วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU <p> วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ เป็นวารสารที่รวบรวมผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมในศาสตร์และศิลป์ทางดนตรี เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ เผยแพร่องค์ความรู้ ความคิด และทัศนะ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางดนตรีในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ได้รับการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการและผ่านการตรวจคุณภาพของบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน ในรูปแบบที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งบทความต้นฉบับ ไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double-blinded Review) โดยตีพิมพ์เผยแพร่เป็นราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ) ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม–ธันวาคม</p> <p><strong>วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ (</strong><strong>Bansomdej Music Journal)<br /></strong>ISSN 2985-0622 (Online)</p> <p><strong>กำหนดพิมพ์เผยแพร่ ปีละ </strong><strong>2</strong> <strong>ฉบับ <br /></strong> ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่</strong><br /> 3,000 บาท ต่อ 1 บทความ</p> College of Music, Bansomdejchaopraya Rajabhat University th-TH วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ 2985-0622 ส่วนหน้าของวารสาร https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/4288 <p>ส่วนหน้าของวารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ ปีที่ 8 ฉบับที่ 2</p> วิทยาลัยการดนตรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 การขับร้องแบบแคนอนร่วมกับการสร้างจังหวะด้วยร่างกายในเพลงรำวงเพื่อการเรียนรู้เชิงบูรณาการของผู้สูงอายุ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3499 <p>บทความนี้นำเสนอแนวทางการพัฒนากิจกรรมดนตรีเพื่อผู้สูงอายุ โดยประยุกต์การขับร้องแบบแคนอนร่วมกับการสร้างจังหวะด้วยร่างกาย ผ่านเพลงรำวงในรูปแบบเมดเลย์จำนวน 5 เพลง ได้แก่ เพลงช่อมาลี ยวนย่าเหล หล่อจริงนะดารา ตามองตา และใกล้เข้ามาอีกนิด ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมดนตรีไทยและศักยภาพทางกายภาพของผู้สูงอายุ กระบวนการจัดกิจกรรมเน้นความมีส่วนร่วม การฝึกประสานเสียง และการเคลื่อนไหวปลอดภัย โดยมุ่งพัฒนาทักษะด้านการรับรู้ การเคลื่อนไหว และความสัมพันธ์ทางสังคม ผลจากการทดลองใช้ในโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมมีระดับความพึงพอใจสูง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งในด้านจิตใจ ร่างกาย และความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีระดับความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยด้านการฝึกร่วมกับผู้อื่นสูงสุด (4.7) รองลงมาคือด้านความสนุก (4.6) ด้านความเข้าใจเนื้อหา (4.5) ด้านผลต่ออารมณ์ (4.4) และด้านผลต่อทักษะทางกาย (4.3) แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบูรณาการอย่างเหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมดนตรีไทย</p> จันทนา คชประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 100 113 พื้นที่เสียงดนตรีไทยในสังคมเมือง: เครื่องมือวิจัยทางดนตรี https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3513 <p>บทความนี้มุ่งอธิบายพลวัตของดนตรีไทยในสังคมเมือง ผ่านแนวคิดเรื่อง“พื้นที่เสียงดนตรี” ซึ่งได้ศึกษาข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.2567-2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชี้ให้เห็นว่าเสียงดนตรีไทยสามารถเกิดขึ้น เคลื่อนย้าย และแปรรูปได้ตามเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของเมือง ทั้งในมิติความหมาย การปฏิบัติ และการจัดการพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้การศึกษาดนตรีไทยในเมืองไม่อาจจำกัดอยู่เพียงตัวบทเพลงหรือรูปแบบการบรรเลง หากต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน บริบทการรับฟัง บทบาทของพื้นที่ และความคาดหวังของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะใน “พื้นที่วัฒนธรรม” ที่พบช่องว่างการสื่อสารระหว่าง ผู้แสดงกับผู้ชม นักท่องเที่ยวควบคู่กับแรงกดดันให้สร้างสรรค์รูปแบบร่วมสมัย บทความจึงเสนอให้พื้นที่เสียงดนตรี ทำหน้าที่เป็นแกนกลาง ในการพัฒนาเครื่องมือวิจัยทางดนตรีแบบบูรณาการ โดยใช้เป็นหน่วยวิเคราะห์ที่เชื่อมเครื่องมือภาคสนามเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์เสียงและการแสดง เครื่องมือเชิงพื้นที่และเครือข่าย ตลอดจนการพิจารณานโยบายและคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อให้การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์สามารถเปรียบเทียบข้ามบริบทได้อย่างเป็นระบบ และยกระดับการวิจัยจากการบรรยายกรณีศึกษาไปสู่การอธิบายโครงสร้างและพลวัตของดนตรีไทยในเมืองอย่างตรวจสอบได้</p> ฑีฆภัส สนธินุช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 114 129 ดนตรีแจ๊สกับการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ : กรณีศึกษาวงเยาวชนบิ๊กแบนด์พัทลุง https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3737 <p>บทความนี้มุ่งศึกษาบทบาทของดนตรีแจ๊ส โดยเฉพาะรูปแบบบิ๊กแบนด์ ในฐานะเครื่องมือพัฒนาเยาวชนและขับเคลื่อนพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัยในระดับท้องถิ่น โดยนำกรณีศึกษา วงเยาวชนบิ๊กแบนด์พัทลุง มาอธิบายกระบวนการจัด การเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายครูดนตรี และการออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะดนตรีควบคู่กับการพัฒนาคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบ วินัย และการทำงานเป็นทีม บทความชี้ให้เห็นว่าการรวมวงบิ๊กแบนด์มิได้เป็นเพียงกิจกรรมทางดนตรี หากแต่เป็น “พื้นที่ทางวัฒนธรรม” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม และเชื่อมโยงรากเหง้าทางวัฒนธรรมท้องถิ่นกับดนตรีร่วมสมัย นอกจากนี้ โครงการยังมีบทบาทในการลดช่องว่างทางโอกาสทางการศึกษา สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของดนตรีแจ๊สในฐานะกลไกการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เข้มแข็งในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย</p> วิชญะ เรืองรักษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 130 145 บทบาทของดนตรีต่อความสัมพันธ์ไทย–เยอรมนี ภายใต้การทูตนอกช่องทางปกติ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3733 <p>บทความนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของดนตรีในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายใต้กรอบแนวคิดการทูตนอกช่องทางปกติ (Track II Diplomacy) โดยใช้วิธีดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์และการลงพื้นที่เก็บประสบการณ์จริง ผลการเก็บข้อมูลพบว่า ดนตรีทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงความเข้าใจในระดับประชาชนสู่ประชาชน (People-to-People) โดยผ่านกิจกรรมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมดนตรี ซึ่งช่วยลดช่องว่างทางวัฒนธรรมและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนอกเหนือจากการทูตในระดับรัฐบาล การลงพื้นที่สะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือด้านดนตรีไทย-เยอรมัน ไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนทางสุนทรียศาสตร์ แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างพื้นที่ทางการทูตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน</p> สิริณัฐ อ่อนทอง เอกชัย พุหิรัญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 146 158 การพัฒนาชุดกิจกรรมห้องเรียนกลับด้านเพื่อเสริมทักษะ การเป่าขลุ่ยเพียงออสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3766 <p>การวิจัยเป็นการพัฒนาชุดกิจกรรมห้องเรียนกลับด้านเพื่อเสริมทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบการทดลองกลุ่มเดียว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา และประเมินประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมห้องเรียนกลับด้านเพื่อเสริมทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 กลุ่มตัวอย่าง คือผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนวัดโป่งแค จำนวน 22 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เนื่องจากเป็นผู้เรียนที่กำลังเรียนในรายวิชาดนตรี และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ได้ครบตลอดระยะเวลาการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยชุดกิจกรรมห้องเรียนกลับด้านเพื่อเสริมทักษะการเป่าขลุ่ยเพียงออจำนวน 6 ชุดกิจกรรม แบบทดสอบระหว่างเรียน-หลังเรียน แบบประเมินทักษะปฏิบัติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 = 80/80 ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมห้องเรียนกลับด้านมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.98/86.14 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้</p> พศิกา นรสิงห์ มนสิการ เหล่าวานิช เชาวน์มนัส ประภักดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 1 17 การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ วิชาดนตรีไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3496 