การออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมสมรรถนะนวัตกรรมและความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์, สมรรถนะนวัตกรรม, ความเป็นนวัตกร, EIKIMP Modelบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมสมรรถนะนวัตกรรมและความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ดำเนินการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1) การศึกษาปัญหาและบริบท 2) การออกแบบและพัฒนารูปแบบ 3) การตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ และ 4) การทดลองใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนอนุกูลนารี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ิทางการเรียน แบบประเมินการสร้างนวัตกรรม แบบประเมินความเป็นนวัตกร และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มไม่เป็นอิสระ (t-test dependent)
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น (EIKIMP Model) ประกอบด้วย 5 องค์์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการ จุดมุ่งหมาย ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน (ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน ความสามารถในการคิดเชื่อมโยงและบูรณาการความรู้ ความสามารถด้านการสื่อสาร ความสามารถในการสร้างชิ้นงานและการแก้ปัญหา ความสามารถด้านการประเมินและสะท้อนผลการเรียนรู้) การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขการนำไปใช้ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 2) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรมีอยู่่ในระดับดีมาก นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นนวัตกรอยู่่ในระดับดีมาก นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กฤษฎี กาศโอสถ. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับกระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นนวัตกรด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, มหาวิทยาลัยนเรศวร). มหาวิทยาลัยนเรศวร
นภาภรณ์ เพียงดวงใจ และมาเรียม นิลพันธุ์. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์. 9(2), 190-204.
เบญจรัตน์ เปรมปรีสุข และอุบลวรรณ ส่งเสริม. (2568). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นนวัตกรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1. Journal of Interdisciplinary Innovation Review. 8(4), 1-13.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รติ จิรนิรัติศัย และชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2567). การพัฒนารููปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและความเป็นนวัตกร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารพัฒนาการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยรังสิต. 18(2), 146-158.
โรงเรียนอนุกูลนารี. (2568). รายงานผลการประกันคุณภาพภายนอกสมศ. การประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2567.
วิชุดา วงศ์เจริญ. (2561). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
วิภาพรรณ พินลา และวิภาดา พินลา. (2565). การพัฒนารููปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้้สังคมศึกษาสำหรับนิสิตวิชาชีพ. วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต, 16(1), 155-168
ศิรภัสสร์ อินทรพาณิชย์, เดือนเพ็ญพร ชัยภักดี, พัทธนันท์ พาป้อ. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเชิงผลิตภาพเพื่อพัฒนาทักษะการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. วารสารวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน. 1(3).42-59.
ศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติ. (2561). คู่มือเครือข่ายสะเต็มศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (IPST). (2562). IPST Magazine: ปี 2562. นิตยสาร สสวท. สืบค้นจาก https://emagazine.ipst.ac.th/216/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค. สืบค้นจากhttps://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf
สุธาสินี ยันตรวัฒนา และวารีรัตน์ แก้วอุไร. (2568). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมผ่านแนวทางการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลําปาง. 2(1), 67-78.
สุวิไล จันทร์สนอง และชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2566). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพแบบผสมผสานร่วมกับการโค้ช เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา และการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. Journal of Roi Kaensarn Academi. 8(10), 327-348.
Arends, R. (2001). Learning to Teacher. Singapore: McGraw -Hill.
Biggs, J. B., & Moore, P. J. (1993). Process of Learning. Sydney: Practice-Hall.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2005). The systematic design of Instruction/Water Dick, Lou Carey, James O. Carey. Boston: Pearson/Allyn and Bacon.
Eisenkraft, A. (2003). Expanding the 5E model. The Science Teacher, 70(6), 56-59.
Gemma, R., Nora, P., Gemma, N., Josep, E., Baños, Mar, Carrió., (2019). Developing creative and research skills through an open and interprofessional inquiry-based learning course. BMC Medical Education. 19(134), 1-13.
Hughes, T.P. (2004). Human-built world: How to think about technology and culture. Chicago: University of Chicago Press.
Joyce, B. & Weil, M. (2009). Models of teaching. London: Pearson Education.
OECD. (2018). The future of education and skills: Education 2030. OECD Publishing.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.
Vasquez, J. A., Sneider, C., & Comer, M. (2013). STEM Lesson Essentials: Integrating Science Technology Engineering and Mathematics. Portsmouth, NH: Heinemann.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Lanna Academic Journal of Social Science

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Lanna Academic journal of social science เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง