การส่งบทความ

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ข้อกำหนดการส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
  • บทความเรื่องนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หากมีกรุณาอธิบายในข้อความถึงบรรณาธิการ)
  • บทความเตรียมในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word
  • มีการให้ URLs ที่เข้าถึงได้ สำหรับเอกสารที่อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต
  • บทความพิมพ์แบบใช้ระยะห่างบรรทัดปกติ (single-spaced) ขนาดฟ้อนท์ตัวอักษร 16pt(ในภาษาไทย) และ 12 pt(ในภาษาอังกฤษ) ใช้ตัวเอนแทนการขีดเส้นใต้สำหรับสังกัดผู้แต่ง (ยกเว้น ที่อยู่ URL) และ ระบุข้อมูล รูปวาด รูปภาพ และตาราง ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นตามข้อกำหนดของวารสาร
  • บทความเตรียมตามข้อกำหนด ทั้งในด้านของรูปแบบและการเขียนเอกสารอ้างอิง ตามคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง (Author Guidelines)

คำแนะนำผู้แต่ง

คำแนะนำสำหรับผู้แต่ง

วารสารพุทโธ รับตีพิมพ์เผยแพร่บทความ 5 ประเภทได้แก่

  1. บทความวิจัยต้นฉบับ: บทความเหล่านี้นำเสนอผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต้นฉบับ โดยทั่วไปจะเป็นไปตามรูปแบบที่มีโครงสร้างซึ่งรวมถึงส่วนต่างๆ เช่น การแนะนำ วิธีการ ผลลัพธ์ และการอภิปราย พวกเขาให้ความรู้ใหม่แก่สาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. บทความวิจารณ์ทางวิชาการ: บทความวิจารณ์จะให้ภาพรวมและการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการวิจัยที่มีอยู่เกี่ยวกับหัวข้อ สาขา หรือสาขาเฉพาะ บทความวิจารณ์จะสรุปและอภิปรายวรรณกรรมที่มีอยู่เพื่อให้มีมุมมองที่กว้าง
  3. กรณีศึกษา: กรณีศึกษาจะอธิบายกรณีเฉพาะหรือตัวอย่างโดยละเอียดเพื่อแสดงปรากฏการณ์ ปัญหา หรือแนวทางเฉพาะ มักใช้ในด้านต่างๆ เช่น จิตวิทยา ธุรกิจ และการศึกษา
  4. บทวิจารณ์หนังสือ: บทความเหล่านี้ให้การประเมินเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของวารสาร การวิจารณ์หนังสือช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจว่าหนังสือเล่มใดน่าอ่านหรือไม่

โดยรับบทความที่มีต้นฉบับเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เท่านั้น ทั้งนี้บทความต้องเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อนและไม่อยู่ในกระบวนการตอบรับหรือปรับปรุงในวารสารอื่นใด ตลอดถึงการพิจารณาในกระบวนการใด ๆ ของวารสารอื่น และกองบรรณาธิการจะดำเนินการตรวจสอบและส่งผู้ประเมินบทความที่มีความเชี่ยวชานในสาขานั้น ๆ 3 ท่าน เพื่อปรับปรุงให้ได้คุณภาพดีที่สุด โดยผู้แต่งต้องติดตามและปรับปรุงบทความด้วยตนเอง ทั้งนี้กองบรรณาธิการวารสารขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจทานและแก้ไขต้นฉบับ และต้องผ่านการตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการด้วยโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ CopyCatch (Copyright, Academic Work and Thesis Checking System) และ Turnitin เพื่อส่งเสริมความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ก่อนการปรับปรุงบทความและผลตอบรับ เพื่อ ป้องกันการลอกเลียนแบบ โดยผลการตรวจต้องไม่สูงเกินกว่าร้อยละ 20 รวมถึงการจัดลำดับในการตีพิมพ์ตามความเหมาะสมและถือว่าเป็นการสิ้นสุดก่อนการเผยแพร่ต่อไป

          การอ้างอิงพระไตรปิฏก อรรถถา ในระบบไทย และ บาลี ให้ อ้างอิงในโดย ระบุ องค์กร ปีที่พิมพ์ ตามด้วยเครื่องหมาย (;) และให้ใส่อักษรย่อคัมภีร์ ตามด้วยวงเล็บ (บาลี) หากเป็นฉบับบาลี หรือ (ไทย) หากเป็นฉบับไทย แล้วตามด้วย เล่ม/ข้อ/หน้า  ตัวอย่าง

(ชื่อองค์กร,/ปีที่พิมพ์;/ตัวย่อคัมภีร์./เล่ม/ข้อ/หน้า.)

(มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, 2539; ขุ.ส. (ไทย). 4/32/27)

การอ้างอิงท้ายเรื่องให้ ระบุองค์กร ปีที่พิมพ์ ชื่อฉบับพระไตรปิฎกหรือชื่อคัมภีร์หรือชื่อพระสูตร เล่มที่ จังหวัด และ โรงพิมพ์ ตัวอย่าง

องค์กร./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อฉบับพระไตรปิฎกหรือชื่อคัมภีร์หรือชื่อพระสูตร./จังหวัด./โรงพิมพ์.

มหามกุฎราชวิทยาลัย. (2534). พระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถา แปล ชุด 91 เล่ม. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหามกุฏราชวิทยาลัย.

 การเตรียมต้นฉบับเพื่อขอรับการตีพิมพ์เผยแพร่

ผู้เขียนต้องเตรียมต้นฉบับบทความให้เป็นไปตามกำหนดรูปแบบของวารสารดังต่อไปนี้

รูปแบบของการจัดเตรียมต้นฉบับ

  1. ต้นฉบับบทความมีความยาวตั้งแต่ 2500 คำ – 8,000 คำ หรือ โดยประมาณ หน้ากระดาษ A4 (ไม่รวมอ้างอิง) พิมพ์หน้าเดียวจำนวน 8-25 หน้า ด้วยอักษร TH SarabunPSK ตั้งหน้ากระดาษ ขอบบนและขอบซ้าย 1.5 นิ้ว ขอบล่างและขอบขวา 1 นิ้ว ระยะห่างระหว่างบรรทัด เท่ากับ 1 เท่า โดยไม่เว้นระยะห่างระว่างบรรทัดยกเว้นการขึ้นต้นหัวข้อหลักที่มีตัวเลขข้อกำกับโดยให้ระยะห่างก่อนและหลังที่ 12 pt
  2. ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในการณีเป็นบทความภาษาอังกฤษให้ใช้เฉพาะชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ขนาด 22 pt ตัวหน้า สีน้ำเงิน ชิดขอบด้านขวา
  3. ชื่อผู้แต่งต้องมีชื่อเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากเป็นชาวต่างชาติให้ใส่เฉพาะชื่อภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยไม่มีคำนำหน้านาม ราชทินนาม ยศ ตำแหน่ง ยกเว้นพระสงฆ์คงให้มีคำนำหน้านามเป็นปัจจุบันตามสมณะศักดิ์หรือขึ้นด้วยคำว่า “พระ” เท่านั้นและสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในภายหลังการเผยแพร่ทุกรณี หากเป็นพระสงฆ์ต่างชาติไม่ว่านิกายใดประเทศใดให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “Ven.” ซึ่งเป็นคำย่อจาก Venerable โดยชื่อใช้ขนาดอักษร 16 pt ตัวหนา สีดำ ชิดขอบด้านขวา
  4. ผู้แต่งหากมีมากกว่า 1 ท่านให้ใส่เลขกำกับที่มุมด้านบนขวาของชื่อ และผู้ที่เป็น Corresponding Author ให้มีเครื่องหมาย “*” กำกับ และต้องแสดงอีเมล์ เพื่อการติดต่อให้ปรากฎในต้นฉบับด้วย  โดยชื่อใช้ขนาดอักษร 16 pt ตัวหนา สีดำ ชิดขอบด้านขวา ส่วน อีเมล์ให้ทำสีนำเงินขีดเส้นใต้ไว้เป็นสำคัญ
  5. บทคัดย่อ ภาษาไทย ควรมีจำนวนระหว่าง 250-300 คำ และ บทคัดย่อภาษาอังกฤษให้แปลรักษาสำนวนเดิมของภาษาไทยไม่แปลเอาความมากเกินไป ควรมีการตรวจทานไวยากรและการใช้คำศัพท์โดยเฉพาะคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่เป็นคำเฉพาะอย่างระมัดระวังและสื่อความหมายตรงตามคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ
  6. คำสำคัญ และ Keywords ควรเป็นคำไม่ใช่เป็นประโยค์ถ้าเป็นคำปรุงผสมใหม่ให้ตัดเหลือเป็นคำเดี๋ยว และควรมีคำระหว่าง 3-5 คำ เท่านั้นโดยคันด้วยเครื่องหมาย “;” ระหว่างแต่ละคำ โดยชื่อใช้ขนาดอักษร 16 pt ตัวหนา สีดำ
  7. ตัวเลขที่ใช้ในต้นฉบับทั้งหมดให้ใช้ตัวเลขอารบิกเท่านั้น
  8. การนําเสนอรูปภาพและตาราง ต้องนําเสนอรูปภาพและตารางที่มีความคมชัด พร้อมระบุหมายเลขกํากับรูปภาพไว้ด้านล่าง พิมพ์เป็นตัวหนา เช่น ภาพที่ 1 หรือ Figure 1 รูปภาพที่นําเสนอต้องมีรายละเอียดของข้อมูลครบถ้วน และเข้าใจได้ โดยไม่จําเป็นต้องกลับไปอ่านที่เนื้อความอีก ตารางให้วางเหนือตารางที่ปรากฎชิดมุมซ้าย เช่น ตารางที่ 1 หรือ Table 1 และระบุลําดับของรูปภาพและตารางให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ในต้นฉบับ โดยคําอธิบายต้องกระชับและสอดคล้องกับรูปภาพและตารางที่นําเสนอ โดยชื่อใช้ขนาดอักษร 16 pt ตัวหนา สีดำ

ให้เรียงลําดับหัวข้อสําคัญ ดังนี้

บทความวิจัย

บทความเหล่านี้นำเสนอผลลัพธ์ของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ดั้งเดิม โดยปกติแล้วจะมีรูปแบบที่เป็นโครงสร้างซึ่งประกอบด้วยส่วนต่างๆ เช่น บทนำ วิธีการ ผลลัพธ์ และการอภิปราย บทความเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนความรู้ใหม่ให้กับสาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ

โดยกำหนดองค์ประกอบของการเขียนบทความดังนี้

  1. บทคัดย่อ: บทคัดย่อควรกระชับและครอบคลุมถึงแนวคิดหรือปัญหา/วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย ประชากรที่ศึกษาและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย การวิเคราะห์ และผลการวิจัย โดยต้องมีความยาวไม่เกิน 200-300 คำ

คำสำคัญ : ส่วนสำคัญในการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านค้นพบบทความของคุณเมื่อทำการวิจัย 3-5 คำ

  1. บทนำ: ส่วนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออธิบายภูมิหลังและความสำคัญของปัญหาที่นำไปสู่การวิจัย ควรเน้นย้ำถึงช่องว่างในการวิจัยเพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการศึกษาวิจัย
  2. การทบทวนวรรณกรรมและกรอบทฤษฎี: ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทบทวนวรรณกรรมและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการกำหนดกรอบทฤษฎีสำหรับการศึกษาวิจัย
  3. วัตถุประสงค์: นำเสนอวัตถุประสงค์และสมมติฐานของการวิจัย
  4. วิธีการวิจัย: อธิบายส่วนประกอบต่างๆ เช่น ประเภทของการวิจัย ประชากรที่ศึกษา กลุ่มตัวอย่าง เทคนิคการเลือก เครื่องมือวิจัย ขั้นตอนการวิจัย การรวบรวมข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์
  5. ผลลัพธ์: การนำเสนอผลการวิจัย จัดแนวทางการนำเสนอผลการวิจัยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือสมมติฐานของการวิจัย
  6. การอภิปราย: อภิปรายผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ โดยอ้างอิงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนประเด็นและเนื้อหาที่อภิปราย
  7. บทสรุป: สรุปผลการวิจัยโดยให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิจัย
  8. ข้อเสนอแนะ: ให้ข้อเสนอแนะหรือความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการศึกษา

           องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย: เสนอคำแนะนำสำหรับสาธารณชน และเสนอแนวคิดสำหรับการวิจัยในอนาคต

  1. เอกสารอ้างอิง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอ้างอิงภายในบทความและในตอนท้ายเป็นไปตามรูปแบบ APA6 และรักษาความเหมาะสมของภาษา

บทความวิจารณ์ทางวิชาการ

บทความวิจารณ์จะให้ภาพรวมและการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการวิจัยที่มีอยู่เกี่ยวกับหัวข้อ สาขา หรือพื้นที่วิชาเฉพาะ บทความเหล่านี้จะสรุปและอภิปรายวรรณกรรมที่มีอยู่เพื่อให้มีมุมมองที่กว้าง

โดยกำหนดองค์ประกอบของการเขียนบทความดังนี้

  1. บทคัดย่อ : ระบุความสำคัญ ผลการศึกษา และความรู้ที่ได้จากการศึกษา โดยให้มีความยาวไม่เกิน 200-300 คำ

           คำสำคัญ : ส่วนสำคัญในการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านค้นพบบทความของคุณเมื่อทำการวิจัย 3-5 คำ

  1. บทนำ : อธิบายความเป็นมาและความสำคัญของประเด็นและแนวคิดที่จะนำเสนอ
  2. เนื้อหา : ประกอบด้วยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

                         1) นำเสนอรายละเอียดที่สนับสนุนประเด็นและแนวคิดหลัก

                         2) นำเสนอแนวคิดรองอย่างชัดเจน ถูกต้อง และเหมาะสม

                         3) เนื้อหาถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อมโยง และจัดระบบได้อย่างสมบูรณ์

  1. บทสรุป : ครอบคลุมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป็นประโยชน์
  2. ข้อเสนอแนะ: ให้ข้อเสนอแนะหรือความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการศึกษา

           องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย: เสนอคำแนะนำสำหรับสาธารณชน และเสนอแนวคิดสำหรับการวิจัยในอนาคต

  1. เอกสารอ้างอิง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอ้างอิงภายในบทความและในตอนท้ายเป็นไปตามรูปแบบ APA และรักษาความเหมาะสมของภาษา
  2. ความเหมาะสมของการใช้ภาษาอังกฤษ

กรณีศึกษา

กรณีศึกษาอธิบายตัวอย่างเฉพาะเจาะจงโดยละเอียดเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ ปัญหา หรือแนวทางเฉพาะ มักใช้ในหลากหลายสาขา เช่น จิตวิทยา ศาสนา ธุรกิจ และการศึกษา 

 โดยกำหนดองค์ประกอบของการเขียนบทความดังนี้

  1. บทคัดย่อ: สรุปกรณีศึกษาทั้งหมดโดยย่อ อาจเขียนเป็นเรื่องเล่า (เล่าแบบเรื่องสั้น) หรือแบบมีโครงสร้าง (มีหัวข้อย่อย) บทคัดย่อแบบมีโครงสร้างจะดีที่สุดเพื่อความชัดเจนและสอดคล้องกัน โดยมีความยาวไม่เกิน 200-300 คำ

           คำสำคัญ: ส่วนสำคัญในการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านค้นพบบทความของคุณเมื่อทำการวิจัย 3-5 คำ

  1. บทนำ: ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกรณีศึกษาและความสำคัญของกรณีศึกษา วางการศึกษาไว้ในบริบททางประวัติศาสตร์ สังคม หรือทางการแพทย์ กล่าวถึงกรณีที่คล้ายกันในอดีต
  2. การนำเสนอกรณีศึกษา: อธิบายอาการป่วย ประวัติ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องของผู้ป่วย นำเสนอผลการตรวจ ผลการทดสอบ และความประทับใจในการวินิจฉัย ใช้รูปแบบการบรรยายเพื่อความชัดเจนและหลีกเลี่ยงรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
  3. ผลลัพธ์: การจัดการและผลลัพธ์ที่กล่าวถึงจะสรุปแผนการรักษาและการดูแลจริงที่ให้ไว้ รวมถึงระยะเวลาและความถี่ในการดูแล รายงานการตอบสนองและผลลัพธ์ของผู้ป่วยโดยใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมหากเป็นไปได้
  4. การอภิปราย: วิเคราะห์ประเด็นสำคัญของกรณีศึกษา รวมถึงความท้าทายและบทเรียนที่ได้รับ สำรวจคำอธิบายที่เป็นไปได้โดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์
  5. บทสรุป: ครอบคลุมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีประโยชน์
  6. ข้อเสนอแนะ: ให้ข้อเสนอแนะหรือความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการศึกษา

            องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย: เสนอคำแนะนำสำหรับสาธารณชน และเสนอแนวคิดสำหรับการวิจัยในอนาคต

  1. 8. เอกสารอ้างอิง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอ้างอิงภายในบทความและในตอนท้ายเป็นไปตามรูปแบบ APA และรักษาความเหมาะสมของภาษา
  2. 9. ความเหมาะสมของการใช้ภาษาอังกฤษ

บทวิจารณ์หนังสือ

บทความเหล่านี้ให้การประเมินเชิงวิพากษ์วิจารณ์หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของวารสาร บทวิจารณ์หนังสือช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งคุ้มค่าแก่การอ่านหรือไม่

โดยกำหนดองค์ประกอบของการเขียนบทความดังนี้

  1. บทคัดย่อ: สรุปสั้นๆ ของกรณีศึกษาทั้งหมด อาจเป็นเรื่องเล่า (เล่าแบบเรื่องสั้น) หรือแบบมีโครงสร้าง (มีหัวข้อย่อย) บทคัดย่อแบบมีโครงสร้างจะดีที่สุดเพื่อความชัดเจนและความสอดคล้องกัน โดยมีความยาวระหว่าง 200-300 คำ

           คำสำคัญ: ส่วนสำคัญในการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านค้นพบบทความของคุณเมื่อทำการวิจัย 3-5 คำ

  1. บทนำ: ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกรณีศึกษาและความสำคัญของกรณีศึกษา วางการศึกษาไว้ในบริบททางประวัติศาสตร์ สังคม หรือทางการแพทย์ กล่าวถึงหนังสือที่คล้ายกันเล่มก่อนๆ
  2. บทวิจารณ์หนังสือ: เสนอการประเมินเชิงวิจารณ์ของหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญของวารสาร สรุป: ประเด็นสำคัญ จุดแข็งและจุดอ่อน อภิปราย: ความเกี่ยวข้องและประโยชน์สำหรับผู้อ่าน
  3. บทสรุป: ครอบคลุมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีประโยชน์
  4. ข้อเสนอแนะ: ให้ข้อเสนอแนะหรือความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการศึกษา

            องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย: เสนอคำแนะนำสำหรับสาธารณชน และเสนอแนวคิดสำหรับการวิจัยในอนาคต

  1. เอกสารอ้างอิง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอ้างอิงภายในบทความและในตอนท้ายเป็นไปตามรูปแบบ APA และรักษาความเหมาะสมของภาษา
  2. ความเหมาะสมของการใช้ภาษาอังกฤษ

ระบบการอ้างอิงและเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ

เอกสารที่นํามาใช้ในการอ้างอิงบทความ ควรมีที่มาจากแหล่งตีพิมพ์ที่ชัดเจนและมีความน่าเชื่อถือ สามารถสืบค้นได้เช่น หนังสือ วารสาร หรืองานวิจัย เป็นต้น ผู้เขียนบทความจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของรายการอ้างอิง เพื่อป้องกันความล้าช้าในการตีพิมพ์บทความ เนื่องจากบทความที่มีการอ้างอิงไม่ถูกต้อง จะไม่ได้รับการส่งต่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา จนกว่าการอ้างอิงเอกสารจะได้รับการแก้ไขให้สมบูรณ์

การอ้างอิงในเนื้อหาบทความ (In-text Citation)

รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อเรื่องและท้ายเล่มใช้วิธีการอ้างอิงระบบนาม – ปีตามรูปแบบของ American Psychological Association (APA 6th) ให้ใช้ระบบตัวอักษรโดยใช้วงเล็บ เปิด-ปิด แล้วระบุ ชื่อนามสกุลของผู้เขียนและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่ตีพิมพ์กํากับท้ายเนื้อความที่ได้อ้างอิง หากเป็นพระที่มีสมณะศักดิ์พระราชทานแทนชื่อตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไปไม่ต้องใส่ชื่อและฉายา (หรือสกุล) คงใส่ชื่อและฉายาเฉพาะที่ไม่ใช่พระครูสัญญาบัตรลงมา หรือมีชื่อผู้แต่งตามด้วยวงเล็บปีที่พิมพ์ ส่วนภาษาอังกฤษให้แสดงด้วยการใส่วงเล็บเปิด-ปิด แล้วระบุนามสกุล คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่พิมพ์และหากเป็นหนังสือที่มีการอ้างหน้าให้ตามด้วยเครื่องหมายวิภาค (:) และระบุเลขหน้าที่อ้างหากมากกว่า 1 หน้า ให้ใช้เครื่องหมาย (-) ระหว่างตัวเลขที่ต่อเนื่องกัน หากไม่ต่อเนื่องให้ใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่น หากเป็นวารสารไม่ต้องใส่เลขหน้าคงไว้แต่ ชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์เท่านั้น ดังนี้

อ้างอิง 1 ท่าน

ภาษาไทย

(พิชิตชัย กุลธรสมุทร, 2564: 12-15)

(พระสิทธิศักดิ์ สิทธิเตโช, 2560: 19, 25, 30)

ภาษาอังกฤษ

(Loan, 2020: 150)

 อ้างอิง 2 ท่าน

ภาษาไทย

(อรพิน แสงสี และ บรรจบ คงพักต์, 2563: 22)

(พระพรหมบัณฑิต และ พระอุดมโมลี, 2560)

ภาษาอังกฤษ

(Āchārshubho & Saengpare, 2022)

อ้างอิง 3 ท่าน ขึ้นไป

ภาษาไทย

          (จิณธร ปรียาสุนทร และคณะ, 2565)

ภาษาอังกฤษ

          (Nguyen, et al., 2020)

หากมีการอ้างอิงเรื่องเดี๋ยวกันในหลายเอกสารหรือต้องการอ้างอิงเรื่องเดี๋ยวกันจากการศึกษาอื่นมากกว่าหนึ่งแห่งทำด้วยการคั้นด้วยสัญลักษณ์อัฒภาค “;” และตามด้วย (ชื่อ-สกุล,/ปีที่พิมพ์) ดังนี้

ภาษาไทย

          (มกุฎราชวิทยาลัย, 2539; ป.อ. (ไทย) 22/282; ลลิต มณีธรรม, 2565)

ภาษาอังกฤษ

          (Financialexpress. 2019; DeVido, 2009)

