ภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหารกับการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหาร และวิเคราะห์ศักยภาพในการประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี ท่ามกลางความท้าทายในศตวรรษที่ 21 โดยเป็นการสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า ภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหาร ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) สามารถส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาผ่านการบูรณาการหลักธรรมสำคัญเข้ากับการบริหาร 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการบริหารงานวิชาการ โดยใช้หลักอิทธิบาท 4 (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ 2) ด้านการบริหารบุคลากร โดยใช้หลักสังคหวัตถุ 4 (ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา) และพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อสร้างความสามัคคีและขวัญกำลังใจ และ 3) ด้านการบริหารจัดการ โดยใช้หลักธรรมาภิบาลเชิงพุทธเพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังพบว่าหลักพุทธบริหารมีความสอดคล้องกับทฤษฎีภาวะผู้นำสมัยใหม่ เช่น ภาวะผู้นำแห่งการบริการ และการบริหารจัดการที่อิงสมรรถนะ ซึ่งช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ส่งผลดีต่อคุณภาพของครูและผู้เรียนอย่างยั่งยืน บทความนี้จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรีในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาผ่านหลักสูตรอบรม การสร้างเครือข่ายกัลยาณมิตร และการปรับเกณฑ์การประเมินและคัดเลือกผู้บริหาร พร้อมทั้งเสนอแนวทางการวิจัยในอนาคตเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กิติพงษ์ พุ่มโพธิ์. (2565). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 14(1), 149-163.
จอมพงศ์ มงคลวนิช. (2564). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์ อุตสาหกรรม, 20(2), 1-8.
ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. (2564). ภาวะผู้นำและภาวะผู้นำร่วมสมัย. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระ รุญเจริญ. (2565). ภาวะผู้นำทางการศึกษาในยุคดิจิทัล จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 13(1), 1-15.
นพพล จันทรวิโรจน์. (2565). การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 เพื่อพัฒนาการสื่อสารองค์การและความผูกพันของบุคลากร. วารสารการบริหารและนวัตกรรม, 10(1), 88-102.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2564). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร (อบอุ่น). (2564). อิทธิบาท 4 กรอบแนวคิดเพื่อการบริหารสู่ความเป็นเลิศ. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(5), 1835-1847.
พัชราภรณ์ ดวงชื่น. (2565). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำเชิงพุทธของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(4), 145-160.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2564). รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของภาวะผู้นำการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมการเรียนรู้ของครู. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(4), 189-202.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2565). พุทธวิธีการบริหาร. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วรปรัชญ์ ขำคม. (2564). การประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 21(3), 259-270.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2564). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษากับการสร้างโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งสุขภาวะ. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 17(2), 1-12.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2565). ภาวะผู้นำ: ความสำคัญแห่งการพัฒนาตน. สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2564). แนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์ COVID-19. กรุงเทพมหานคร: สมศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดลพบุรี (พ.ศ. 2566-2570). ลพบุรี: กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี.
สิริกร มณีรินทร์. (2564). ความท้าทายของการจัดการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล: กรณีศึกษาสถานศึกษาในจังหวัดลพบุรี. วารสารวิจัยการศึกษาและการพัฒนาสังคม, 5(2), 45-59.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2565). การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 50(2), 1-16.
อภิญญา กังสนารักษ์. (2564). รูปแบบการพัฒนาธรรมาภิบาลเชิงพุทธสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 4(3), 115-128.