วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac <p><strong>Journal of the Graduate Arts Club<br />วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์<br /></strong></p> <p>ISSN 2985-0533 (Online)<br /><br /><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์เผยแพร่</strong><strong><br /></strong> "วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์" เป็นวารสารสำหรับการเผยแพร่ผลงานวิชาการและผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ของคณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษาผู้สนใจทั่วไปและแขนงวิชาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผลงานในเชิงบูรณาการหลักการบริหารจัดการนิติบุคคล รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการ สังคมวิทยา พัฒนาสังคม การศึกษา และสหวิทยาการทางสังคมศาสตร์ที่เชื่อมโยงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนบทวิเคราะห์ที่เสนอทางออกให้กับปัญหาที่อยู่ในความสนใจของสังคม มีกำหนดเผยแพร่วารสารฉบับปกติ (Regular Issues) ปีละ 4 ฉบับ ทั้งนี้ผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง</p> ชมรมบัณฑิตศิลป์ th-TH วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ 2985-0533 ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนมณฑลนครชัยศรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1950 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มโรงเรียนนครชัยศรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 และ 2) พัฒนาแนวทางภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มโรงเรียนนครชัยศรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ประชากรที่ใช้ คือ ผู้บริหารโรงเรียนและครูในกลุ่มโรงเรียนมณฑลนครชัยศรี จำนวน 141 คน จากโรงเรียน 9 แห่ง กลุ่มตัวอย่างคือ 103 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามความคิดเห็น และการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง โดยมีผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์จำนวน 3 คนผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มโรงเรียนนครชัยศรี มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความสามารถในการโน้มน้าวใจมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี และด้านการยอมรับมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด</li> <li>แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มนครชัยศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต 2 มีดังนี้ 1) ผู้บริหารเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและวางแผนการทำงาน ทำให้ครูรู้สึกมีคุณค่าและความสำคัญในองค์กร 2) ผู้บริหารเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในสถานศึกษา 3) ผู้บริหารให้ความเคารพ ให้กำลังใจ และจริงใจต่อเพื่อนร่วมงาน (4) ผู้บริหารส่งเสริมให้บุคลากรก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีคุณวุฒิสูงขึ้น 5) ผู้บริหารใช้กิริยาวาจาและกิริยามารยาทที่สุภาพกับบุคลากรของสถานศึกษา 6) ผู้บริหารอำนวยความสะดวกด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน 7) ผู้บริหารมีส่วนร่วมในกิจกรรมสัมพันธ์ชุมชนตามความเหมาะสม</li> </ol> ฐาปนี ชิดชมนาค ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มบูรพาศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1952 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มบูรพาศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 2) เพื่อศึกษาแนวทาง การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มบูรพาศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 <strong>ประชากร</strong> ได้แก่ ผู้บริหารและครู จาก 14 โรงเรียน จำนวน 239 คน <strong>กลุ่มตัวอย่าง</strong>&nbsp; จำนวน 148 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า </strong></p> <ol> <li class="show">ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มบูรพาศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการรวบรวมวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล รองลงมา คือ ด้านการจินตนาการภาพอนาคตที่ควรเป็น และต่ำสุด คือ ด้านการตรวจสอบความเชื่อร่วมกัน</li> </ol> <ol start="2"> <li class="show">แนวทางการส่งเสริมที่ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นตรงกัน จำนวน 3 คน เกี่ยวกับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโรงเรียน&nbsp; มีแนวทางดังต่อไปนี้ 1) มีการกำหนดเป้าหมายทุกครั้งที่จะทำงาน โดยให้ทุกคนที่รับผิดชอบ มีส่วนร่วมและมีมติเห็นชอบ 2) ผู้บริหารให้ครูและบุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานและดำเนินงานต่างๆ ในโรงเรียน 3) สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยให้ครู ผู้บริหาร และคณะภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร มีการวิพากษ์หลักสูตรสถานศึกษา 4) ผู้บริหารสามารถให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และช่วยเหลือครูเมื่อเกิดปัญหา 5) ผู้บริหารควรสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์การทำงาน ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 6) ผู้บริหารกระตุ้นให้ครูจัดทำรายงานการประเมินตนเองเพื่อนำผลมาปรับปรุงพัฒนาตนเอง และปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li> </ol> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;</p> สุรีมาศ เนื่องโนราช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 การบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1954 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่องการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครูในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 76 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า </strong></p> <ol> <li class="show">การบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านมุทิตา รองลงมา คือ ด้านอุเบกขา และต่ำสุด คือ ด้านกรุณา</li> <li class="show">แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเพชรบัวงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารเป็นแบบอย่างของความเมตตาในทุกระดับ 2) ผู้บริหารมีการตักเตือนแบบส่วนตัว 3) ผู้บริหารมีการเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการบริหาร และ 4) ผู้บริหารมีการเสริมสร้างวัฒนธรรมการตัดสินใจที่มีหลักฐาน ส่งเสริมการตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูลที่มี และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติ</li> </ol> ธันย์สุตา ทับทิมดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 Developing a Strategic Management Guidelines on Handling Emergency Incidence for Kindergartens of Chengdu Fujin Kindergarten, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1961 <p>The objective of this research was to develop strategic management guidelines of handling emergency incidence for kindergartens of Chengdu Fujin Kindergarten, China. Cheng Du fujin Kindergarten was used as a case study. The samples were divided into two groups, namely 1) 80 teachers, and 2) 286 parents in the kindergarten. The research instruments employed questionnaires. The information and data collected were analyzed through the content analysis method and presented in terms of frequency, mean and standard deviation. The finding indicated that: 1) problems and needs of handling emergency incidence for kindergartens of Chengdu Fujin Kindergarten, China were at the “Highest” level; 1.1) You cannot take emergency evacuation measures in the event of a fire. 1.2) You do not conduct regular human emergency drills. 1.3) You think the school’s emergency drill plan is clear. 1.4) You are unable to remain calm and rationally assess the situation when faced with an emergency. 1.5) You can obtain emergency information through school notices, websites, text, messages, etc. 2) strategic management guidelines of handling emergency incidence for kindergartens were 2.1) Prevention focuses on creating a safe and supportive school environment. Schools should implement mental health promotion programs and train staff to identify at-risk students. 2.2) Preparation and planning to provide a structured response during emergencies. Schools must establish a Critical Incident Management Team (CIMT) with clear roles, including communication, media management, and student support.</p> Kang Li Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 Developing the Management Guidelines for Evaluation System of Kindergarten Teachers of Chengdu Fujin Kindergarten, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1970 <p>The objective of this research was to develop management guidelines of evaluation system of kindergarten teachers of Chengdu Fujin Kindergarten, China. The samples in this research project were divided into 2 groups; namely 1) 36 teachers and 2) 6 administrators The research instrument used in this study was rating scale questionnaire, including 30 questions for teachers and 30 questions for administrators. The collected data and information were analyzed, interpreted, and presented in the form of frequency, percentage, mean, and standard deviation. The research finding indicated that 1) problems of the evaluation method of teachers were at high level; 1.1) Our current teacher evaluation system is designed to encourage teachers to grow and develop better. 1.2) Teachers have a full voice and participation in the process of teacher evaluation. 1.3) Kindergartens pay attention to parental participation in the process of teacher evaluation. 1.4) Kindergarten teacher evaluation pays special attention to teachers' ethics. 1.5) The evaluation of kindergarten teachers pays special attention to their performance. 1.6) Kindergarten teacher evaluation pays special attention to the ability of teachers. 2) management guidelines of evaluation system of kindergarten teachers consisted of 3 parts; 2.1) The School Management 2.2) Evaluation System of Kindergarten Teachers 2.3) The Current Situations of Management Guidelines for Evaluation System of Kindergarten Teachers.