การอ้างอิงราชกิจจานุเบกษา การสัมภาษณ์ เว็ปไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ให้อ้างอิงด้วย ชื่อผู้แต่ง หากไม่มีให้อ้างอิงชื่อเว้ปไซต์ แม้จะเป็นนามแฝกก็อ้างอิงได้ และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่เผยแพร่ หรือปรับปรุงล่าสุด ไม่ต้องแสดง URL ที่เนื้อหาให้ไปแสดงที่อ้างอิงท้ายเรื่อง และไม่ต้องใส่คำว่า “บทสัมภาษณ์” คงไว้แต่ชื่อสกุล และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่สัมภาษณ์ ให้ไปแสดงคำว่า “บทสัมภาษณ์” ที่อ้างอิงท้ายเรื่อง เช่น

         

(รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, 2562)

          (สุรศักดิ์ ปานคำ, 2565)

          (United Nations, 2020)

การอ้างอิงเอกสาร

การอ้างอิงท้ายบทความ ให้ระบุเอกสารที่ใช้อ้างอิงไว้ท้ายบทความ โดยเรียงตามลำดับตัวอักษรใช้รูปแบบการเขียนอ้างอิงตามระบบ APA Style 6th ed. ต่อไปนี้

อ้างอิงจาก

รูปแบบและตัวอย่าง

หนังสือทั่วไป

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./จังหวัด (เมืองหรือประเทศ):/สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ 

ตัวอย่าง :
ฟื้น ดอกบัว. (2554). ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในนานาประเทศ. กรุงเทพฯ: บูรพาสาสน์.

ตัวอย่าง

Shantideva. (2006). The Way of the Bodhisattva. US LLC: Penguin Random House.

บทความในหนังสือ

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้เขียนบทความ./(ปีพิมพ์)./ชื่อบทความ./ใน/ชื่อผู้แต่ง (บรรณาธิการ),/ชื่อหนังสือ ////////(ครั้งที่พิมพ์), เลขหน้าที่ปรากฏบทความจากหน้าใดถึงหน้าใด)./สถานที่พิมพ์:/ ////////สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง

Kapila Abhayawansa. An Examination of the Concepts of Reality and Appearance in Kantian and Buddhist Thoughts. IBC Journal of Buddhist Studies IBCJBS. International Buddhist Collage. Thailand.

บทความวารสารออนไลน์

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร,/ปีที่/(ฉบับที่),/เลขหน้า-เลขหน้า. ////////URLของวารสาร

ตัวอย่าง

Thepa, P. C. A. (2022). Buddhist Psychology: Corruption and Honesty Phenomenon. Journal of Positive School Psychology, 6(2), 5986-6005. https://journalppw.com/index.php/jpsp/article/view/3655

บทความในเอกสารประกอบการประชุมวิชาการที่พิมพ์เผยแพร่

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./ใน/สถานที่จัด,/ชื่อการประชุม./(หน้า)./สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.

ตัวอย่าง

Thepa, P. C. A. (2022). Mindfulness: A Buddhism Dialogue of Sustainability Wellbeing. In 2022 International Webinar Conference on the World Chinese Religions. Nanhua University. Taiwan. https://urlcc. cc/sysek.

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้เขียนวิทยานิพนธ์./(ปีพิมพ์)./ชื่อวิทยานิพนธ์./(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต //////// หรือวิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต,/ชื่อมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา).

ตัวอย่าง

Le Chi Luc. (2021). Influence and Impact of Indian Buddhism on Vietnamese Buddhist History During the 1st to 14th Century A.D. Doctoral Dissertation. Acharya Nagarjuna University. India.

