จรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
จรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา กลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารการศึกษา กลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ข้าราชการครู และผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนกลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 118 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) จรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า จรรยบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ รองลงมา พบว่ามี 2 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ได้แก่จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ รองลงมาคือ จรรยาบรรณต่อตนเอง และจรรยาบรรณที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ จรรยาบรรณต่อสังคม 2) แนวทางการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มกรุงธนใต้ สังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่ 1) สร้างเครือข่ายกับผู้นำทางการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลด้านการศึกษา อย่างสม่ำเสมอ 2) ผู้บริหารควรมีวินัยในตนเอง มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ ทักษะ และบุคลิกภาพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวิชาชีพอยู่เสมอ 3) จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ออกแบบหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการและความแตกต่างของผู้เรียน 4) จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองร่วมกัน 5) ) เชิญบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในอาชีพต่างๆ มาเป็นวิทยากร หรือให้คำแนะนำแก่นักเรียนและสมาชิกในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2567–
ประกาศวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566.
จันทร์ทร ปานคล้ำ. (2559). การปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารกับองค์กรแห่งความสุขใน
สถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556. ราชกิจจานุเบกษา, 130 (พิเศษ 130 ง),
ตุลาคม 2556.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 26 เมษายน 2562.
รัชวลี วรวุฒิ. (2548). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 134 (40 ก).
ส่วนนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. (2563).
แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. 2564 – 2569). กรุงเทพมหานคร: สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร.
สุชาดา นันทะไชย. (2554). จริยธรรมวิชาชีพสำหรับผู้บริหารทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์สามเจริญพาณิชย์กรุงเทพ.
วนิดา บิณกาญจน์. (2566). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหาร
สถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู โรงเรียนในเขตสายไหม สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารร่มพฤกษ์, มหาวิทยาลัยเกริก.
Best, J. W., & Kahn, J. V. (1997). Research in Education (7th ed., p. 190). Boston, MA:
Allyn and Bacon.
Cronbach, L. J. (1978). Essentials of Psychological Testing (3rd ed., p. 161). New York:
Harper & Row.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.
Educational and Psychological Measurement, 30 (3), 607–610.
Likert,S. (1961). New patterns of management. New York: McGraw-Hill.Publisher.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.