ผลของการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามวิธีสอนแบบ MIA ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถามเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ เจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ และความคิดเห็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ , วิธีสอนแบบ MIA , เทคนิคการใช้คำถาม, เจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบ MIA ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม 2) ศึกษาเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 120 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 แผน รวม 24 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบการอ่านเพื่อความเข้าใจก่อน-หลังการเรียนรู้ด้วย MIA ร่วมกับการใช้คำถาม 3) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ใช้ประเมินหลังการเรียนรู้ และ 4) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent Samples) สำหรับการเปรียบเทียบก่อนและหลังเรียน การใช้สถิติ One-Way Repeated Measures ANOVA สำหรับกลุ่มตัวอย่างเดียวที่วัดซ้ำ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 15.68 คะแนน เป็น 23.95 คะแนน เจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับดี (X̄ = 4.43, S.D. = 0.39) และนักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเชิงบวกต่อการจัดการเรียนรู้ โดยรู้สึกสนุกและเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น ชอบการทำงานกลุ่ม และรู้สึกว่าทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของตนเองพัฒนาขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ทิศนา แขมมณี. (2565). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 24). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วินัยนา สารสิทธิยศ. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้วิธีสอนแบบบูรณาการของเมอร์ด็อค(MIA) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(2), 31-43.
วิสาข์ จัติวัตร์. (2561). การสอนอ่านภาษาอังกฤษ: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2564). สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).
สุภัทรา วงศ์วิเศษ. (2559). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้วิธีการสอนแบบMIA สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(3), 80-93.
สุวิทย์ มูลคำ, และ อรทัย มูลคำ. (2563). 19 วิธีจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ (พิมพ์ครั้งที่ 4). ภาพพิมพ์.
อัจฉรา วงศ์โสธร. (2560). การทดสอบและประเมินผลการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Anderson, N. J. (2015). Active reading: The research base for a pedagogical approach in the reading classroom. In N. W. Evans, N. J. Anderson, & W. G. Eggington (Eds.), ESL readers and writers in higher education (pp. 16-33). Routledge.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman and Company.
Barrett, T. C. (1976). Taxonomy of reading comprehension. In R. Smith & T. C. Barrett (Eds.), Teaching reading in the middle grades (pp. 51-58). Addison-Wesley.
Chen, J., Wang, M., Xu, X., & Yang, J. (2021). The impact of questioning techniques on reading comprehension: A meta-analysis. Reading Research Quarterly, 56(3), 543-570.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Crystal, D. (2012). English as a global language (2nd ed.). Cambridge University Press.
Dörnyei, Z. (2020). Innovations and challenges in language learning motivation. Routledge.
Duke, N. K., & Pearson, P. D. (2008). Effective practices for developing reading comprehension. Journal of Education, 189(1-2), 107-122.
EF Education First. (2023). EF English Proficiency Index: A ranking of 113 countries and regions by English skills. EF Education First.
Fisher, D., & Frey, N. (2014). Better learning through structured teaching: A framework for the gradual release of responsibility (2nd ed.). ASCD.
Gardner, R. C. (2010). Motivation and second language acquisition: The socio-educational model. Peter Lang.
Grabe, W., & Stoller, F. L. (2013). Teaching and researching reading (2nd ed.). Routledge.
Graddol, D. (2006). English next. British Council.
Hinkle, D. E., Wiersma, W., & Jurs, S. G. (2003). Applied statistics for the behavioral sciences (5th ed.). Houghton Mifflin.
Keyuravong, S. (2010). English language education in Thailand. In B. Spolsky & P. Moon (Eds.), Language assessment in Asia (pp. 200-216). Routledge.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Li, M., Cheng, L., & Kirby, J. R. (2022). The effectiveness of cooperative learning in enhancing EFL learners' reading comprehension: A meta-analysis. Language Teaching Research, 26(1), 93-116.
Marzano, R. J. (2017). The new art and science of teaching. Solution Tree Press.
Murdoch, G. S. (1986). A more integrated approach to the teaching of reading. English Teaching Forum, 24(1), 9-15.
Noom-ura, S. (2013). English-teaching problems in Thailand and Thai teachers' professional development needs. English Language Teaching, 6(11), 139-147.
PISA Thailand. (2565). ผลการประเมิน PISA 2022 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
Seligman, M. E. P. (2018). PERMA and the building blocks of well-being. The Journal of Positive Psychology, 13(4), 333-335.
Snow, C. E. (2010). Reading for understanding: Toward an R&D program in reading comprehension. RAND Corporation.
Wang, Y., & Seepho, S. (2021). The effects of cognitive strategy instruction on EFL learners' reading comprehension and self-efficacy. Reading Psychology, 42(5), 435-461.
Zhang, L. (2022). The impact of metacognitive strategy instruction on EFL learners' reading comprehension and self-regulation. System, 104, 102723.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.