ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์ สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครสวรรค์
คำสำคัญ:
ความพึงพอใจของผู้ปกครอง, การบริหารงานของโรงเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์ 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์จำแนกตามระดับการศึกษาและอาชีพ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารงานของการบริหารงานโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์ โดยได้มีการเก็บข้อมูลจากประชากรที่ได้กำหนดเพื่อใช้ในการวิจัยผ่านเครื่องมือแบบสอบถามเพื่อใช้เก็บข้อมูลจำนวน 3 ประเภท ได้แก่ แบบสำรวจรายการ แบบมาตราส่วนประมาณค่ากับกลุ่มศึกษาผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 116 คน และแบบสอบถามแบบกึ่งโครงสร้างกับกรรมการสถานศึกษาจำนวน 3 คน
โดยผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารงานของโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า มีความพึงพอใจด้านการบริหารงานงบประมาณสูงสุด รองลงมาด้านการบริหารงานทั่วไปด้านการบริหารงานวิชาการ และด้านการบริหารงานบุคลากรตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนอนุบาลสมบูรณ์ พบว่า 2.1) ผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีความพึงพอใจต่อการบริหารงานด้านการบริหารงานงบประมาณ และด้านการบริหารงานทั่วไป สูงกว่าผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษากลุ่มอื่น และผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา มีความพึงพอใจต่อด้านการบริหารงานทั่วไป และด้านการบริหารงานงบประมาณสูงกว่าผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษากลุ่มอื่น 2.2) ผู้ปกครองที่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความพึงพอใจต่อการบริหารงานด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงานทั่วไป และด้านการบริหารงานงบประมาณสูงกว่าผู้ปกครองที่มีอาชีพกลุ่มอื่น และผู้ปกครองที่มีอาชีพรับจ้าง มีความพึงพอใจต่อการบริหารงานด้านงบประมาณ และด้านการบริหารงานทั่วไปสูงกว่าผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษากลุ่มอื่น 3) ข้อเสนอแนะแนวทางด้านการบริหารงานวิชาการ ควรเน้นอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของนักเรียน เช่น ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ด้านบริหารงานงบประมาณ ควรจัดกิจกรรมเฉพาะ ที่สำคัญเพื่อลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ด้านบริหารงานบุคคล ควรส่งเสริมครูให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ด้านบริหารงานทั่วไป โรงเรียนควรจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอน มุ่งเน้นการจัดบรรยากาศในห้องเรียนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546).คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นฐานที่เป็นนิติบุคคล.กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2545. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บริษัทพริกหวานกราฟฟิค.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงแบ่งสวนราชการ. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เกียรติศักดิ์ นาคสนิท. (2559). ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการบริหารงานของโรงเรียนยอเซฟพิจิตร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา และภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น.
ขวัญดาว กระจกเพชร. (2561). การศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารจัดการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์. การค้นคว้าอิสระ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ชุลีพร บุตรพรม. (2561). แนวทางการพัฒนาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงาน ของโรงเรียนอนุบาลชุลีพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารจัดการการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร