วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR <p><strong>ISSN 3088-1471 (Online)</strong><br /><strong><br /></strong><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong><br />วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์มีนโยบายรับตีพิมพ์ และเผยแพร่บทความวิชาการ (Academic Article) ในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับ<br />พระพุทธศาสนา การศึกษา การบริหารการศึกษา และสาขาวิชาอื่นๆ ในสหวิทยาการด้านพุทธศาสตร์ ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ <br />และสังคมศาสตร์ สำหรับคณาจารย์ นิสิต และนักวิจัยทุกท่าน<br /><br /><strong>การพิจารณาคัดเลือกบทความ<br /></strong>บทความแต่ละบทความที่ตีพิมพ์จะได้รับพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ (Peer Review) 2 แบบ คือ <br />แบบที่ 1 บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ จะได้รับพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างน้อย 2 ท่าน ต่อ 1 บทความ <br />แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double Blind Peer Review) และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์<br />แบบที่ 2 บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ จะได้รับพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างน้อย 3 ท่าน ต่อ 1 บทความ <br />แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double Blind Peer Review) และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์<br /><br /><strong>กำหนดการเผยแพร่บทความ</strong> <br />มีกำหนดออกตีพิมพ์ 3 ฉบับ ต่อปี (ราย 4 เดือน) ดังนี้<br />ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน (กำหนดออก เดือนเมษายน)<br />ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม (กำหนดออก เดือนสิงหาคม)<br />ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม (กำหนดออก เดือนธันวาคม)<br /><br /><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์ <br /></strong>รับบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ<br /><br /><strong>การตีพิมพ์บทความ<br /></strong>บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น <br />ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความในวารสารอย่างเคร่งครัด โดยอ้างอิงตามรูปแบบของ APA (นาม-ปี) <br />รวมถึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารฯ และกำหนดความซ้ำของผลงานด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ไม่เกิน 25% <br />ทั้งนี้ ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฯ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ โดยไม่ถือเป็นทัศนะ<br />และความรับผิดชอบของวารสารฯ<br /><br /><strong>ค่าธรรมเนียม<br /></strong>ค่าธรรมเนียมการลงตีพิมพ์บทความวารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์<br />แบบที่ 1 บทความละ 2,000 บาท <br />แบบที่ 2 บทความละ 3,500 บาท<br />(เก็บเพียงครั้งเดียว หลังจากบทความของท่านได้ผ่านความเห็นชอบจากบรรณาธิการแล้ว)<br /><br /><br /></p> th-TH Wirunsutakhun.ont@mcu.ac.th (พระครูวิรุฬห์สุตคุณ, ผศ.ดร.) Wirunsutakhun.ont@mcu.ac.th (ดร.อรุณรัตน์ วิไลรัตนกุล) Sun, 30 Aug 2026 21:40:03 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนารูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้วิถีพุทธเพื่อเสริมสร้างคุณภาพสถานศึกษา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4100 <p class="175"><span lang="TH">การบูรณาการแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ร่วมกับหลักพุทธธรรม เพื่อสร้างแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน การศึกษาใช้แนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ของ </span>Senge <span lang="TH">ร่วมกับหลักพุทธธรรม ได้แก่ ไตรสิกขา อิทธิบาท </span>4<span lang="TH"> พรหมวิหาร </span>4<span lang="TH"> และสังคหวัตถุ </span>4<span lang="TH"> เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนารูปแบบ โดยศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย และการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาพบว่า รูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้วิถีพุทธที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะเป็นรูปแบบเชิงระบบ ซึ่งเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ อย่างเป็นพลวัต ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม การจัดการความรู้ และการสะท้อนผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วย </span>6<span lang="TH"> องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ </span>1) <span lang="TH">หลักการของรูปแบบ </span>2) <span