การศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้แต่ง

  • ธนกฤต ดำสนิท สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ทักษะการคิดวิเคราะห์, รูปแบบการสอนใช้ปัญหาเป็นฐาน, โปรแกรมจำลองเสมือน PhET

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องไฟฟ้าของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET 2) ศึกษาการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และ 3) ประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน จากโรงเรียนบ้านเหมืองทวด จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นโรงเรียนหนึ่งในเครือข่ายนาสารที่ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง จากโรงเรียนในเครือข่ายนาสาร จากนั้นสุ่มนักเรียนด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายเพื่อใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 3) แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์จำนวน 5 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และการทดสอบทีแบบกลุ่มสัมพันธ์

ผลการวิจัยพบว่า

1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2) ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยมีค่าดัชนีความก้าวหน้าอยู่ในระดับสูง

3) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=4.58) โดยเฉพาะด้านความน่าสนใจของกิจกรรม (=4.70) และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้จริง (=4.40)

สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และเพิ่มความพึงพอใจ

เอกสารอ้างอิง

Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. David McKay.

Ennis, R. H. (1985). A logical basis for measuring critical thinking skills. Educational Leadership, 43(2), 44–48.

Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn? Educational Psychology Review, 16(3), 235–266. https://doi.org/10.1023/B:EDPR.0000034022.16470.f3

Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. Orion Press.

Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.68

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

Wieman, C. E., & Perkins, K. K. (2005). Transforming physics education. Physics Today, 58(11), 36–41. https://doi.org/10.1063/1.2155756

Wieman, C. E., Adams, W. K., & Perkins, K. K. (2010). PhET: Simulations that enhance learning. Science, 322(5902), 682–683. https://doi.org/10.1126/science.1161948

Zohar, A., & Dori, Y. J. (2003). Higher order thinking skills and low-achieving students: Are they mutually exclusive? The Journal of the Learning Sciences, 12(2), 145–181. https://doi.org/10.1207/S15327809JLS1202_1

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

ดำสนิท ธ. (2025). การศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับโปรแกรมจำลองเสมือน PhET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา, 1(4), 1–13. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame/article/view/2721

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย

หมวดหมู่