</p> Wu Juan Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 Developing the Personnel Administration Guidelines of Teachers’ Conflict Management of Jinniu Jiaozi Kindergarten, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1972 <p>The objective of this research was to develop personnel administration guidelines of teachers’ conflict management of Jinniu Jiaozi Kindergarten, China. For the investigation of problems and needs, the samples were divided into 2 groups, namely: 1) 148 teachers; 2) 56 administratiors that employed by stratified random sampling method. This study used a set of questions from a questionnaire and focus group discussion sessions. Rating scales were used to rate the degree of problems and needs. The collected information and data were analyzed through content analysis and presented in the form of frequency, mean, and standard deviation. The findings indicated that: 1) current situation to enhance teachers’ conflict management were all at the “Highest” level. 1.1) Lack of effective communication and understanding among teachers, uneven distribution of resources and time leading to quality challenges. 1.2) The absence of a transparent conflict resolution framework. 1.3) I believe that ongoing professional development in the field of education is crucial to improving the quality of education. 1.4) In team collaboration, teachers can maintain respect and tolerance for different professional perspectives and educational concepts. 1.5) Effective communication and understanding between teachers on professional perspectives and educational theories. and 2) The personnel administration guidelines of teachers’ conflict management were 2.1) Effective communication and understanding between teachers on professional perspectives and educational theories, 2.2) Effective communication among team members helps maintain a respectful and inclusive work atmosphere, 2.3) The team's conflict resolution mechanism is transparent and clear to members, 2.4) The team's conflict resolution mechanism can flexibly respond to different types of conflict situations, 2.5) Think the distribution of work tasks within a team is generally clear and transparent.</p> Tao Jing Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1975 <p><strong>วัตถุประสงค์</strong>: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 และ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 โดยใช้กรอบแนวคิดของแบส &amp; อาโวลิโอ(Bass &amp; Avolio 1994,p<strong>. </strong>213) ประชากร ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 จำนวน 561 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 234 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา</p> <p><strong>ผลการวิจัย</strong><strong>: </strong>พบว่า 1)ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ รองลงมาคือ การกระตุ้นทางปัญญา และต่ำสุดคือ การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 มีพหุแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ 2) ผู้บริหารให้คำแนะนำในการทำงานของบุคลากรทุกคน 3) ผู้บริหารวางแผน หาวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกัน 4) ให้คำปรึกษาและแนวทางในการช่วยเหลือบุคลากร 5) ยินดีในความสำเร็จด้วยความจริงใจ 6) การเข้าถึงให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นกัลยาณมิตร</p> รฐนนท์ พรหมรำไพวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนกลุ่มเครือข่ายอำเภอเมืองนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1980 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษา 1) สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนกลุ่มเครือข่ายอำเภอเมืองนครสวรรค์&nbsp; สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 และ <strong>2</strong>) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนกลุ่มเครือข่ายอำเภอเมืองนครสวรรค์&nbsp; สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 <strong>ประชากร</strong> ได้แก่ ครูในโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายอำเภอเมืองนครสวรรค์&nbsp; สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 จำนวน 495 คน <strong>กลุ่มตัวอย่าง</strong> โดยใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน (Robert V. Krejcie, and Daryle W. Morgan<strong>.</strong>1970:608) ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 217 คนเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา</p> ชัยมงคล คล้ายยอม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 การบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/1993 <p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต จำนวน 130 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา &nbsp;</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า </strong></p> <ol> <li class="show">การบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน รองลงมา คือ การมีส่วนร่วมในการประเมินผล และต่ำสุด คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ</li> <li class="show">แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี มีดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ร่วมงาน 2) ผู้บริหารให้โอกาสผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และปรับปรุง พัฒนาเป้าหมายของสถานศึกษา 3) ผู้บริหารและคณะครูมีส่วนร่วมในการสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ในการจัดการศึกษา 4) ผู้บริหารและคณะครู มีส่วนร่วมในผลที่เกิดขึ้นในทางลบเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจากการบริหารงานทุกฝ่ายให้การยอมรับ พร้อมช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 5) ผู้บริหารและคณะครูมีส่วนร่วมในการรับผลที่เกิดขึ้นในทางบวก การได้รับสนับสนุนด้านสวัสดิการ การยกย่องชมเชย 6) ผู้บริหารและคณะครู มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การดำเนินงาน กำหนดแนวทางการปรับปรุงการปฏิบัติงานของสถานศึกษา 7) ผู้บริหารและคณะครู มีส่วนร่วมในการนิเทศ ติดตาม วิธีการประเมินผลความก้าวหน้าของสถานศึกษา</li> </ol> นภัทร สีหะวงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 4 2 ทักษะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มคุณภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2005 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทักษะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มคุณภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2&nbsp; 2) เพื่อศึกษาแนวทางทักษะการพัฒนาการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มคุณภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2&nbsp; ประชากรได้แก่ &nbsp;ครูที่อยู่โรงเรียนในกลุ่มภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 142 คน และผู้สัมภาษณ์จำนวน 3 คน โดยผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างโดยสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า</strong> 1. ทักษะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มคุณภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก โดยเรียงจากค่าเฉลี่ยจากน้อยไปมาก คือ บริบท สถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อม รองลงมาคือ ด้านศักยภาพในการรับและส่งสาร และค่าเฉลี่ยที่น้อยที่สุดคือ ด้านความน่าเชื่อถือ 2. แนวทางการพัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มคุณภาพที่ 17 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 จากประเด็นสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ นำประเด็นที่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ด้าน ข้อที่มีความเห็นตรงกันทั้ง 3 ท่าน นำมาเป็นแนวทางการพัฒนาดังนี้ 1) ผู้บริหารสื่อสารทางวาจากับครูที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง 2) นำเทคโนโลยีหรือแผนภาพเข้ามาช่วยในการอธิบายหรือยกตัวอย่าง 3) จัดเก็บเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บุคลากรครูสามารถเข้าถึงและค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่าย 4) พิจารณาว่าข่าวสารนี้เกี่ยวข้องกับบุคลากรกลุ่มใดบ้าง เช่น ครูทุกระดับชั้น ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้เฉพาะ หรือบุคลากรสนับสนุน 5) เรียกประชุมย่อยเฉพาะครูที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหัวหน้ากลุ่มงานจะมีการจัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแจ้งรายละเอียดและเปิดโอกาสให้ซักถาม 6) ก่อนที่ผู้บริหารจะสื่อสารข้อความใด ๆ จะตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา คำสะกด และไวยากรณ์อย่างละเอียด 7) สนับสนุนและส่งเสริมให้ครูใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้โปรแกรมนำเสนอ การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ&nbsp; 8) ผู้บริหารใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงครูได้ทุกกลุ่ม เช่น การประชุม เว็บไซต์โรงเรียน แอปพลิเคชั่น&nbsp; &nbsp;บอร์ดประชาสัมพันธ์ 9) ผู้บริหารมีการประชุมกลุ่มย่อย หรือการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 10) มีการอัพเดทข่าวสารสำคัญผ่านทาง แอปพลิเคชันต่าง ๆ&nbsp; หรือเพจของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ</p> อังคนา ดีรัศมี ดร.บุญธิดา เทวาพิทักษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 การใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2014 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ 2) แนวทางการพัฒนา&nbsp;&nbsp;&nbsp; การใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตามแนวคิดของของเฟรนช์และราเวนส์ (French and Raven, 1959, pp. 261-264) ประชากรที่ใช้ศึกษาเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จำนวน 128 คน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จํานวน 97 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">ระดับการใช้อํานาจของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านอํานาจความเชี่ยวชาญ รองลงมา คือ ด้านอํานาจการให้รางวัล และน้อยสุดคือ ด้านอํานาจทางกฎหมาย</li> <li class="show">แนวทางการพัฒนาการใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดหนองค้อ สังกัดสำนักการศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีมีหพุแนวทาง ดังนี้ (1) ผู้บริหารควรมีการให้รางวัลครูและบุคลากรทุกปี (2) ผู้บริหารควรมีบุคลิกภาพที่น่าเคารพนับถือ (3) ผู้บริหารควรมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ (4) ผู้บริหารควรนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ</li> </ol> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>คำสำคัญ </strong><strong>: การใช้อำนาจของผู้บริหาร , อำนาจความเชี่ยวชาญ , อำนาจการให้รางวัล</strong></p> อมรรัตน์ บุญปั้น ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 ทักษะของผู้บริหารโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2019 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทักษะของผู้บริหารโรงเรียนโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์&nbsp; สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) แนวทางการพัฒนาทักษะของผู้บริหารโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร ประชากรที่ใช้ศึกษา คือ ครูโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามความคิดเห็นและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่&nbsp; ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต (μ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ทักษะของผู้บริหารโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ทักษะด้านความรู้ความคิด รองลงมา คือ ทักษะด้านเทคนิค ทักษะด้านการศึกษาและการสอน ทักษะด้านมโนภาพหรือความคิดรวบยอด และ ต่ำสุด คือ ทักษะด้านมนุษย์</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) แนวทางการพัฒนาทักษะของผู้บริหารโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร มีแนวทางดังต่อไปนี้ 1) สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินการพัฒนาครูเข้ารับการอบรมทั้งภายในและภายนอก 2) กำหนดลักษณะของงานและความสำคัญของอำนาจหน้าที่ให้มองเห็นความสำเร็จ 3) มีแนวทางในการกำหนดนโยบายเพื่อเน้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 4) มีความเป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและให้คำแนะนำที่ดี ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ 5) จัดทำระบบประกันคุณภาพภายใน จัดทำรายงานประจำปี&nbsp; เพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาและหาข้อบกพร่อง 6) มีแนวทางในการวางแผนการทำงานที่เป็นระบบ วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้วิธีการวัดและประเมินผล กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน</p> จิรานุช อยู่น้อย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 Constructing Strategic Management Guidelines for the Preparation of Sport Players for On-Campus Sport Competitions in Shandong Collage of Highway Technician, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2022 <p>The objective of this research was to develop strategic management guidelines for the preparation of sport players for on-campus sport competitions in Shandong College of Highway Technician, China. The samples consisted of 385 students and 20 teachers that employed by stratified random sampling method. Data were collected by using a questionnaire that was reviewed for item-objective congruence (IOC) by three specialists, with IOC values ranging from 0.67 to 1.00. The data were analyzed by using content analysis and descriptive statistics, including frequency, mean, and standard deviation. The research findings indicated that 1) needs to enhance the preparation of sport players for on-campus sport competitions were all at the “Middle” level. There were (1) Students will adopt dietary strategies before competition to ensure adequate energy supply. (2) Students will perform physical preparation activities such as stretching or light exercise in the morning before competition. (3) Students have special technical preparation strategies to adapt to special situations they may encounter during competitions. (4) Students conducted teamwork training before the game to ensure effective implementation of tactics. (5) Students undergo special tactical and psychological preparation before the game adapting to the tense environment of the game. 2) the strategic management guidelines of the preparation of sport players for on-campus sport competitions comprised of 5 parts, namely: 1) Set clear and feasible competition goals for students, 2) Develop targeted training plans for students, 3) Develop targeted competition strategies and tactics for students, 4) Guidance and feedback from professional coaches can help improve athletes’ skill levels and competitive abilities, and 5) Provide students with comprehensive support, including physical health, nutritional support and psychological counseling, to ensure that athletes receive support and help in all aspects.&nbsp;</p> Ma Jing Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 Developing Strategic Management Guidelines of Lessening Stress for College Students: A Case Study of Bazhong Vocational and Technical College, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2021 <p>The objective of this research was to develop strategic management guidelines for lessening stress for college students of Bazhong Vocational and Technical College, China. The samples consisted of 353 students and 60 teachers, who were randomly with stratified random sampling method. Data were collected by using rating scale questionnaire, including 24 questions for teachers and 24 questions for students. That was reviewed for item-objective congruence (IOC) by three specialists, with IOC values ranging from 0.67 to 1.00. The data were analyzed by using content analysis and descriptive statistics, including frequency, mean, and standard deviation. The research finding indicated that 1) students believed that reducing stress requires an improvement in teacher expertise were at the "highest" level. Teachers indicated that mental health education should concentrate on enhancing students' cognitive skills at the "highest" level. School administrators indicated that college students need sufficient resources to manage stress and emphasize the importance of classroom environments at the "highest" level. 2) The strategic management guidelines for alleviating college student stress consisted of five parts, including (1) Stress Evaluation and Analysis, (2) Stress reduction goal setting and strategy planning, (3) Resource support and construction, (4) Stress reduction practice and skill development, (5) Evaluation and improvement.</p> Wang Haijun Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 Developing Strategic Management Guidelines for Recruiting Sport Players to Become Representative of College for Intercollegiate Sports in the Shandong College of Highway Technician, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/2023 <p>The purpose of this study was to develop strategic management guidelines for recruiting sport players to become representative of college for intercollegiate sports in Shandong College of Highway Technician, China. The samples consisted of 385 students and 20 teachers. The respondents were obtained through the stratified random sampling technique. Data were collected by using a questionnaire that was reviewed for item-objective congruence (IOC) by three specialists, with IOC values ranging from 0.67 to 1.00. The data were analyzed by using content analysis and descriptive statistics, including frequency, mean, and standard deviation. The research findings indicated that 1) needs for recruiting sport players to become representative of college for intercollegiate sports in the Shandong College of Highway Technician, China were all at the “High” level.&nbsp; 2) the strategic management guidelines for recruiting sport players to become representative of college for intercollegiate sports in the Shandong College of Highway Technician, China comprised of 8 parts, namely: 1) Background 2) Objectives , 3) Selection criteria , 4) Selection Procedure 4.1) Release of enrollment brochures 4.2) Registration and qualification review 4.3) Selection physical fitness test stage 4.4) Selection technical evaluation stage 4.5) Selection psychological test stage 4.6) Interview and comprehensive evaluation stage, 5) Training system 5.1) Formulate professional training plans 5.2) Professional coaching team 5.3) Strengthen theoretical learning 5.4) Mental health and physical training 5.5) Domestic and foreign exchanges and cooperation 5.6) Continuous follow-up evaluation, 6) Incentive mechanism 6.1) Scholarship system 6.2) Training support 6.3) Honor recognition 6.4) Further study benefits 6.5) Exchange and cooperation opportunities 6.6) Employment support, 7) Management measures 7.1) Formulate management rules and regulations 7.2) Establish personal files 7.3) Arrange professional coaching team 7.4) Academic management 7.5) Character education 7.6) Discipline constraints 7.7) Regular evaluation and assessment, and 8) Summary and feedback.</p> Sun Yingying Nithipattara Balsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานแนะแนวของโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/4168 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ 1) การดำเนินงานแนะแนวของโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม 2) แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานแนะแนวของโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการครูโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จำนวนทั้งสิ้น 80 คน และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ จำนวนทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จำนวน 1 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จำนวน 2 คน และครูแนะแนวโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ประเภท คือ แบบสอบถามความคิดเห็นและแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและมีการวิเคราะห์เนื้อหาจากแบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. การดำเนินงานแนะแนวของโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่ามัชฌิมเลขคณิตจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านบริการสำรวจข้อมูลเป็นรายบุคคล ด้านบริการให้คำปรึกษา ด้านบริการจัดวางตัวบุคคล ด้านบริการติดตามและประเมินผล