lang="TH">วัตถุประสงค์ของรูปแบบ </span>3) <span lang="TH">ระบบและกลไกการดำเนินงาน </span>4) <span lang="TH">แนวทางการดำเนินงาน </span>5) <span lang="TH">การประเมินผล และ </span>6) <span lang="TH">เงื่อนไขความสำเร็จ ทั้งนี้ รูปแบบดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก </span></p> ภัทรคุณ บุญดุฉาว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4100 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา กรณีศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4169 <p style="margin: 0cm; text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการเสริมสร้างสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา และเพื่อพัฒนาเป็นกรอบแนวคิดสำหรับประยุกต์ใช้ในบริบทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 การศึกษาได้ใช้วิธีการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงสมรรถนะหลัก </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">4 <span lang="TH">ด้าน ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การพัฒนาตนเอง และการทำงานเป็นทีม เข้ากับหลักพุทธธรรมสำคัญ </span>3 <span lang="TH">ประการ คือ อิทธิบาท </span>4, <span lang="TH">พรหมวิหาร </span>4, <span lang="TH">และสัปปุริสธรรม </span>7 <span lang="TH">ผลการศึกษาพบว่า การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท </span>4 <span lang="TH">ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะการมุ่งผลสัมฤทธิ์</span>, <span lang="TH">หลักพรหมวิหาร </span>4 <span lang="TH">ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะการทำงานเป็นทีมและการบริการที่ดี</span>, <span lang="TH">และหลักสัปปุริสธรรม </span>7 <span lang="TH">ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะการพัฒนาตนเอง โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการสร้าง “ภาวะผู้นำที่สมดุล” ที่ผสานศาสตร์การบริหารสมัยใหม่เข้ากับศิลป์แห่งการพัฒนาจิตใจ ช่วยเติมเต็มมิติทางคุณธรรม จริยธรรม และความสัมพันธ์เชิงมนุษย์ที่ศาสตร์การบริหารตะวันตกอาจเข้าไม่ถึง ทั้งยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ (</span>Resilience) <span lang="TH">ให้กับผู้บริหารในการเผชิญความท้าทาย และมีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย ทำให้ง่ายต่อการยอมรับและนำไปปฏิบัติ</span></span></p> อนุวัตร เลิศประวัติ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4169 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 ภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหารกับการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4170 <p class="0127"><span lang="TH">บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหาร และวิเคราะห์ศักยภาพในการประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดลพบุรี ท่ามกลางความท้าทายในศตวรรษที่ </span>21 <span lang="TH">โดยเป็นการสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า ภาวะผู้นำตามหลักพุทธบริหาร ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) สามารถส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาผ่านการบูรณาการหลักธรรมสำคัญเข้ากับการบริหาร </span>3 <span lang="TH">ด้าน ได้แก่ </span>1) <span lang="TH">ด้านการบริหารงานวิชาการ โดยใช้หลักอิทธิบาท </span>4 (<span lang="TH">ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ </span>2) <span lang="TH">ด้านการบริหารบุคลากร โดยใช้หลักสังคหวัตถุ </span>4 (<span lang="TH">ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา) และพรหมวิหาร </span>4 (<span lang="TH">เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อสร้างความสามัคคีและขวัญกำลังใจ และ </span>3) <span lang="TH">ด้านการบริหารจัดการ โดยใช้หลักธรรมาภิบาลเชิงพุทธเพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังพบว่าหลักพุทธบริหารมีความสอดคล้องกับทฤษฎีภาวะผู้นำสมัยใหม่ เช่น ภาวะผู้นำแห่งการบริการ และการบริหารจัดการที่อิงสมรรถนะ ซึ่งช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ส่งผลดีต่อคุณภาพของครูและผู้เรียนอย่างยั่งยืน บทความนี้จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรีในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาผ่านหลักสูตรอบรม การสร้างเครือข่ายกัลยาณมิตร และการปรับเกณฑ์การประเมินและคัดเลือกผู้บริหาร พร้อมทั้งเสนอแนวทางการวิจัยในอนาคตเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</span></p> จิรภัทร ทองศักดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4170 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาตัวบ่งชี้ความคิดสร้างสรรค์เชิงพุทธสำหรับผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4171 