การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ เรื่องการเขียนความเรียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
แผนผังมโนทัศน์, การเขียนความเรียง, ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3, ,ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องเขียนความเรียงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังมโนทัศน์ เรื่องเขียนความเรียงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ต่อการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องเขียนความเรียงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นวิจัย เชิงปริมาณ ได้ศึกษาแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องเขียนความเรียงเป็นกรอบการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 26 คน ใช้วิธีคัดเลือกการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยมี 3 ชนิด คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังมโนทัศน์ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลวิจัยพบว่า
- การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ เรื่องการเขียนความเรียง มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.60./86.46.
- ความสามารถด้านความรู้เรื่องการเขียนความเรียงในภาษาไทย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ เรื่องการเขียนความเรียง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์เรื่องการเขียนความเรียงที่พัฒนาอย่างเป็นระบบ ช่วยให้นักเรียนพัฒนาความรู้และความสามารถด้านการเขียนความเรียงในภาษาไทย และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กระทรวงศึกษาธิการ
จิราภรณ์ หนูสวัสดิ์. (2564). การพัฒนาทักษะการเขียนโดยใช้แผนผังมโนทัศน์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 15(2), 45–58.
ณัฐสุชาวิรางค์ ไชยเดชกาจร. (2558). ความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. วารสารการศึกษาไทย, 12(1), 33–47.
นภสร ศรีรักษา. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แผนผังมโนทัศน์ในระดับมัธยมศึกษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 18(1), 75–88.
นิภา สิงห์เสนา. (2566). ผลของการใช้แผนผังมโนทัศน์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(2), 101–115.
บุญรัตน์ เชื้อวงศ์. (2563). การใช้แผนผังมโนทัศน์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 17(3), 55–69.
วิภาดา ศรีสุข. (2561). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนความเรียง. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 14(2), 88–102.
สมชาย แสงทอง. (2562). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังมโนทัศน์ร่วมกับการเขียนต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารการวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 11(1), 67–81.
สุนิษา เกาะอ้อม. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แผนผังมโนทัศน์ในรายวิชาภาษาไทย. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย, 10(1), 23–38.
สุภาวดี วงศ์คำจันทร์. (2558). หลักการเขียนความเรียงภาษาไทย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล นิ่มดวง. (2558). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้.วารสารวิชาการการศึกษา, 13(2), 59–72.
ออสุมา พงษ์ประเสริฐ. (2559). การใช้แผนผังมโนทัศน์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน. วารสารครุศาสตร์, 20(1), 90–104.
Ausubel, D. P. (1968). Educational psychology: A cognitive view. Holt, Rinehart & Winston.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.
Maslow, A. H. (1954). Motivation and personality. Harper & Row.
Novak, J. D., & Gowin, D. B. (1984). Learning how to learn. Cambridge University Press.
Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. Orion Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร