การส่งเสริมการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา: บทบาทของครูผู้สอน
คำสำคัญ:
ปัญหาทางคณิตศาสตร์, การแก้ปัญหา, บทบาทของครูผู้สอนบทคัดย่อ
ทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เป็นสมรรถนะสำคัญสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษาในศตวรรษที่ 21 แต่ผลการประเมินทั้งในระดับห้องเรียน ระดับชาติ และระดับนานาชาติสะท้อนว่านักเรียนไทยยังเผชิญปัญหาในการนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนจึงมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหาเชิงคณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความวิชาการนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอ 1) ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน 2) การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 3) ขั้นตอนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา 4) กระบวนการแก้ปัญหาใน PISA และสถานการณ์นักเรียนไทย 5) ความท้าทายในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนประถมศึกษา 6) บทบาทครูผู้สอนในการส่งเสริมการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ระเบียบวิธีที่ใช้คือการสังเคราะห์แนวคิดจากทฤษฎีการแก้ปัญหาของ Polya และกรอบการสอนของนักวิชาการชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ประเด็นสำคัญที่นำเสนอคือ โมเดล 3 ขั้นตอน ของบทบาทครูผู้สอนที่สอดคล้องกับกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ 1) ขั้นก่อนเริ่มแก้ปัญหา 2) ขั้นระหว่างแก้ปัญหา และ 3) ขั้นหลังแก้ปัญหา
ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้ไปเป็นผู้อำนวยความสะดวกการเรียนรู้ในโมเดล 3 ขั้นตอนนี้ ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ มีทักษะการคิดขั้นสูง และสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์ความรู้จากบทความนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาครูให้มีบทบาทเชิงรุกในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ส่งเสริมการคิดแก้ปัญหา ช่วยให้นักเรียนพัฒนาความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ มีทักษะการคิดขั้นสูง และสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยให้ครูเลือกรูปแบบวิธีการสอนได้ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานในระยะยาว
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (6 กุมภาพันธ์ 2568). ข้อค้นพบจากผลการทดสอบ PISA for Schools และแนวทางในการ ยกระดับสมรรถนะผู้เรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/
/02/Evidence-based-policy.pdf
กิจจ์พิภัช เกตุแก้ว. (2568). การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกระบี่. วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม, 1(1), 29–43.
จุฑาทิพย์ เต็มวิบูลย์โชค. (2559). กิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์ที่เสริมสร้างความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การวัดค่ากลางของข้อมูลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
จุฬาลักษณ์ ใจอ่อน. (2568). การปฏิรูปการสอนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงของนักเรียน: ในเขตพื้นที่อันดามัน. ใน เอกสารการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 15.
เจนสมุทร แสงพันธ์ และเทพธิทัต เขียวคำ. (2565). การพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 15(2), 45–60.
ชิดชนก ตะโกพร. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 25). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นัยยะนันท์ ชุมบัวจันทร์. (2568). สภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 8(2), 50–66.
พจนา จิระกาล. (2553). การพัฒนากิจกรรมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยทักษิณ].
พรพรรณ เสาร์คำเมืองดี. (2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2565). กระบวนการแก้ปัญหาในคณิตศาสตร์ระดับโรงเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 2). ไอ-ปริ้นท์ ดีไซน์ จำกัด.
ศันสนีย์ เณรเทียน. (2560). การเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านปัญหาในชีวิตจริงที่เน้นการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์. Journal of Education Studies, Chulalongkorn University, 45(2), 238–253.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). คู่มือการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking: HOTs). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สุภิตา อินทะกูล. (2566). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับข้าวนาบัวนครไทยกันเถอะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
Charles, R., Lester, F., & O'Daffer, P. (1987). How to Evaluate Progress in Problem Solving. Virginia: National Council of Teachers of Mathematics (NCTM).
Krulik, S., & Reys, R. (1980). Problem solving in school mathematics. Reston, VA: National Council of Teachers of Mathematics.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2023). PISA 2022 assessment and analytical framework. Organisation for Economic Co-operation and Development.
Pizzini, E. L., Shepardson, D. L. P., & Abell, S. K. (1989). A rationale for and the development of a problem-solving model of instruction in science education. Science Education, 73(5), 523–534.
Polya, G. (1957). How to solve it: A new aspect of mathematical method (2nd ed.). Princeton University Press.
Reys, R. E., Suydam, M. N., & Lindquist, M. M. (1995). Helping Children Learn Mathematics. Prentice Hall.
Rigelman, N. R. M. (2002). Teaching Mathematical Problem Solving in the Context of Oregon’s Educational Reform [Doctoral dissertation, Portland State University].
Takahashi, A. (2021). Teaching Mathematics Through Problem-Solving: A Pedagogical Approach from Japan: Routledge.
Van de Walle, J. A. (2004). Elementary and middle school mathematics: Teaching developmentally (5th ed.). Pearson.
Yoshinori Shimizu. (1999). Aspects of Mathematics Teacher Education in Japan: Focusing on Teachers' Roles. Journal of Mathematics Teacher Education, 2(1), 107–116.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร