วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU
<p> วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ เป็นวารสารที่รวบรวมผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมในศาสตร์และศิลป์ทางดนตรี เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ เผยแพร่องค์ความรู้ ความคิด และทัศนะ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางดนตรีในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ได้รับการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการและผ่านการตรวจคุณภาพของบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน ในรูปแบบที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งบทความต้นฉบับ ไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double-blinded Review) โดยตีพิมพ์เผยแพร่เป็นราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ) ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม–ธันวาคม</p> <p><strong>วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ (</strong><strong>Bansomdej Music Journal)<br /></strong>ISSN 2985-0622 (Online)</p> <p><strong>กำหนดพิมพ์เผยแพร่ ปีละ </strong><strong>2</strong> <strong>ฉบับ <br /></strong> ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่</strong><br /> 3,000 บาท ต่อ 1 บทความ</p>
College of Music, Bansomdejchaopraya Rajabhat University
th-TH
วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
2985-0622
-
การสร้างแบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมขั้นพื้นฐาน เพลงแขกบรเทศ สองชั้น สำหรับนักเรียนชมรมดนตรีไทย โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (ไสวราษฎร์อุปถัมภ์)
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2709
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการบรรเลงขิม ขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น สำหรับนักเรียนชมรมดนตรีไทย โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (ไสวราษฎร์อุปถัมภ์) และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น และแบบประเมินทักษะการบรรเลงขิม และมีการตรวจสอบความสอดคล้อง (IOC)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1. แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น สำหรับนักเรียนชมรมดนตรีไทย โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (ไสวราษฎร์อุปถัมภ์) ประกอบด้วย 3 ตอน ได้แก่ 1) ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับขิม 2) แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิม และ 3) การทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้เครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ รวม 7 หน่วยการเรียนรู้ และมีระยะเวลาในการใช้แบบฝึกทักษะจำนวน 10 ชั่วโมง 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ การบรรเลงขิมขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น สำหรับนักเรียน โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง(ไสวราษฎร์อุปถัมภ์) ก่อนใช้แบบฝึกและหลังใช้แบบฝึก พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =36, S.D.=3.41) สูงกว่าก่อนเรียน (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =11.8, S.D.=4.88) อย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ 0.05 แสดงให้เห็นว่า การใช้แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมขั้นพื้นฐานเพลงแขกบรเทศ สองชั้น ช่วยให้นักเรียนมีทักษะการบรรเลงขิมเพลงแขกบรเทศ สองชั้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