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ความคิดสร้างสรรค์เชิงพุทธสำหรับผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล โดยใช้วิธีการสังเคราะห์เอกสาร จากการบูรณาการกรอบแนวคิดหลัก 3 ส่วน ได้แก่ 1) แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัลที่เน้นการคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อรับมือกับโลกที่ผันผวน 2) หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ ประกอบด้วย โยนิโสมนสิการ การคิดเชิงสืบสาวเหตุปัจจัย อิทธิบาท 4 พลังขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ และสัมมาทิฐิ เข็มทิศกำกับเชิงคุณธรรม และ 3) บทบาทและสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนจากผู้บริหารจัดการสู่การเป็นผู้นำการเรียนรู้ ผลการสังเคราะห์ได้กรอบตัวบ่งชี้ความคิดสร้างสรรค์เชิงพุทธสำหรับผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>1) ด้านปัญญา</strong> ประกอบด้วย การคิดเชิงสืบสาวเหตุปัจจัย การแก้ปัญหาด้วยสติและอุเบกขา และการคิดเชิงบูรณาการและไตร่ตรอง <strong>2) ด้านคุณธรรม</strong> ประกอบด้วย การสร้างสรรค์บนฐานของเมตตากรุณา ความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมต่อนวัตกรรม และการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและเป็นกัลยาณมิตร และ <strong>3) ด้านทักษะดิจิทัล</strong> ประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาปัญญา ความฉลาดรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลเชิงพุทธ และการบูรณาการเทคโนโลยีอย่างสมดุลและพอประมาณ กรอบตัวบ่งชี้ที่พัฒนานี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการประเมินและพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษาให้เป็น ผู้นำเชิงพุทธิปัญญา ที่มีดุลยภาพระหว่างประสิทธิภาพและคุณธรรม นำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานระดับนโยบายในการกำหนดมาตรฐานสมรรถนะของผู้บริหารต่อไป</p> อดิศักดิ์ ทิพย์สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4171 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700 โมเดลปฏิสัมภิทา 4–BANI–RAAT สำหรับการบริหารการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4172 <p class="0127"><span lang="TH">บทความวิชาการเชิงแนวคิดนี้สังเคราะห์กรอบการบริหารการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยเชื่อมโยงหลักปฏิสัมภิทา 4 กับกรอบ BANI และ RAAT เพื่อพัฒนาโมเดลที่มีฐานคิดด้านปัญญาและธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การศึกษาอนาคต บทความมิได้เสนอให้ Education 6.0/7.0 เป็นมาตรฐานสากลที่มีนิยามตายตัว หากใช้เป็นฉากทัศน์เชิงอนาคตสำหรับพิจารณาความท้าทายด้านเทคโนโลยี จริยธรรม ข้อมูล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของมนุษย์ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ วัตถุประสงค์ของบทความประกอบด้วย 1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงมโนทัศน์ระหว่างปฏิสัมภิทา 4, BANI และ RAAT ในบริบทการบริหารการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ 2) สังเคราะห์กรอบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และ 3) นำเสนอโมเดลเชิงองค์ความรู้สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา วิธีการศึกษามุ่งสังเคราะห์เอกสารแบบบูรณาการจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ครอบคลุมเอกสารพุทธศาสตร์ กฎหมายและนโยบายการศึกษาไทย แนวทางธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของไทยและสากล ตลอดจนวรรณกรรมด้าน BANI, RAAT, Artificial Intelligence in Education และอนาคตศึกษา ผลการสังเคราะห์สะท้อนว่า BANI เป็นเลนส์วินิจฉัยสภาวะแวดล้อมของสถานศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยทำให้เห็นความเปราะบาง ความวิตกกังวล ความไม่เป็นเส้นตรง และความเข้าใจได้ยากของระบบการศึกษา ส่วน RAAT ช่วยแปลงการวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการตอบสนองเชิงผู้นำ ได้แก่ ความยืดหยุ่น การใส่ใจ การปรับตัว และความโปร่งใส ขณะที่ปฏิสัมภิทา 4 เป็นฐานปัญญาแตกฉานสำหรับการแปลความหมาย วิเคราะห์เหตุปัจจัย สื่อสาร และตัดสินใจอย่างทันการณ์ บทความจึงเสนอโมเดล P4–BANI–RAAT AI Educational Administration โดยยืนยันว่า ปัญญาประดิษฐ์ควรทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมศักยภาพมนุษย์ ความเสมอภาค และความรับผิดชอบเชิงคุณค่า มิใช่กลไกทดแทนวิจารณญาณและความรับผิดชอบของผู้บริหารสถานศึกษา</span></p> สว่างนภา ต่วนภูษา, ทองดี ศรีตระการ, ยุทธวีร์ แก้วทองใหญ่ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิรุฬห์ศาสตร์ปริทัศน์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWR/article/view/4172 Sun, 30 Aug 2026 00:00:00 +0700