เซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาว: การพัฒนากระบวนการสืบทอดภูมิปัญญาการเซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาว จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสังคมและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

Main Article Content

พรชัย น่าบัณฑิต

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และกระบวนการสืบทอดการเซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 2) พัฒนาแนวทางหรือรูปแบบการสืบทอดภูมิปัญญาการเซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาวที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางสังคมและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนกลุ่มผู้ให้ข้อมูล แบบเจาะจง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้รู้ จำนวน 10 คน ได้แก่ ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้อาวุโส พระสงฆ์ ครู นักวิชาการอิสระ และผู้นำชุมชน 2) กลุ่มผู้ปฏิบัติ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด กลุ่มเซิ้งผ้าหมี่  กลุ่มทอผ้า จำนวน 30 คน 3) กลุ่มบุคคลทั่วไป ประชาชนทั่วไปในจังหวัดร้อยเอ็ดที่เกี่ยวข้องกับสาเกตนคร จำนวน 10 คนการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัย เชิงคุณภาพทางวัฒนธรรม โดยใช้เครื่องมือในการเก็บรวมรวบข้อมูล คือ แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต จัดประชุมกลุ่มย่อยและการประชุมเชิงปฏิบัติการ


ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวิจัยพบว่า การเซิ้งผ้าหมี่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาการทอผ้ามัดหมี่ องค์ความรู้ประกอบด้วย ท่ารำที่เลียนแบบขั้นตอนการทอผ้า, จังหวะดนตรีพื้นบ้าน, เครื่องแต่งกายผ้ามัดหมี่, และ รูปแบบการแสดงที่สะท้อนวิถีชีวิตชุมชน การถ่ายทอดความรู้ส่วนใหญ่เกิดจากปราชญ์ชาวบ้าน ครูภูมิปัญญา และผู้นำชุมชนสู่เยาวชน ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม การฝึกซ้อม และการแสดงประเพณีท้องถิ่น 2) แนวทางการพัฒนากระบวนการสืบทอดควรเน้น การมีส่วนร่วมของชุมชน, กิจกรรมการเรียนรู้และฝึกอบรมเยาวชน, การบูรณาการองค์ความรู้กับการศึกษาและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, และ การปรับรูปแบบการแสดงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน พร้อมรักษาอัตลักษณ์เดิม การส่งเสริมการเซิ้งผ้าหมี่ควบคู่กับการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ช่วยสร้างความภาคภูมิใจ เสริมความเข้มแข็งชุมชน และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
น่าบัณฑิต พ. (2026). เซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาว: การพัฒนากระบวนการสืบทอดภูมิปัญญาการเซิ้งผ้าหมี่บ้านขวาว จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสังคมและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ. วารสารศรีขวาวนคร, 2(1), 122–133. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/joskn/article/view/3747
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คำประเคียน โพธิ์เพชรเล็บ (2545).การศึกษาความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ของชาวอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น . มหาวิทยาลัยขอนแก่น/ขอนแก่น.

จิรวรรณ ทองพายัพ และในตะวัน กำหอม.(2564).การขอขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 : กรณีศึกษาสภาวัฒนธรรม ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด.คณะศึกษาศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข

ณฐนนท ทวีสิน. (2565). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “เซิ้งผ้าหมี่” ของบ้านขวาวอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด,คณะสังคมศาสตร์และศึกษาศาสตร์, วิทยาลัยทองสุข

ทรงคุณ จันทจร. (2553). การวิจัยเชิงคุณภาพทางวัฒนธรรมชั้นสูง. มหาสารคาม : สถานบันวิจัยศิลปและวัฒนธรรมอีสาน,

ในตะวัน กำหอม. (2559). การวิจัยทางสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์. โรงพิมพ์ทีคอมมหาสารคาม.วิทยาลัยทองสุข.

ในตะวัน กำหอม. (2559). ผ้าหมี่ : การอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อส่งเสริมวิถี วัฒนธรรมชุมชน ตำบลขวาวอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดความหลากหลายทางวัฒนธรรม. คณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฉบับที่ 26 ปีที่ 12 เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม.

ยศ สันตสมบัติ. (2540). มนุษย์กับวัฒนธรรม. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรณู โกศินานนท์.(2542). สืบสานนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

วีระนุช กุลสุวรรณ และ ในตะวัน กำหอม. (2566).กระโจมบ้านขวาว : สื่อสัญลักษณ์ การอนุรักษ์และการพัฒนาเพื่อส่งเสริมวิถีวัฒนธรรม ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด,หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต.สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม.วิทยาลัยทองสุข.

สุรพล วิรุฬห์รักษ์.(2543).วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยในกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2325-2477.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Alexander Baumgarten. (1954). Meditationes Philosophicae De Nonnullis Poema Pertininentibus, Tr. Karl Aschenbrenner and William B. Holther, Reflections on Poetry. Berkeley: University of California Press.

Franz Boas. (1940). Language and Culture. New york: The Macmillan Company

Rogers, E.M. (2003) Diffusion of Innovations. Free Press, New York.