การส่งผ่านความรู้จังหวะรองเง็งบนกลองชุดเชิงสร้างสรรค์

ผู้แต่ง

  • สิทธิโชค กบิลพัตร อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

คำสำคัญ:

จังหวะรองเง็ง , กลองชุด , เชิงสร้างสรรค์

บทคัดย่อ

งานวิจัยสร้างสรรค์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของจังหวะดนตรีรองเง็ง 2) เพื่อสร้างสรรค์จังหวะรองเง็งบนกลองชุด และ 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษาในนำการสร้างสรรค์จังหวะรองเง็งบนกลองชุดมาบูรณาการกับการเรียนการสอนวิชากลองชุด ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลของจังหวะรองเง็งพื้นบ้านภาคใต้ โดยคัดเลือก 5 จังหวะ คือ จังหวะโยเก็ต จังหวะอีนัง จังหวะซัมเป็ง จังหวะรุมบ้า และจังหวะอัสลีโดยทำการวิเคราะห์องค์ประกอบ และรูปแบบลีลาจังหวะ โดยมีระเบียบวิธีวิจัยสร้างสรรค์โดยนำองค์ความรู้จากการสร้างสรรค์ไปบูรณาการกับวิชากลองชุด และวัดระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาวิชาเอกกลองชุด ในสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก จำนวน 12 คน

จากนั้นผู้วิจัยศึกษาองค์ประกอบจังหวะโยเก็ต และจังหวะอินังเครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะ 2/4 จังหวะรุมบ้า จังหวะอัสลี และจังหวะซัมเป็งเครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะ 4/4 โดยทำการสร้างสรรค์จากแนวคิดทางดนตรีในจังหวะลาตินซึ่งเป็นการแยกประสาท และการใช้จังหวะฟังก์บนกลองสแนร์ที่มือซ้าย ซับซ้อน มีความลื่นไหล แข็งแกร่ง กระชับ และให้เน้นหนักในจังหวะ 2&4 และผลของแบบสอบถามความพึงพอใจกับการเรียนการสอนวิชากลองชุดจากนักศึกษา มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3 ด้านคือ ด้านโน้ตสกอร์ของจังหวะบนกลองชุดมีการมองเห็นได้ชัดเจน ด้านระยะเวลาในการบูรณาการกับการเรียนการสอน และด้านสถานที่จัดกิจกรรมมีความเหมาะสม   คิดเป็นร้อยละ 100 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.000

เอกสารอ้างอิง

Anukun, A. (2007). Botphlēng rō̜ngngeng khanaʻatlīmālā [RongNgang Song of the Asli Mala group]. Master’s thesis. Mahidol University.

Gianni, J. & Berry, M. (2004). The Drummer's Bible: How to Play Every Drum Style from Afro-Cuban. to Zydeco By Mick Berry. Chicago :

See Sharp Press.

Kantácha, A, & Kantácha, T. (2023, 8 February). Interview.

Kwanpradub, P. (2003).Dontrī rō̜ngngeng : Kranī sưksāk hanakhādē Wǣdeng [Rong Ngen Music : A Case Study of the Khaday

Verden Group]. Research. Faculty of Fine Arts, Songkhla Rajabhat Institute.

Payne, J. (1982). Funk Drumming. Missouri : Mel Bay Publications, Inc.

Riley, J. & Thress, D. (1994). The Art of Bop Drumming. New York : Manhattan Music Publications.

Siriwongsuwanna, R. (2017). Thēknik kānthāithō̜t klō̜ngchutčhǣt phư̄aSāngchutkānsō̜n naisathābanʻudomsưksā nai prathedthai

[Jazz Drum Kit Transmission Techniques for Creating Teaching Kits in Higher Education Institutions in Thailand]. Doctoral

dissertation. Khon Kaen University.

Thongkliang, A. (2010). Sưksāsinlapaphư̄nbān rō̜ngngeng naiphư̄nthī ko̜lantā Čhangwatkrabī [“Rong Ngeng” Folk Performance Art in

Koh Lanta, Krabi Province]. Master’s thesis. Thaksin University.

Witsaphan, T. (2007). Rabam phư̄nbān čhangwat pattānī [Folk dance of Pattani Province]. Master’s thesis. Chulalongkorn University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-07-2025

รูปแบบการอ้างอิง

กบิลพัตร ส. . (2025). การส่งผ่านความรู้จังหวะรองเง็งบนกลองชุดเชิงสร้างสรรค์. วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ, 7(2), 137–152. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/1384

ฉบับ

ประเภทบทความ

Creative article