การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1
คำสำคัญ:
การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 และ 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 จำนวน 196 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามความคิดเห็นและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1) การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารงานตามหลักความโปร่งใส รองลงมา คือ ด้านการบริหารงานตามหลักความคุ้มค่า และต่ำสุด คือ ด้านการบริหารงานตามหลักนิติธรรม
2) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1 มีแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารมีการบริหารงานวิชาการที่ชัดเจนและเป็นไปตามหลักสูตรท้องถิ่น 2) ผู้บริหารมีการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และมีการส่งเสริมครูและนักเรียนให้ได้รับการพัฒนา 3) ผู้บริหารเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้านต่างๆ 4) ผู้บริหารจัดทำนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน 5) ผู้บริหารบริหารงานได้ตามเป้าหมาย 6) ผู้บริหารให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เอกสารอ้างอิง
กลอยใจ ชวนศรีไพบูลย์. (2558). สุขภาพองค์การของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1.วิทยานิพนธ์
ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
ขวัญใจ ป้อมพระเดช. (2556). การศึกษาการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการ
บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ชาญชัย อาจินสมาจาร. (2560). การบริหารการศึกษาและทรัพยากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันเพื่อ
ความก้าวหน้าทางวิชาการ.
ทิพาวดีเมฆสวรรค์. (2558). สามประสานในการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี. นานา ทัศนะว่าด้วยการ
บริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี. นนทบุรี: สำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
นงนุช สุริวงค์. (2558). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพองค์การกับประสิทธิผลของสถานศึกษาเอกชน
ในจังหวัดพิจิตร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏ
นครสวรรค์.
พรรณีแดงเครือ. (2559). พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์เขต 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการ
บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเพชรบุรี.
อรัญญา สารีโพธิ์. (2558). ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพองค์การของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาหนองคาย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏ
อุดรธานี.
อัจฉรา พวงศุภวิวัฒน์. (2557). สุขภาพองค์การของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา
จังหวัดสุพรรณบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏ
นครปฐม.
อานันท์ ปันยารชุน. (2556). ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจ. นานาทัศนะว่าด้วยการบริหารกิจการ บ้านเมืองและ
สังคมที่ดี. นนทบุรี:
Ahmad, Aieman AL-OMARI. (2012). Organizational Health at Jordanian Secondary Schools.
Faculty of Educational Sciences, Department of Educational Foundations and
Administration. Zarga: Hashemite University, 85-101.
Cronbach, Lee J.(1978). Essentials of Psychological Testing, 3rded.New York : Haper & Row
Publisher.
John W. Best. (1970). Research in Education. 3rded. Englewood Cliffs, New Jersey : Prentice
Hall, Inc.
Likert, Rensis. (1961). New Pattems of Management. New York : Mc-Geaw Hall Book
Compang.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.