แนวทางการพัฒนาอาชีพหมอลำกลอน หมอแคนอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพ สภาพปัจจุบันปัญหาของหมอลำกลอน หมอแคน 2) ศึกษาค้นหาแนวทางในการสร้างเครือข่ายหมอลำกลอน และหมอแคน 3) หาแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาหมอลำกลอน หมอแคนให้มีอาชีพอย่างยั่งยืน พื้นที่ในการศึกษาวิจัยได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง กลุ่มผู้รู้ จำนวน 5 คน กลุ่มผู้ปฏิบัติ จำนวน 5 คน สมาชิกกลุ่มเครือข่ายหมอลำ หมอแคน อย่างน้อย 2 กลุ่ม จำนวน 30 คน รวมจำนวน 40 คน และกลุ่มบุคคลทั่วไป จำนวน 30 คน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วยแบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ การสังเกต การสนทนากลุ่ม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่าปัญหาของหมอลำและหมอแคน ขาดการรวมกลุ่มกันเพื่อความมั่นคงของวิชาชีพ ในด้านเวทีที่ไม่ได้มาตรฐานขาดความสวยงามจากไฟแสง สี เสียง เครื่องแต่งกายที่ดูล้าสมัย มีกลอนลำที่เก่าไม่ทันยุคสมัย ส่งผลให้เยาวชนที่มารับชมไม่สามารถตีความได้และอาจจะทำให้ขาดความนิยม และการประชาสัมพันธ์ที่เป็นวิธีการเดิมคือมีสำนักงานที่รอให้เจ้าภาพเข้ามาว่าจ้างเอง จึงใช้ปัญหาเหล่านี้มาถอดบทเรียนและเกิดการประชุมกลุ่มร่วมกันและได้ในแนวทางในการสร้างเครือข่ายหมอลำ หมอแคน เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันที่มั่นคงและสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน กล่าวโดยสรุปการแสดงหมอลำ หมอแคนเองจะโด่งดังหรือมีชื่อเสียงมากมายก็ตาม ท้ายที่สุดการแสดงเหล่านี้ก็ต้องอาศัยเครือข่ายที่ดี การบริหารจัดการที่มีระบบและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันจากผู้ที่ประกอบอาชีพศิลปินด้วยกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
คมกริช การินทร์. (2560).หมอลำอามห์มหัศจรรย์. กระทรวงวัฒนธรรม. ประจำปีงบประมาณ 2560.
งามพิศ สัตย์สงวน. (2551).หลักมานุษยวิทยาวัฒนาธรรม พิมพ์ครั้งที่ 3 พิมพ์ที่ โรงพิมพ์ธรรมสภา.
ดิฐพงษ์ อุเทศธำรง.(2568).การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนารูปแบบการแสดงหมอลำวิถีใหม่เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอีสาน.สาขาวิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ในตะวัน กำหอม. (2559).การวิจัยประยุกต์ทางวัฒนธรรม.วิทยาลัยทองสุข.โรงพิมพ์ที่คอม.มหาสารคาม
ศิริชัย ทัพขวา และสมคิด สุขเอิบ. (2561). ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการพัฒนารูปแบบการแสดงหมอลำหมู่เชิงธุรกิจ. มจร.สังคมศาสตร์ปริทรรศน์. 7(4), 277-285.
ศิวาพร ฟองทอง และคณะ. (2565). หมอลํากับเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของคนอีสาน รายงานการวิจัย.กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.).
สันดุสิทธิ์ บริวงษ์ตระกูล. (2563). การสื่อสารกับการธำรงรักษาวัฒนธรรมหมอลำเรื่องต่อกลอน กรณีศึกษา คณะประถมบันเทิงศิลป์. วิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
Adams, Jerome and Janice D. Yoder. (1989). Effective Leadership for Woman and Men. Norwood, New Jersey: Ablex Publishing Cooperation.
Mead, George Herbert. (1968). “The juvenile probation system.” Amwerican Bahaviorat Scientist. 11 : 19-22.
Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations. 5th edition. New York : The Free Press.