เว็บไซต์

รูปแบบการเขียน

ชื่อผู้เขียน./ (ปีที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต)./ ชื่อเรื่อง./ สืบค้นเมื่อวัน/เดือน/ปี./ จากเว็บไซต์: ///////URL Address

ตัวอย่าง

United Nations. (2020). Department of Economic and Social Affairs. Retrieved 20/10/2020. from https://sdgs.un.org/goals

 

 

บทความวิจัยต้นฉบับ

บทความเหล่านี้นำเสนอผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต้นฉบับ โดยทั่วไปจะเป็นไปตามรูปแบบที่มีโครงสร้างซึ่งรวมถึงส่วนต่างๆ เช่น การแนะนำ วิธีการ ผลลัพธ์ และการอภิปราย พวกเขาให้ความรู้ใหม่แก่สาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความทบทวนทางวิชาการ

บทความทบทวนให้ภาพรวมที่ครอบคลุมและการวิเคราะห์งานวิจัยที่มีอยู่ในหัวข้อ สาขาวิชา หรือสาขาวิชาเฉพาะ ทำการสังเคราะห์และหารือเกี่ยวกับวรรณกรรมที่มีอยู่เพื่อให้มีมุมมองที่กว้าง

กรณีศึกษา

กรณีศึกษาจะอธิบายกรณีเฉพาะหรือตัวอย่างโดยละเอียดเพื่อแสดงปรากฏการณ์ ปัญหา หรือแนวทางเฉพาะ มักใช้ในด้านต่างๆ เช่น จิตวิทยา ธุรกิจ และการศึกษา

บทวิจารณ์หนังสือ

บทความเหล่านี้ให้การประเมินเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของวารสาร การวิจารณ์หนังสือช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจว่าหนังสือเล่มใดน่าอ่านหรือไม่

นโยบายความเป็นส่วนตัว

Open Access Information and Policy

As the Editor of Buddho Journal, I am pleased to reaffirm our commitment to open-access principles and share the policies that define our approach. All articles published in Buddho Journals are immediately and freely accessible worldwide under an open-access license. This ensures that readers have unrestricted access to the full-text content, fostering the dissemination of knowledge.

Open Access Explained!

Meaning of Open Access

In accordance with major definitions of open access in scientific literature (namely the Budapest, Berlin, and Bethesda declarations), MDPI defines open access by the following conditions:

  • peer-reviewed literature is freely available without subscription or price barriers,
  • literature is immediately released in open access format (no embargo period), and
  • published material can be re-used without obtaining permission as long as a correct citation to the original publication is given.

Key features of our open access policy include the freedom for everyone to reuse published material, provided proper accreditation/citation to the original publication is given. The support for open-access publication comes from authors' institutes or research funding agencies, facilitated through a comparatively low Article Processing Charge (APC) for accepted articles.

Permissions regarding the reuse of articles are explicitly outlined. For articles published under the open-access Creative Commons CC BY license, any part of the article can be reused without specific permission, as long as a proper citation to the original article is provided. It's important to note that reuse does not imply endorsement by the authors or Buddho.

We encourage the utilization of external open-access resources and provide information for those new to the concept, directing them to informative websites and resources such as Wikipedia's article on Open Access and the Open Access Network.

  • Wikipedia article on Open Access
  • Open Access Network

Our definition of open access aligns with major declarations in scientific literature, emphasizing free availability without subscription barriers, immediate release in open access format, and the ability to reuse published material with proper citation.

Buddho believes that open-access publishing promotes the exchange of research results among scientists, facilitates interdisciplinary research, and provides global access to research results, including for researchers in developing countries and the interested general public.

While embracing open access, we acknowledge that certain articles, especially reviews, may contain material for which Buddho does not hold the copyright. Users are encouraged to inquire with the original copyright holder for permission.

Authors benefit from our open-access model through the high availability and visibility of their articles. Open-access publications are freely accessible over the internet, ensuring that readers, including researchers, can access and download articles without subscription or pay-per-view charges. The higher citation impact of open-access articles is attributed to their increased visibility.

Additionally, authors enjoy lower publishing costs, as the article processing charge (APC) covers editorial handling and editing expenses. Our APCs are designed to be affordable and are the same irrespective of article length, encouraging the publication of comprehensive papers with complete results.

At Buddho, we believe that open access is a valuable component of scholarly communication, coexisting harmoniously with other forms of publication. We remain dedicated to advancing the accessibility and impact of scientific research through our open-access initiatives.