หลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน สำหรับครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรม, การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับครู่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงานเป็นฐานของครูในดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลังการฝึกอบรมเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) เพื่อศึกษาเจตดติของครูที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานสำหรับครู ในระดับการศึกษาชั้นพื้นฐาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใช้ในการในครั้งนี้ ได้แก่ ครูที่ปฏิบัติการสอนใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) และครูโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling)
ผลการวิจัยพบว่า
1) ได้หลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับครูใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความเหมาะสม จำนวน 6 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. หลักการสำคัญของหลักสูตร 2. วัตถุประสงค์ 3. เนื้อหาของหลักสูตร 4. กิจกรรมการฝึกอบรม 5. สื่อ/เครื่องมือ สำหรับการฝึกอบรม และ 6. การวัด และประเมินผล
2) ผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐานของครูในระดับการศึกษาพื้นฐานหลังเข้ารับการฝึกอบรมสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 70 อย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ.05
3) ครูมีเจตคติต่อหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหลังการฝึกอบรมในระดับมากที่สุด ( = 4.63, SD = 0.28)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กุลรภัส เทียมทิพร. (2559). “PBL: Project Base Learning การเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริงโดยใช้โครงงาน เป็นฐาน.” วารสารการจัดการความรู้ พ.ศ. 2559. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 1-16.
ณฐกร หาญประสิทธิ์. (2563). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการใช้ Google Classroom เพื่อการจัดการ เรียนรู้สำหรับครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา.
ณิชากร นิธิวุฒิภาคย์. (2559). การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานของ ครูสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
เดชวิชัย พิมพ์โคตร. (2563). “การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูในการจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี.” วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีพ ปีที่ 4 ฉบับที่ 2.
ธีรวุฒิ เอกกะกุล. (2550). ระเบียบวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี : วิทยาออฟเซทการพิมพ์.
ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ และ สุชีรา อินทรโชติ. (2563). “การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เป็นฐานในรายวิชาเทคนิคการฝึกอบรมนาฏศิลป์และดนตรีของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขานาฏศิลป์ ไทยศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.” วารสารศิลปกรรมศาสตร์ วิชาการ วิจัยและงานสร้างสรรค์ ปีที่ 7 ฉบับที่ 2.
ยุทธ ไกยวรรณ์. (2559).การวิจัยและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ราชัน ทองคำ. (2564). “การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ แบบ ใช้โครงงานเป็นฐานของวิทยาลัยการอาชีพปราณบุรี.” วารสารวิจัยและนวัตกรรม การอาชีวศึกษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 2.
วิจารณ์ พานิช. (2555).วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์. สุทธิกร แก้วทอง. (2563).การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาสุขศึกษาและพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อนุสรา วันธงไชย. (2562). โปรแกรมพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานสำหรับ สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20. วิทยานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Tyler, R.W. (1975). Basic Principles of Curriculum and Instruction. (31st ed.). Chicago: The University of Chicago Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร