ความเงียบในห้องเรียนแนะแนว: จากการสัมผัสใจสู่การออกแบบกิจกรรมแนะแนว ที่เคารพเสียงภายในผู้เรียน

ผู้แต่ง

  • เจษฎา บุญมาโฮม นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

กิจกรรมแนะแนว, ความเงียบ, เสียงภายใน

บทคัดย่อ

ความเงียบในห้องเรียนแนะแนวมักถูกตีความไปในทางลบ แต่แท้จริงแล้วเป็นกลไกการปกป้องตนเองทางจิตวิทยาที่ผู้เรียนใช้เพื่อรักษาความมั่นคงทางอารมณ์ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้สึกปลอดภัย บทความนี้วิเคราะห์ความเงียบผ่านสามมิติ ได้แก่ มิติทางจิตวิทยา มิติทางวัฒนธรรม และมิติเชิงความสัมพันธ์ พร้อมเสนอแนวทางการออกแบบกิจกรรมแนะแนวที่เคารพเสียงภายในผู้เรียน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการฟังความเงียบอย่างเข้าใจเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบกิจกรรมแนะแนวที่สอดคล้องกับจังหวะภายในของผู้เรียน โดยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์และเปิดทางเลือกในการแสดงออกอย่างหลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากภายในของผู้เรียนอย่างแท้จริงและยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

ประวัติผู้แต่ง

เจษฎา บุญมาโฮม, นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

รองศาสตราจารย์

เอกสารอ้างอิง

กัญกร คำพรรณ์. (2564). การฟังอย่างลึก: พื้นที่ปลอดภัยของการเยียวยา. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ร่วมสมัย.

เจษฎา บุญมาโฮม. (2567). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาจิตวิทยาสำหรับครู. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

วัลภา สบายยิ่ง. (2566). หน่วยที่ 2 จิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น. ใน เอกสารการสอนชุดวิชา จิตวิทยาและวิทยาการเรียนรู้ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1, พิมพ์ครั้งที่ 6). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมพงษ์ จิตระดับ. (2561). ฟังเสียงเด็กเป็น. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2568). ความต้องการจำเป็นของผู้เรียนช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

Bao, D. (2014). Understanding silence and reticence: Ways of participating in second language acquisition. Bloomsbury Academic.

Bosacki, S. L. (2005). The Culture of Classroom Silence. Peter Lang.

Chung, J. H. J. (2021). “We participate, silently”: Thai university students’ perceptions of classroom participation. Qualitative Research in Education, 10(1), 62–87.

Erikson, E. H. (1968). Identity: Youth and crisis. Norton.

Edmondson, A. (1999). Psychological safety and learning behavior in work teams. Administrative Science Quarterly, 44(2), 350–383.

Father Leblond Blog. (2019, November 28). Importance of silence in the classroom. https://www.leblond.in/blog/importance-of-silence-in-classroom

Liu, Y., Lin, L., & Fan, J. (2022). Classroom silence as protection: Migrant college students’ voices and identity in Shanghai. Behavioral Sciences, 13(3), 193.

Mann, K. (2023, March 7). Classroom strategies to support students experiencing trauma. Institute of Education Sciences. https://ies.ed.gov/learning/blog/classroom-strategies-support-students-experiencing-trauma

Markus, H. R., & Kitayama, S. (1991). Culture and the self: Implications for cognition, emotion, and motivation. Psychological Review, 98(2), 224–253.

Perry, B. D., & Winfrey, O. (2021). What happened to you?: Conversations on trauma, resilience, and healing. Flatiron Books.

Peng, F., Kang, L., Shi, J., & Liu, M. (2023). Cultural Distance, Classroom Silence and Culturally Responsive and Inclusive Education: Evidences from Migrant College Students in Shanghai. Behavioral Sciences, 13(3), 193.

Pham, K. (2023). A phenomenographic research study of students’ conceptions of silence in face-to-face English as a foreign language learning. SAGE Open, 13(4), 1–13.

Tannen, D., & Saville-Troike, M. (Eds.). (1985). Perspectives on silence. Praeger.

Weeks, D. (2018, October 15). The value of silence in schools: Intentional silence in the school day offers opportunities for deep reflection and learning. Edutopia. https://www.edutopia.org/article/value-silence-schools/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

03/26/2026

รูปแบบการอ้างอิง

บุญมาโฮม เ. (2026). ความเงียบในห้องเรียนแนะแนว: จากการสัมผัสใจสู่การออกแบบกิจกรรมแนะแนว ที่เคารพเสียงภายในผู้เรียน. วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม, 2(1), 26–42. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JRI/article/view/2438

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ (Academic Articles)