สุวิวรรธ์น ลิมปชัย
ชมพูนุท จันทร์ทับทิม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
1
11
-
รูปแบบการฝึกซ้อมดนตรีที่ช่วยลดความวิตกกังวลในการแสดงดนตรี ของวงดนตรีเยาวชน จังหวัดลพบุรี
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2544
<p>งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความวิตกกังวลในการแสดงดนตรีของนักดนตรีวงเยาวชนจังหวัดลพบุรี 2) นำเสนอรูปแบบการฝึกซ้อมดนตรีที่ช่วยลดความวิตกกังวลในการแสดงดนตรีสำหรับนักดนตรีวงเยาวชนจังหวัดลพบุรี กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือครูผู้ฝึกสอนและนักดนตรีในวงดนตรีของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี จำนวน 6 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์ใน 2 ประเด็น ที่ครอบคลุมกับเนื้อหาที่ต้องการศึกษา เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และการสังเกตการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย จำแนกชนิดข้อมูล เปรียบเทียบข้อมูล การตรวจสอบ สามเส้า และยืนยันผลโดยผู้ให้ข้อมูล</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ความวิตกกังวลในการแสดงดนตรี ประกอบไปด้วย อาการทางกายภาพ และอาการทางจิตใจ 2) รูปแบบการฝึกซ้อมดนตรีที่ช่วยลดความวิตกกังวลในการแสดงดนตรี เป็นรูปแบบที่ประกอบไปด้วย การฝึกซ้อมส่วนบุคคล การฝึกซ้อมรวมวง การฝึกซ้อมโดยจำลองสถานการณ์จริง การตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องดนตรี การเตรียมตัวในด้านร่างกายและจิตใจ และ การให้กำลังใจและเสริมแรงจูงใจเชิงบวก</p>
เจษฎา สุขสนิท
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
12
24
-
การประยุกต์เสียงประสานเชิงโหมดในเพลงพิธีกรรม โนราโรงครู กรอบแนวคิดและการสร้างสรรค์
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2786
<p style="font-weight: 400;">โนราโรงครูเป็นพิธีกรรมสำคัญของศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้ที่เชื่อมโยงศรัทธาทางศาสนา ความเชื่อพื้นบ้าน และศิลปะการแสดง เพลงโนราในพิธีกรรมดั้งเดิมมีลักษณะเป็นทำนองเดี่ยว (monophonic) ที่ไม่มีเสียงประสาน โครงสร้างดนตรีเรียบง่ายแต่ทรงพลังในเชิงสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ฟังร่วมสมัยที่คุ้นเคยกับดนตรีตะวันตกการขาดเสียงประสานอาจทำให้เข้าถึงอารมณ์ของบทเพลงได้ยากงานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาการประยุกต์ใช้ทฤษฎีบันไดเสียงโหมด (modal scales) เพื่อสร้างเสียงประสานในเพลงพิธีกรรมโนราโรงครู โดยเลือกบทเพลงสำคัญ 5 บท ได้แก่ เชิด กาศครู โนราทำบท นาดฤาษี และสัสดี ทำการถอดโน้ต วิเคราะห์โครงสร้างทำนอง และทดลองใส่เสียงประสาน เพื่อหาวิธีการที่คงความศักดิ์สิทธิ์และอัตลักษณ์ดั้งเดิมของบทเพลง ขณะเดียวกันเสริมความร่วมสมัยให้ผู้ฟังรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น</p> <p style="font-weight: 400;">จากผลการวิจัยพบว่าในเพลงเชิด ทำนองอยู่ในโหมด D Aeolian การใช้เสียงประสารในโหมด Eb Lydian Dominant ควบคู่กับ D Aeolian สามารถสร้างมิติทางอารมณ์และบรรยากาศที่ซับซ้อนและน่าสนใจกว่าโหมดอื่น ๆ จากการทดลอง เสียงประสานที่ได้ช่วยคงอัตลักษณ์ของทำนองดั้งเดิมแต่เพิ่มความลุ่มลึก และเมื่อใช้คอร์ด Eb 7(#11) และ DbMaj7(#11) ยังช่วยเชื่อมโยงเสียงอย่างมีเหตุผลทั้งในเชิงโหมดและบทบาททางเสียงประสาน ด้านบทกาศครูพบว่าโหมด Ab Mixolydian มีความสอดคล้องกับ Db Pentatonic มากที่สุด ทำให้การประสานเสียงกลมกลืนโดยไม่รบกวนทำนองหลัก อีกทั้งการใช้คอร์ด sus4 ยังสร้างมิติและให้เสียงประสานที่สว่างและเปิดกว้างส่งเสริมไปกับเนื้อหาคำร้องและทำนองได้อย่างลงตัว</p>
กฤตนน รักนุ่น
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
25
40
-
สามัคคีเภทคำฉันท์ สรรค์เสียงแห่งอรรถรส : การประพันธ์เพลงไทยสำหรับวงมโหรีจากฉันทลักษณ์
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2592
<p>การวิจัยเรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์ สรรค์เสียงแห่งอรรถรส : การประพันธ์เพลงไทยสำหรับวงมโหรีจากฉันทลักษณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประพันธ์เพลงไทย “สามัคคีเภทคำฉันท์ สรรค์เสียงแห่งอรรถรส” สำหรับวงมโหรี 2) สังเคราะห์บันทึกองค์ความรู้ และโน้ตเพลง “สามัคคีเภทคำฉันท์ สรรค์เสียงแห่งอรรถรส” และ 3) เผยแพร่องค์ความรู้และบทเพลงสู่สาธารณชน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า สามัคคีเภทคำฉันท์ เป็นบทประพันธ์ของนายชิต บุรทัต เนื้อหาเกี่ยวกับโทษของการแตกความสามัคคี ซึ่งปรากฏเนื้อหา 2 รูปแบบ คือ รูปแบบตามต้นฉบับอยู่ในหอสมุดวชิรญาน และรูปแบบที่พิมพ์เผยแพร่ใช้เป็นแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นฉบับที่แก้ไขปรับปรุง ผู้วิจัยได้เลือกใช้เนื้อหาจาก รูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ฉันทลักษณ์ เป็นฉันท์ 18 รูปแบบ ได้แก่ กมลฉันท์, กาพย์ฉบัง, จิตรปทาฉันท์, โตฏกฉันท์, ภุชงคประยาตฉันท์, มาณวกฉันท์, มาลินีฉันท์, วสันตดิลกฉันท์, วังสัฏฐฉันท์, วิชชุมมาลาฉันท์, สัททุลวิกกีฬิตฉันท์, สัทธราฉันท์, สาลินีฉันท์, สุรางคนางค์ฉันท์, อินทรวิเชียรฉันท์, อินทรวงศ์ฉันท์, อีทิสังฉันท์, อุปชาติฉันท์, อุปัฏฐิตาฉันท์ และอุเปนทรวิเชียรฉันท์ กาพย์ 2 รูปแบบ คือ ฉบัง และสุรางคนางค์ ทำให้ได้บทเพลงทั้งสิ้น 20 บทเพลง</p> <p>วิธีการประพันธ์จากฉันทลักษณ์สู่ทำนองเพลง 4 วิธี ได้แก่ การสร้างทำนองจากวิธีการอ่านฉันทลักษณ์โดยใช้การบังคับกระสวนจังหวะ การสร้างทำนองจากครุลหุ โดยใช้การบังคับโน้ตสูงต่ำ สั้นยาว การสร้างทำนองจากสัมผัสบังคับ โดยใช้สัมผัสโน้ตดนตรี และการสร้างทำนองจากเนื้อเรื่อง โดยการเลือกใช้บันไดเสียง ซลท x รม x โดยมีวิธีการใช้บันไดเสียงทั้งสิ้น 7 รูปแบบ ตามบันไดเสียงที่ปรากฏในดนตรีไทยในการเรียบเรียงสำหรับวงมโหรีมีวิธีการตกแต่งทำนองเพื่อสร้างความน่าสนใจให้บทเพลงทั้งสิ้น 9 รูปแบบ ได้แก่ การสร้างจังหวะหน้าทับ การใช้คีตลักษณ์ (Form) การใช้การประสานเสียง การใช้ความเงียบ การใช้การขับร้องหมู่ การสร้างจุดเด่น การสร้างความคาดหวัง การใช้ทำนองซ้ำ การสร้างอัตลักษณ์การร้องเอื้อนสำเนียงแขก</p>
สุรพงษ์ บ้านไกรทอง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
41
57
-
การสร้างสรรค์บทเพลงรองเง็งสำหรับวงเครื่องสายห้าชิ้น
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3059
