ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรค โควิด -19 ของอาสาสมัครสาธารณสุข
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเชิงปริมาณภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของอาสาสมัครสาธารณสุข เลือกพื้นที่โดยการจับสลาก (Lottery sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองไผ่ จำนวน 103 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามที่สร้างขึ้น เก็บรวบรวมข้อมูลเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม พ.ศ. 2566 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของการมีส่วนร่วม จำนวน 2 กลุ่มขึ้นไปโดยใช้ ค่าคะแนนทีเทส (T-test) และทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 3 กลุ่มขึ้นไป โดยใช้ค่าเอฟเทส (F-test) ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ72.8) มีอายุอยู่ในช่วง 51-60 ปี (ร้อยละ 50.5) ระดับการศึกษา ประถมศึกษา (ร้อยละ 57.3) สถานภาพทางสังคม คู่ (ร้อยละ 80.6) อาชีพ เกษตรกร (ร้อยละ 88.3) ระยะเวลาปฏิบัติงานอาสาสมัครสาธารณสุข ช่วงอายุงาน 5-10 ปี (ร้อยละ 23.3) ผลของการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุขในการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.27) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า โดยพิจารณาจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านการมีส่วนร่วมในการ ปฏิบัติการอยู่ในระดับมาก (= 4.39) ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ปฏิบัติการอยู่ในระดับมาก (= 4.32) ด้านการมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจปฏิบัติการอยู่ในระดับมาก (= 4.18) และด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผลอยู่ในระดับมาก (=4.17) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของการมีส่วนร่วมและทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของอาสาสมัครสาธารณสุข โดยรวมและรายด้าน ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส อาชีพ และระยะเวลาการปฏิบัติงาน โดยทดสอบความแตกต่างระหว่างเฉลี่ยของกลุ่ม 2 กลุ่ม โดยใช้สถิติทดสอบค่า (t-test) และทดสอบระหว่างเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่มากกว่า 2 กลุ่มขึ้นไป โดยวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way Analysis of Variance) พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับที่ระดับ 0.05