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ=การปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ วิชาดนตรีไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 85/85 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีไทย ก่อนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรี<br />ขลุ่ยหลิบ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1. แผนการจัด=การเรียนรู้การปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ 2. แบบฝึกทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ (t-test) แบบ dependent และ independent <br /> ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ วิชาดนตรีไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ 98.71/94.85 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีไทย ของนักเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรีขลุ่ยหลิบ มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p> สุนันทา ใจดี ฐิติ วิชัยคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 18 29 กระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงระนาดเอกของอาจารย์วัชรากร บุญเพ็ง https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3774 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงระนาดเอกของอาจารย์วัชรากร บุญเพ็ง โดยวิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวม ข้อมูลโดยการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงระนาดเอกของอาจารย์วัชรากร บุญเพ็ง แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผู้สอน พบว่าอาจารย์วัชรากร บุญเพ็ง มีความสามารถด้านการบรรเลงระนาดเอก โดยเฉพาะด้านการแปรทำนอง หรือรู้จักเลือกทำนองเพลงที่มีความเหมาะสมกับการบรรเลงระนาดในเพลงและโอกาสต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเลงระนาดเอกหลายท่าน 2) ด้านผู้เรียน พบว่า เป็นผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยมีการคัดเลือกตามระบบที่กำหนด และ มีความสามารถด้านการบรรเลงระนาดเอก โดยจะต้องเป็นผู้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3) ด้านเนื้อหา พบว่ามีการถ่ายทอดความรู้ด้านการบรรเลงระนาดเอกในเพลงประเภท เพลงพื้นฐาน เพลงทั่วไป เพลงพิเศษ และเพลงเดี่ยว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน และ 4) ด้านการเรียนการสอน พบว่า เป็นการสอนแบบสาธิตและให้ผู้เรียนปฏิบัติตาม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิดโดยมีครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด การเรียนการสอนจะเป็นการเน้นย้ำให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการฝึกซ้อมอย่างซ้ำไปซ้ำมา โดยมีครูผู้สอนประเมินผลจากการสังเกตพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ</p> ศศิวิมล สังข์กล่ำ เชาวน์มนัส ประภักดี รังสรรค์ บัวทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 30 46 แนวทางการสร้างสรรค์วิธีการบรรเลงและบทเพลง สำหรับซอสี่สายและซอห้าสาย บ้านพาทยกุล เขตคลองสาน https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3485 <p>การศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการสร้างสรรค์วิธีการบรรเลงและบทเพลงสำหรับซอสี่สายและซอห้าสาย บ้านพาทยกุล เขตคลองสาน” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์วิธีการบรรเลงสำหรับซอสี่สายและซอห้าสาย บ้านพาทยกุล เขตคลองสาน 2. เพื่อสร้างสรรค์บทเพลงสำหรับซอสี่สายและซอห้าสาย บ้านพาทยกุล เขตคลองสาน โดยใช้กระบวนการสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูล และกระบวรการสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์ไทย ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการสร้างสรรค์วิธีการบรรเลงสำหรับซอสี่สายและห้าสาย มี 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1. ทางบรรเลงและแนวทางการสร้างสรรค์บทเพลงสำหรับซอสี่สายและซอห้าสาย มักใช้ทางซอสามสายเป็นพื้นฐาน เนื่องจากซอทั้งสองประเภทพัฒนามาจากซอสามสาย 2. ซอสี่สาย มีการเพิ่มสายในทางสูงมากกว่า<br />ซอสามสาย มีช่วงเสียงสูงกว่าซอสามสายไปอีก 3 เสียง คือ มํ ฟํ ซํ 3. ซอห้าสายมีการเพิ่มสายในทางต่ำมากกว่าซอสี่สาย มีช่วงเสียงต่ำกว่าซอสี่สาย 3 เสียง คือ <br />ซฺ ฟฺ มฺ 3. กลวิธีสำหรับการบรรเลงซอสี่สายและซอห้าสายมักใช้กลวิธีคล้ายซอสามสายโดยซอสี่สายและซอห้าสายสามารถรูดเสียงเพื่อสร้างเสียงพิเศษเพิ่มขึ้นไปได้อีก 4-5 เสียง 4. การสร้างสรรค์ผลงานซอสี่สายและซอห้าจึงสามารถสร้างสรรค์โดยใช้ช่วงเสียงที่เพิ่มมาให้เกิดอรรถรสของโน้ตเพลง ทางเพลงที่แตกต่างจากทางซอสามสายได้</p> <p>การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ ผู้วิจัยได้คัดเลือกบทเพลงสำหรับทดลองแนวทางในการสร้างสรรค์จำนวน 