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์บทเพลงพื้นบ้านภาคใต้สำหรับวงเครื่องสายสากลห้าชิ้น โดยพัฒนาทำนองเพลงปูโจ๊ะปีซัง จากบันทึกเสียงต้นฉบับของ ขาเดร์ แวเด็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) และนำมาเรียบเรียงเสียงใหม่ตามหลักทฤษฎีการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงเครื่องสายสากล</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงเครื่องสายสากลห้าชิ้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางทฤษฎีดนตรีและการเรียบเรียงเสียงประสานควบคู่กับความเข้าใจเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิคเครื่องสายสากล ทั้งในเรื่องช่วงเสียง เทคนิค รวมถึงการจัดวางบทบาทของแต่ละแนวเครื่องดนตรีให้เกิดความสมดุลเชิงโครงสร้างเสียง นอกจากนี้การเรียบเรียงยังต้องคงอัตลักษณ์สำคัญของดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ โดยเฉพาะลักษณะจังหวะ ลีลาและสำเนียงทางดนตรี</p>
รัชชานนท์ ปู่จาด
ภูษิต สุวรรณมณี
อติพล อนุกูล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
58
68
-
บทประพันธ์เพลงการเปลี่ยนแปลงของกลองไทย 4 ภาค สำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2545
<p>โครงการวิจัยงานสร้างสรรค์ “บทประพันธ์เพลงการเปลี่ยนแปลงของกลองไทย 4 ภาคสำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ” เป็นงานที่ผู้วิจัยให้ความสำคัญระหว่างการนำกลองไทยที่มีความโดดเด่นของแต่ละภูมิภาคมาบรรเลงร่วมกับกลุ่มเครื่องกระทบสากลให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนอีกทั้งยังสามารถประยุกต์เปลี่ยนแปลงให้เข้าความพร้อมของสถานศึกษาหรือสถาบันด้านดนตรีที่มีความขาดแคลนในเรื่องให้ใช้เครื่องดนตรีทดแทนได้</p> <p>บทประพันธ์เพลงการเปลี่ยนแปลงของกลองไทย 4 ภาคสำหรับซินธิไซเซอร์และวงเครื่องกระทบ แบ่งได้เป็น 4 ภูมิภาค จากการนำกลองสะบัดชัยมาเป็นเอกลักษณ์ในภาคเหนือ, กลองหางมาเป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสาน, กลองโทนชาตรีมาเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้และกลองยาวมาเป็นเอกลักษณ์ของภาคกลาง ประกอบไปด้วยเพลงต้นแบบ 2 บทเพลง และเพลงประจำของภูมิภาค 4 เพลง รวมเป็น 6 เพลง รวมความยาวประมาณ 40 นาที มีโครงสร้างที่แยกกันในแต่ละเพลงที่ทั้งบรรเลงรวมกับดนตรีประกอบและบรรเลงสด ใช้เทคนิคการประพันธ์ดนตรีตะวันตก ได้แก่ การใช้กลุ่มโมทีฟ การสร้างทำนอง ลักษณะของจังหวะ เทคนิคในการบรรเลงเครื่องดนตรี</p>
พนัส ต้องการพานิช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
69
79
-
อิทธิพลของดนตรีในพิธีกรรมเลี้ยงหอคำพูเมืองจำปาศักดิ์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2711
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีในพิธีกรรม และศึกษาบทเพลงประกอบพิธีกรรม วิธีการศึกษาระเบียบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสำรวจ สังเกต สอบถาม และสัมภาษณ์ เพื่อนำข้อมูลมาสังเคราะห์ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ได้พบความสำคัญของดนตรีที่ใช้ประกอบพิธีกรรมดังนี้ 1) เครื่องดนตรีและวงดนตรีที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวง ปี่ ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง และกลองหลัก ใช้บรรเลงในพิธีเพื่อสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็น เป็นส่วนสำคัญของพิธีกรรรมเลี้ยงหอคำพู 2) เพลงที่ใช้ในพิธีกรรม มีการบรรเลงเพลงที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงของพิธีกรรม โดยใช้เพลงเป็นสื่อสัญลักษณ์ของแต่ละช่วง และเพลงสำหรับผีมเหศักดิ์แต่ละองค์ เช่น เพลงกราวนอก เพลงกลม และเพลงอรทัย ซึ่งการที่ผีมเหศักดิ์จะลงมาทรงเพื่อสื่อสารกับมนุษย์นั้น จะลงทรงผ่านบุคคลที่เป็นสื่อกลาง ซึ่งชาวจำปาศักดิ์เรียกว่า พ่อซ่าง และแม่ล่าม</p>
เฉลิมพล อะทาโส
ปฐมพงศ์ ณ จัมปาศักดิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
80
95
-
ส่วนหน้าของวารสาร
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/3321
