การศึกษาบทบาทของภาวะผู้นำที่พึงประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในธุรกิจโรงแรม: กรณีศึกษาโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำที่พึงประสงค์, ประสิทธิภาพการทำงาน, ธุรกิจบริการโรงแรม, ภาวะผู้นำแบบบริการ, จังหวัดภูเก็ตบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ของผู้บริหารในธุรกิจบริการโรงแรม 2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำที่พึงประสงค์กับประสิทธิภาพการทำงานโมเดลกระบวนการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบูรณาการเพื่อบริการที่เป็นเลิศ โดยใช้กรณีศึกษาโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต การดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพนักงานจำนวน 200 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตรของ Yamane สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าภาวะผู้นำแบบบริการ (Servant Leadership) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 4.25 รองลงมาคือ ภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 และภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.85 ตามลำดับ สำหรับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านคุณภาพของงาน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ทุกด้าน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับจุดศูนย์ห้า โดยภาวะผู้นำแบบบริการมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการทำงานสูงที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .715 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ องค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสนับสนุนและการสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะการนำแบบบริการที่เน้นความเข้าใจและการสนับสนุนทีมงาน เพื่อยกระดับความผูกพันและประสิทธิภาพการให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูงของจังหวัดภูเก็ต
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กิติกาญจน์ โกมลวิทย์. (2565). สมรรถนะของผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจโรงแรม: การ วิเคราะห์โดยใช้เทคนิคเดลฟาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จิรวัฒน์ ทิพยรส. (2566). “พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การที่ส่งผลต่อโอกาสความก้าวหน้าใน สายงานอาชีพพนักงานเจนเนอเรชั่นวาย ในโรงแรมจังหวัดภูเก็ต.” วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด, 17(1), 89-101.
ธนวรรณ จำปา. (2563). การปรับตัวของการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ในยุคปกติใหม่ กรณีศึกษา ธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นฤมล เพ็ญสิริวรรณ. (2561). “ภาวะผู้นำกับการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด.” วารสาร มจร. มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 4(2), 117-128.
ปิยฉัตร ป้อมสุข. (2565). การสร้างความผูกพันของพนักงานในธุรกิจโรงแรมจากภาวะผู้นำองค์กร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วันชัย ปานจันทร์, ทวีศักดิ์ รูปสิงห์ และอรไท ชั้วเจริญ. (2563). “รูปแบบการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมในเขตจังหวัดชายแดนไทย-ลาว.” วารสารปัญญาภิวัฒน์, 12(1), 205-220.
Ariya Phuvakeereevivat, Sutthapat Amornruangtrakool, & Khuanwara Potiwara. (2025). “Executive Leadership Affecting the Employees' Happiness at Work Private Companies in Bangkok”. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(1), 1-15. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.277464
Sun Cai Xia. (2022). Leadership Styles and Their Impact on Employee Engagement in the UK Hospitality Industry Organizations [Independent Study, Master's degree]. Siam University.
Taro Yamane. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: New York: Harper.& Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร