การพัฒนาความสามารถการอ่านเขียนสะกดคำและแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ

ผู้แต่ง

  • ชนิกานต์ สุนทรลิขิต โรงเรียนบ้านหนองยาว, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

คำสำคัญ:

เกมิฟิเคชัน, การเรียนรู้แบบร่วมมือ, การอ่านเขียนสะกดคำ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2) เปรียบเทียบความสามารถการเขียนสะกดคำก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ 3) ศึกษาพัฒนาการความสามารถการอ่านสะกดคำระหว่างการจัดการเรียนรู้ 4) ศึกษาพัฒนาการความสามารถการเขียนสะกดคำระหว่างการจัดการเรียนรู้ และ 5) ศึกษาแรงจูงใจในการเรียนรู้หลังการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองยาว ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 17 คน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นแบบอนุกรมเวลา (One-Group Time-Series Design) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบความสามารถในการอ่านสะกดคำ แบบทดสอบความสามารถในการเขียนสะกดคำ แบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบวัดแรงจูงใจในการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent) และ การวิเคราะห์ความแปรปรวนเมื่อมีการวัดซ้ำ (Repeated Measures ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการอ่านสะกดคำหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  2) ความสามารถในการอ่านสะกดคำสูงขึ้นในทุกครั้งของการวัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  3) ความสามารถในการเขียนสะกดคำหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  4) ความสามารถในการเขียนสะกดคำสูงขึ้นในทุกครั้งของการวัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ  5) นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนรู้หลังการจัดการเรียนรู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

จิราภรณ์ โตกราน, และพิณพนธ์ คงวิจิตต์. (2567). การพัฒนาความสามารถในการสะกดคำภาษาไทยและการทำงานร่วมกับผู้อื่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาแนวบูรณาการสมดุลภาษาและการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(3), 515–526.

ณัฐพงศ์ เชื้อเพชร. (2560). สภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาการอ่านสะกดคำและเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2017.1021

พิมลพร พงษ์ประเสริฐ. (2563). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบของฮันเตอร์ร่วมกับแบบฝึกทักษะ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].

มานิตา สาเหล้, และกิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2567). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้คำถามแบบ QUEST ร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน. Journal for Developing the Social and Community, 11(3), 103–118.

วันจรัตน์ เดชวิลัย, และเรวดี คงสุวรรณ. (2566). เทคนิคการจำ: สะท้อนการเรียนรู้การสะกดคำในภาษาไทย. วารสารวิชาการนอร์ทเทิร์น, 10(3), 79–96.

ศุภกร ถิรมงคลจิต, และฉัตรวรรณ์ ลัญฉวรรธนะกร. (2559). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดเกมิฟิเคชัน เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. An Online Journal of Education Chulalongkorn University, 11(4), 450–464. https://doi.org/10.58837/chula.the.2015.158

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). รายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). รายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2565. กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). รายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566. กระทรวงศึกษาธิการ.

สุรางค์ โค้วตระกูล. (2559). จิตวิทยาการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 12). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Adams, M. J. (1990). Beginning to read: Thinking and learning about print. MIT Press.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Deterding, S., Dixon, D., Khaled, R., & Nacke, L. E. (2011). From game design elements to gamefulness: Defining gamification. In Proceedings of the 15th International Academic MindTrek Conference: Envisioning future media environments (pp. 9–15). https://doi.org/10.1145/2181037.2181040

Ehri, L. C. (2000). Learning to read and learning to spell: Two sides of a coin. Topics in Language Disorders, 20(3), 19–36. https://doi.org/10.1097/00011363-200020030-00005

Graham, S., & Hebert, M. (2011). Writing to read: A meta-analysis of the impact of writing and writing instruction on reading. Harvard Educational Review, 81(4), 710–744. https://doi.org/10.17763/haer.81.4.t2k0m13756113566

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1994). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (4th ed.). Allyn & Bacon.

Khaleel, F. L., Ashaari, N. S., & Tengku Wook, T. S. M. (2020). The impact of gamification on students learning engagement. International Journal of Electrical and Computer Engineering, 10(5), 4965–4972. https://doi.org/10.11591/ijece.v10i5.pp4965-4972

National Reading Panel. (2000). Teaching children to read: An evidence-based assessment of the scientific research literature on reading and its implications for reading instruction. National Institute of Child Health and Human Development.

Nitiasih, P. K., Permana, I. G. Y., & Budiartha, L. G. R. (2022). Enhancing students' reading comprehension with gamification of local wisdom stories during emergency online learning. Journal of Education Technology, 6(3), 515–520. https://doi.org/10.23887/jet.v6i3.47289

Ouellette, G., & Sénéchal, M. (2017). Invented spelling in kindergarten as a predictor of reading and spelling in Grade 1: A new pathway to literacy, or just the same road, less known? Developmental Psychology, 53(1), 77–88. https://doi.org/10.1037/dev0000179

Ratsamee, J., Chomchaiya, C., & Jitsupa, J. (2025). Use of gamification to promote spelling skills of grade 3 students. Journal of English Language and Linguistics, 6(2), 134–149. https://doi.org/10.62819/jel.2025.1013

Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78. https://doi.org/10.1037/0003-066x.55.1.68

Sailer, M., Hense, J. U., Mayr, S. K., & Mandl, H. (2017). How gamification motivates: An experimental study of the effects of specific game design elements on psychological need satisfaction. Computers in Human Behavior, 69, 371–380. https://doi.org/10.1016/j.chb.2016.12.033

Snow, C. E., Burns, M. S., & Griffin, P. (Eds.). (1998). Preventing reading difficulties in young children. National Academy Press.

Sweller, J., van Merriënboer, J. J. G., & Paas, F. (2019). Cognitive architecture and instructional design: 20 years later. Educational Psychology Review, 31(2), 261–292. https://doi.org/10.1007/s10648-019-09465-5

Treiman, R. (1993). Beginning to spell: A study of first-grade children. Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/oso/9780195062199.001.0001

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

Webb, N. M. (2009). The teacher’s role in promoting collaborative dialogue in the classroom. British Journal of Educational Psychology, 79(1), 1–28. https://doi.org/10.1348/000709908x380772

Weiser, B., & Mathes, P. (2011). Using encoding instruction to improve the reading and spelling performances of elementary students at risk for literacy difficulties: A best-evidence synthesis. Review of Educational Research, 81(2), 170–200. https://doi.org/10.3102/0034654310396719

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-05

รูปแบบการอ้างอิง

สุนทรลิขิต ช. (2026). การพัฒนาความสามารถการอ่านเขียนสะกดคำและแรงจูงใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ, 27(2), 268–284. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/SWU_JEd/article/view/4095