วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame
<p> วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา (Journal of Academic Multidisciplinary Education) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานวิจัย และผลงานทางวิชาการ ด้านสังคมศาสตร์ และแขนงวิชาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปรัชญา ศาสนา รัฐศาสตร์ สังคมศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์ ภูมิศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา จิตวิทยา เศรษฐศาสตร์ พัฒนศึกษา พัฒนาสังคม การบริหารการศึกษา การศึกษา และสหวิทยาการ ซึ่งทางวารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษาเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องผ่านการกลั่นกรองและประเมินคุณภาพจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความของทางวารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา (Peer Review) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนการตีพิมพ์</p> <p>ISSN 3088-1617 (Online)</p> <p>กำหนดการเผยแพร่ ปีละ 6 ฉบับ</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์<br />ฉบับที่ 2 มีนาคม - เมษายน<br />ฉบับที่ 3 พฤษภาคม - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 4 กรกฎาคม - สิงหาคม<br />ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม<br />ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม</p> <p><a href="https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame/about/submissions">เริ่มการส่งบทความ คลิก!</a></p>
สมาคมสังคมศึกษาสัมพันธ์
th-TH
วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา
3088-1617
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
-
แนวคิดสังคมนิยมของคาร์ลมาร์กซ์กับพุทธวิธี: การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame/article/view/3442
<p>บทความวิชาการนี้มีจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์แนวคิดหลักของสังคมนิยมมาร์กซ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปรากฎการณ์ทางสังคม (2) อธิบายกรอบแนวคิดและวิธีการของพุทธวิธีในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางสังคม (3) เปรียบเทียบจุดเหมือนและความแตกต่างระหว่างสังคมนิยมมาร์กซ์กับหลักพุทธวิธี และ (4) เสนอกรอบการวิเคราะห์แบบบูรณาการที่อาจนำไปสู่การพัฒนาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมร่วมสมัย การศึกษานี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ โดยใช้กรอบการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบและการตีความเชิงปรัชญา</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า สังคมนิยมของมาร์กซ์มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการขจัดความทุกข์ของมนุษย์อันเกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทุนนิยม โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างผ่านการต่อสู้ทางชนชั้น ขณะที่พุทธวิธีมุ่งแก้ปัญหาความทุกข์ที่รากฐานของจิตใจมนุษย์ โดยเน้นการดับตัณหาและพัฒนาปัญญา แม้ทั้งสองแนวคิดจะมีจุดร่วมด้านอุดมคติความเป็นธรรมทางสังคม แต่มีความแตกต่างเชิงปรัชญาและวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ การบูรณาการสังคมนิยมกับพุทธวิธีอาจนำไปสู่รูปแบบ “สังคมนิยมเชิงจริยธรรม” ที่มุ่งสร้างความเป็นธรรมเชิงโครงสร้างควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรมและจิตสำนึกของมนุษย์</p> <p><strong> </strong></p>
จิรัฐชัย แย้มโกสุม
พระครูกิตติวราทร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-08-31
2026-08-31
2 4
1
16
-
นวัตกรรมการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคชันนิซึมผสมผสานการสร้างหุ่นยนต์ไมโครบล็อกเคลื่อนที่ เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันทางดิจิทัล
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame/article/view/3472
<p>การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในสังคมยุคดิจิทัลหนึ่งในทักษะที่ได้รับการเน้นยํ้าคือการทำงานร่วมกันทางดิจิทัล ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสาร บทบาทหน้าที่การทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทฤษฎีคอนสตรัคชันนิซึม (Constructionism) ของ Papert ที่เสนอว่าการเรียนรู้ที่มีความหมายและฝังลึกจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้ลงมือสร้างสรรค์ชิ้นงานที่จับต้องได้ และสะท้อนผลการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ด้วยเหตุนี้ การบูรณาการหุ่นยนต์ไมโครบล็อก เข้ากับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคชันนิซึม ซึ่งมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การกำหนดโจทย์และบริบท 2) การออกแบบและวางแผน 3) การสร้างและพัฒนา 4) การทดสอบและแก้ปัญหา 5) การนำเสนอและสะท้อนคิด และ 6) การสรุปและต่อยอด จึงมีศักยภาพอย่างยิ่งในการเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันทางดิจิทัล ผ่านกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการสร้างองค์ความรู้ร่วมกันในทีม และสมรรถนะการคิดเชิงสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และความรับผิดชอบในฐานะผู้เรียนยุคใหม่ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น ทันสมัย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลายระดับชั้น และหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p>นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคชันซึม ด้วยห่นุ ยนต์ไมมโครบล็อกเคลื่อนที่เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกันทางดิจิทัล มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) เริ่มจากการกระตุ้นความสนใจในขั้นกำหนดโจทย์และบริบท 2) นำไปสู่กระบวนการกลุ่มในขั้นออกแบบและวางแผน 3) จากนั้นผู้เรียนจะลงมือปฏิบัติจริงในขั้นสร้างและพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงาน 4) ก่อนจะฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในขั้นทดสอบและแก้ปัญหา 5) แล้วจึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านขั้นนำเสนอและสะท้อนคิด และ 6) ปิดท้ายด้วยขั้นสรุปและต่อยอดเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่อนาคต</p> <p> </p> <p> </p>
นายเวชยันต์ พันพา
อุทิศ บำรุงชีพ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-08-31
2026-08-31
2 4
1
17
-
การบูรณาการเทคโนโลยีในการสอนสมดุลเคมี การวิเคราะห์บรรณมิติของงานวิจัยระดับการศึกษาขั้นมัธยมศึกษา
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jame/article/view/2936
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการตีพิมพ์และการอ้างอิงบทความวิจัย 2) เพื่อระบุประเทศ ผู้แต่ง สถาบัน และวารสารที่มีอิทธิพล 3) เพื่อศึกษาสิ่งตีพิมพ์ที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุดคำสำคัญ และการกระจายตัวของงานวิจัยตามสาขาวิชา 4) เพื่อตรวจสอบผลผลิตการวิจัย ความร่วมมือระหว่างประเทศ และผลกระทบ (Impact) ของงานวิจัย และ 5) เพื่อนำเสนอภาพรวมความก้าวหน้าการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้การวิเคราะห์บรรณมิติเป็นกรอบการวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือเอกสารวิจัยจากฐานข้อมูล Dimensions จำนวน 163 เอกสาร ใช้วิธีคัดเลือกแบบมีเกณฑ์ผ่านสี่ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้มี 2 ชนิด คือ 1) ฐานข้อมูล Dimensions และ 2) โปรแกรม VOSviewer วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เครือข่าย</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) การตีพิมพ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 24 บทความ (2020) เป็น 45 บทความ (2024) โดยเติบโตโดดเด่นในปี 2023-2024 2) อินโดนีเซียนำด้านปริมาณ (35 เอกสาร) แต่ตุรกี จีน และสเปนมีผลกระทบ (Impact) สูงกว่า (496, 483, 427 การอ้างอิง) สถาบันชั้นนำคือ University of Rwanda และ University of South Africa ผู้แต่งที่มีอิทธิพลคือ Katerina Salta และ Martin Rusek วารสารหลักคือ Journal of Chemical Education (15 เอกสาร, 197 การอ้างอิง) 3) บทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุดคือ “Is Metaverse in Education a Blessing or a Curse?” (Tlili et al., 2022) ด้วย 400 การอ้างอิง คำสำคัญที่โดดเด่น ได้แก่ “study” “student” “teacher” “education” และ “knowledge” ในด้านการกระจายตัวตามสาขาวิชา สาขา Education ครอบงำ 77.91% ตามด้วย Engineering 23.93% 4) พบความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป และ 5) เทคโนโลยี metaverse และ AI เป็นแนวโน้มหลักของการวิจัยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา</p>
เมฆา ดีสงคราม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสหศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-08-31
2026-08-31
2 4
1
18