<p>ส่วนหน้าของวารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1</p>
วิทยาลัยการดนตรี
ลิขสิทธิ์ (c) 2026
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
-
การอ่านโน้ตฉับพลันสำหรับเปียโน: หลักการและเทคนิคขั้นพื้นฐาน
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2550
<p>การปฏิบัติเปียโนโดยปกติแล้วผู้เล่นจะต้องอ่านโน้ตเปียโน โดยเฉพาะการปฏิบัติเปียโนคลาสสิคที่คีตกวีหรือผู้ประพันธ์ได้ระบุความดัง-เบา สั้น-ยาว ตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ ที่ต้องการให้ผู้เล่นสะท้อนและแสดงอารมณ์ให้ใกล้เคียงกับความต้องการของคีตกวีหรือผู้ประพันธ์มากที่สุด นักเปียโนคลาสสิคจึงจำเป็นต้องปฏิบัติและฝึกซ้อมบทเพลงจากการอ่านโน้ต การอ่านโน้ตเปียโนเปรียบได้กับการอ่านหนังสือทั่ว ๆ ไปที่ใช้ตัวโน้ตเป็นสัญลักษณ์ในการจดบันทึกแทนตัวหนังสือ ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องจดจำสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้แทนระดับเสียง ตลอดจนเครื่องหมายที่ปรากฏในโน้ตเพลงเพื่อที่จะสามารถบรรเลงบทเพลงนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง และหากสามารถอ่านโน้ตฉับพลัน (Sight Reading) ได้คล่องจะส่งผลให้สามารถปฏิบัติบทเพลงได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอวิธีการฝึกการอ่านโน้ตฉับพลันเบื้องต้นสำหรับเปียโนจากการรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และจากประสบการณ์การโดยตรงของผู้เขียน เพื่อให้ผู้ที่สนใจฝึกหัดการอ่านโน้ตฉับพลันสำหรับเปียโนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการฝึกหัดได้ และเมื่อสามารถอ่านโน้ตฉับพลันได้เป็นอย่างดีจะส่งผลให้สามารถปฏิบัติบทเพลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
ภัทรวีร์ เทียนชัยอนันต์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
96
111
-
บทวิเคราะห์เพื่อการบรรเลงกีตาร์ : การศึกษาองค์ประกอบและเทคนิคการใช้มือขวาและมือซ้าย สำหรับ บทประพันธ์ เอทูด หมายเลข 5 โอปุส 48 โดย เมาโร จูลิอานี
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/2776
<p>บทเพลงแบบฝึกหัดหรือเรียกกันว่าเอทูดหรือเอทูในภาษาฝรั่งเศส เป็นบทเพลงที่มุ่นเน้นให้ผู้เรียนดนตรี พัฒนาทักษะทางดนตรี โดยนักประพันธ์มีจุดประสงค์ในการแต่งเอทูด เพื่อการมุ่งเน้นไปที่ทักษะเฉพาะอย่างหนึ่ง และเปิดโอกาสให้นักดนตรีได้ฝึกฝนทักษะนั้นให้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ศึกษาบทเพลงนี้จึงเป็นการศึกษาเสียงประสาน เทคนิคมือซ้ายและมือขวา ตลอดจนแนวทางการบรรเลง เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติสำหรับการพัฒนาการเล่นกีตาร์คลาสสิก โดยแบ่งเนื้อหาในบทความนี้ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ (1) การวิเคราะห์วิธีการใช้เสียงประสานของบทเพลง (2) แนวทางการบรรเลงของบทเพลง โดย เมาโร จูลิอานี (Mauro Giuliani) ได้ประพันธ์บทเพลงนี้สำหรับไว้กีตาร์คลาสสิก ซึ่งตีพิมพ์ในช่วงกลางปี 1813 ในขณะที่ชื่อเสียงของเขากำลังรุ่งเรืองในสังคมกรุงเวียนนา และถูกมองว่าเป็นชุดงาน "แบบฝึกหัด" สำหรับกีตาร์คลาสสิกยุคศตวรรษที่ 19 ชิ้นแรก ดังนั้นการศึกษาบทเพลงนี้จึงเป็นโอกาสในการเข้าใจเสียงประสาน และเทคนิคมือซ้ายและขวา ตลอดจนกลวิธีในการบรรเลง เพื่อเป็นแนวทางฝึกหัดเพื่อพัฒนาเทคนิค สำหรับผู้เริ่มต้นและ ผู้เล่นระดับกลาง</p>
รัฐวิทย์ รัฐกาญจนไพบูลย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-15
2026-01-15
8 1
112
122