3 บทเพลง ได้แก่ เพลงบุหลันลอยเลื่อน สองชั้นเพลงที่ได้รับความนิยมสำหรับการบรรเลงเดี่ยวซอสามสาย เพลงพลับพลาชัย สองชั้น ผลงานเพลงของครูเตือน พาทยกุลและได้ทำทางบรรเลงสำหรับซอสี่สายไว้ และเพลงพันธุ์ฝรั่ง สองชั้น เป็นบทเพลงที่ยังไม่มีการสร้างสรรค์ทางเดี่ยวซอสามสายซอสี่สาย ซอห้าสายมาก่อน ซึ่งผลงานสร้างสรรค์นี้ได้สร้างสรรค์จากผลการวิจัยซึ่งสามารถสะท้อนถึงสุนทรียภาพที่เกิดจากเสียงของซอสี่สายและซอห้าสายอันแตกต่างจากซอสามสาย เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจศึกษาวิธีการบรรเลงซอสี่สาย ซอห้าสายได้ศึกษา วิพากษ์ วิจารณ์ และพัฒนาผลงานต่อไป</p> สุรพงษ์ บ้านไกรทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 47 64 วงป้าดก๊องคณะเชียงยืน จังหวัดเชียงใหม่ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3772 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประวัติและพัฒนาการของวงป้าดก๊องคณะเชียงยืน จังหวัดเชียงใหม่ (2) ศึกษาบทบาทของวงป้าดก๊องคณะเชียงยืนที่มีต่อสังคมวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวทางปรากฏการณ์วิทยา ผลวิจัยพบว่า วงป้าดก๊องคณะเชียงยืนก่อตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. 2490 เพื่ออนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านและฟื้นฟูพิธีกรรมล้านนาโดยเฉพาะพิธีฟ้อนผีเม็ง วงได้รับอิทธิพลจากดนตรีปี่พาทย์ภาคกลางในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ผ่านการถ่ายทอดจากครูรอด อักษรทับ โดยนำเครื่องดนตรีภาคกลางมาผสมผสานกับเครื่องดนตรีล้านนาแต่ยังคงรักษาโครงสร้างการประสมวงและสำเนียงดั้งเดิม ปัจจุบันวงป้าดก๊องคณะเชียงยืนเป็นวงเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังคงรักษารูปแบบการบรรเลงโดยไม่นำเครื่องดนตรีสากลเข้ามาประสมวง ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ดำเนินในลักษณะมุขปาฐะที่ผสานกับเครือข่ายชุมชน ซึ่งเอกลักษณ์ของวงสะท้อนผ่านบทเพลงพิธีกรรมต้นแบบ ได้แก่ เพลงฉัตร เพลงกุลา เพลงลงข่วง และเพลงผีมดกินน้ำมะพร้าว โดยวงมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำพิธีกรรมฟ้อนผีเม็งที่เชื่อมโยงโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ ตลอดจนพิธีกรรมทางศาสนาและงานประเพณีต่าง ๆ การดำรงอยู่ของวงจึงสะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการธำรงมรดกทางดนตรีที่มีคุณค่าทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน</p> ประสิทธิ์ คำปิงชัย ดุษฎี มีป้อม บำรุง พาทยกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 65 85 วิเคราะห์แนวคิดการใช้จังหวะดนตรีพื้นบ้าน ในบทเพลงของ เนบอยชา โยวาน ชิฟโควิช https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3729 <p>การวิจัยเรื่อง “วิเคราะห์แนวคิดการใช้จังหวะดนตรีพื้นบ้านในบทเพลงของ เนบอยชา โยวาน ชิฟโควิช โดยผู้วิจัยได้ศึกษาประวัติและแนวคิดการประพันธ์ของผู้ประพันธ์ รวมถึงศึกษาวรรณกรรมดนตรีคลาสสิกและวรรณกรรมสำหรับมาริมบาที่มีการใช้แนวคิดจังหวะดนตรีพื้นบ้าน จากนั้นคัดเลือกบทเพลงจำนวน 3 บท ได้แก่ <em>1</em><em>. Ultimatum I</em> 2. <em>Ilijaš</em> และ 3. <em>Uneven Souls</em> มาวิเคราะห์ลักษณะการใช้จังหวะเต้นรำพื้นบ้านของคาบสมุทรบอลข่าน” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิดการใช้จังหวะดนตรีพื้นบ้านของเนบอยชา โยวาน ชิฟโควิช และเพื่อแสดงเดี่ยวพร้อมเผยแพร่บทเพลงต่อหน้าสาธารณชน วิธีดำเนินการวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสาร หนังสือ งานวิจัย เว็บไซต์ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการวิเคราะห์โน้ตเพลงและการฝึกซ้อมเพื่อการแสดง ผู้วิจัยได้ศึกษารูปแบบอัตราจังหวะซ้อนและการแบ่งจังหวะย่อยของดนตรีพื้นบ้านบอลข่าน เช่น 5/8, 7/8, 9/8, 11/8, 13/8 และ 15/8 รวมถึงนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการฝึกซ้อมและการแสดงจริง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า บทเพลงของเนบอยชา โยวาน ชิฟโควิช มีการนำแนวคิดจังหวะดนตรีพื้นบ้านของคาบสมุทรบอลข่านมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการประพันธ์ โดยมีการใช้อัตราจังหวะซ้อนและการแบ่งจังหวะย่อยที่หลากหลาย ซึ่งสะท้อนลักษณะเฉพาะของการเต้นรำพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้บทเพลงมีเอกลักษณ์ทางจังหวะและสร้างความแปลกใหม่ในการบรรเลง นอกจากนี้ การทำความเข้าใจรูปแบบจังหวะย่อยและแนวคิดจังหวะสั้น – ยาวของดนตรีบอลข่าน ยังช่วยให้ผู้บรรเลงสามารถฝึกซ้อมและบรรเลงบทเพลงได้อย่างถูกต้องและ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p> ณัฐกร ภูสอดสี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-08 2026-07-08 8 2 83 99