ด้านความก้าวหน้าในงาน 2. แนวทางการพัฒนาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู มีพหุแนวทาง มี 10 แนวทาง มีดังนี้ 1) ใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเต็มความสามารถ 2) รู้สึกพอใจและภูมิใจผลสำเร็จของงาน 3) ผู้บังคับบัญชาเพื่อนร่วมงาน ยอมรับในความรู้ความสามารถและการทำงานของครู 4) ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานให้การยอมรับความคิดเห็นของท่าน 5) งานที่ทำเป็นงานที่ท้าทายความรู้ความสามารถ 6) งานที่ได้รับมอบหมายงานที่ตรงกับมาตรฐานตำแหน่งของท่าน 7) การยอมรับในความผิดพลาดของการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นนำมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานในครั้งต่อไป 8) การปฏิบัติงานโดยยึด กฎ ระเบียบ และแนวทางการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 9) มีโอกาสได้พิจารณาเลื่อนขั้นจากผู้บริหาร 10) สามารถสร้างเครือข่ายในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
รายการอ้างอิง
ขนิษฐา แพงพุก. (2560). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานองค์การบริหารส่วนตําบลในเขตอําเภอ
พานทอง จังหวัดชลบุรี. งานนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน
ศาสตร์,วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ณัฐดนัย ไทยถาวร. (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนระดับประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี.
วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ปาจรีย์ คะประสิทธิ์ และ ศัจนันท์ แก้ววงศ์ศรี. (2567). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน
ประถมศึกษาในอำเภอเทพา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3.
สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
พรภวิษย์ บาทขุนทด. (2567). แนวทางการพัฒนาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา
แห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(4), 116–130.
วรรณภา นันทะแสง. (2566). ปัจจัยแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูยุคดิจิทัลในโรงเรียน สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2. วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 3(3),
-290.
ศิริลักษณ์ สมพงศ์ และ พระศรีวชิรวาที. (2567). การบริหารงานบุคคลที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการ
ปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2.
วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์, 7(2), 248-261.
สุกัญญา โพธิ์ศรี, ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์ (2023), แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรในกลุ่ม
โรงเรียนสหวิทยศึกษา อำเภอวิหารแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี
เขต 2, วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 32-47.
สุภาวดี ฤทธิวงศ์ และ ศัจนันท์ แก้ววงศ์ศร. (2565). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนขนาดเล็ก
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1. สารนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
อรสา เพชรนุ้ย. (2560). การศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
Alderfer, C.P. (1972). Existence. Relatedness and Growth. New York : Free press, Qurted
in Feldman, Danial C and Arnold, Hugh J. Management Individual and Group
Behavior in Organizations. Tokyo : McGraw-Hill international Book Company.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. (1959). The motivation to work. New York:
McGraw-Hill Book.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.