และด้านบริการสนเทศ</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานแนะแนวของโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม มีดังนี้ 1) ผู้บริหารและครูควรร่วมกันพัฒนาระบบการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลนักเรียนรายบุคคลให้มีความเป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน 2) ผู้บริหารและครูควรร่วมกันพัฒนาแหล่งข้อมูลและระบบสารสนเทศทางการแนะแนว ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และเข้าถึงได้สะดวก 3) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูแนะแนวและผู้ให้คำปรึกษาได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง 4) ผู้บริหารและครูควรร่วมกันนำข้อมูลนักเรียนรายบุคคลมาวิเคราะห์ศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน เพื่อวางแผนส่งเสริม พัฒนา และให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม 5) ผู้บริหารและครูควรร่วมกันพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานแนะแนวให้มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ และ 6) ผู้บริหารและครูควรร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการแนะแนว</p> สุธิดา โด่งดัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มเครือข่ายบางแพ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 2 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/4197 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายบางแพ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 2 และ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มเครือข่ายบางแพ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 2 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 86 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร จำนวน 9 คน และ ข้าราชการครู จำนวน 77 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มเครือข่ายบางแพ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่ามัชฌิมเลขคณิตจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ด้านการกระตุ้นทางปัญญา และด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ตามลำดับ</p> <p>2. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ในกลุ่มเครือข่ายบางแพ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 2 ประกอบด้วย 1) ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ผู้บริหารควรประพฤติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาทักษะการบริหารตนเอง 2) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ผู้บริหารควรสร้างวิสัยทัศน์ร่วม สื่อสารเป้าหมายองค์กร และส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่บุคลากร 3) ด้านการกระตุ้นทางปัญญา ผู้บริหารควรส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ การใช้นวัตกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC และใช้ข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจ และ 4) ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ผู้บริหารควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มอบหมายงานตามศักยภาพ และส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง</p> ภาศิรัตน์ จันทร์อี่ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2 การพัฒนาองค์กรทางการศึกษาให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูงในยุคเปลี่ยนผ่านดิจิทัล https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/4156 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดและแนวทางการพัฒนาองค์กรทางการศึกษาให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูงในยุคเปลี่ยนผ่านดิจิทัล เนื่องจากองค์กรทางการศึกษาในปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี นโยบายการศึกษา ความคาดหวังของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม ตลอดจนความซับซ้อนของการบริหารจัดการที่ต้องอาศัยความคล่องตัว ความแม่นยำ และการตัดสินใจบนฐานข้อมูล การบริหารองค์กรทางการศึกษาในรูปแบบเดิมที่เน้นสายบังคับบัญชา ขั้นตอน และการทำงานแยกส่วน จึงอาจไม่เพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาในบริบทใหม่ แนวคิดองค์กรสมรรถนะสูงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้มีเป้าหมายชัดเจน มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีบุคลากรที่มีสมรรถนะ มีวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งคุณภาพ และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง บทความนี้เสนอองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาองค์กรทางการศึกษาให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง ประกอบด้วย 1) ภาวะผู้นำเชิงระบบและเชิงกลยุทธ์ 2) โครงสร้างและกระบวนการทำงานที่ยืดหยุ่น 3) การพัฒนาบุคลากรและทีมงานมืออาชีพ 4) การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการตัดสินใจ 5) วัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งคุณภาพและการเรียนรู้ และ 6) ระบบติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาองค์กรทางการศึกษาในลักษณะดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดความซ้ำซ้อนของระบบงาน ส่งเสริมการทำงานเชิงบูรณาการ และสนับสนุนการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู สถานศึกษา และระบบการศึกษาโดยรวมอย่างยั่งยืน</p> ยุทธนา สำราญกิจ อรอุษา ปุณยบุรณะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-01 2026-07-01 4 2