การบริหารจัดการศูนย์การเรียน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการศึกษาทางเลือก, ศูนย์การเรียน, บ้านเรียน, การนิเทศเชิงบูรณาการ, นวัตกรรมการบริหารแบบประสานพลังบทคัดย่อ
บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการบริหารจัดการศึกษาทางเลือกสำหรับศูนย์การเรียนและบ้านเรียน ภายใต้สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม.กท.1) โดยมุ่งเน้นการถอดบทเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่บูรณาการระหว่างการกำกับดูแลตามกฎระเบียบกับการนิเทศเพื่อเสริมพลังอำนาจ (Empowerment) การศึกษาพบว่าการบริหารจัดการศึกษาทางเลือกในบริบทสังคมเมืองที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากบทบาท "ผู้กำกับดูแล" (Regulator) สู่บทบาท "ผู้อำนวยความสะดวกเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Facilitator) โดยผ่านนวัตกรรม "การประสานพลังสองกลไก" (1+1 Structural Synergy Model) ซึ่งแบ่งบทบาทหน้าที่ระหว่างกลุ่มงานที่ดูแลด้านความมั่นคงทางกฎหมายและกลุ่มงานนิเทศที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพวิชาการอย่างชัดเจน กระบวนการนิเทศได้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของผู้จัดการศึกษา โดยศูนย์การเรียนได้รับการนิเทศเชิงระบบที่ให้ความสำคัญกับ "ความเป็นพื้นที่" (Sense of Place) และการคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนบ้านเรียนได้รับการนิเทศเชิงกัลยาณมิตรและการโค้ชผ่านกระบวนการทางจิตวิทยา เพื่อสนับสนุนให้ผู้ปกครองสามารถออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างมั่นใจ ผลการศึกษาเชิงประจักษ์ยืนยันถึงความสำเร็จผ่านอัตราความร่วมมือของผู้จัดการศึกษาในการส่งแผนและรายงานผลการจัดการศึกษาที่ครบถ้วนร้อยละ 100 นวัตกรรมการบริหารนี้จึงถือเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการสนับสนุน (Enabling State) ที่สามารถสร้างระบบนิเวศแห่งความไว้วางใจ (Trust-based Ecosystem) เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาทางเลือกให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์และความเข้าใจในความหลากหลายทางการศึกษา
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). คู่มือการจัดการศึกษาว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
Dewey, J. (1938). Experience and education. New York, NY: Macmillan.
Fukuyama, F. (1995). Trust: The social virtues and the creation of prosperity. New York, NY: Free Press.
Fullan, M. (2001). Leading in a culture of change. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. New York, NY: Basic Books.
Glickman, C. D. (1985). Supervision of instruction: A developmental approach. Newton, MA: Allyn and Bacon.
Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. New York, NY: Simon & Schuster.
Satir, V. (1988). The new peoplemaking. Mountain View, CA: Science and Behavior Books.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร