การศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
ทักษะการคิดวิเคราะห์, รูปแบบการสอนใช้ปัญหาเป็นฐาน, โปรแกรมจำลองเสมือน PhETบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องไฟฟ้าของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET 2) ศึกษาการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และ 3) ประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน จากโรงเรียนบ้านเหมืองทวด จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นโรงเรียนหนึ่งในเครือข่ายนาสารที่ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง จากโรงเรียนในเครือข่ายนาสาร จากนั้นสุ่มนักเรียนด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายเพื่อใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 3) แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์จำนวน 5 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และการทดสอบทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2) ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยมีค่าดัชนีความก้าวหน้าอยู่ในระดับสูง
3) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=4.58) โดยเฉพาะด้านความน่าสนใจของกิจกรรม (=4.70) และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้จริง (=4.40)
สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และเพิ่มความพึงพอใจ
เอกสารอ้างอิง
Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. David McKay.
Ennis, R. H. (1985). A logical basis for measuring critical thinking skills. Educational Leadership, 43(2), 44–48.
Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn? Educational Psychology Review, 16(3), 235–266. https://doi.org/10.1023/B:EDPR.0000034022.16470.f3
Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. Orion Press.
Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.68
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Wieman, C. E., & Perkins, K. K. (2005). Transforming physics education. Physics Today, 58(11), 36–41. https://doi.org/10.1063/1.2155756
Wieman, C. E., Adams, W. K., & Perkins, K. K. (2010). PhET: Simulations that enhance learning. Science, 322(5902), 682–683. https://doi.org/10.1126/science.1161948
Zohar, A., & Dori, Y. J. (2003). Higher order thinking skills and low-achieving students: Are they mutually exclusive? The Journal of the Learning Sciences, 12(2), 145–181. https://doi.org/10.1207/S15327809JLS1202_1
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร


