การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน
คำสำคัญ:
คำควบกล้ำ, การอ่านคำควบกล้ำ, วิธีการสอนแบบโฟนิกส์, เทคนิคเกมมิฟิเคชัน, การอ่านออกเสียงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์ (Phonics Instruction Theory) และแนวคิดเกมมิฟิเคชัน (Gamification Theory) เป็นกรอบในการดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 20 คน คัดเลือกโดยวิธีการสุ่มแบบสะดวก (Convenience Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายคาบวิชาภาษาไทย จำนวน 5 แผน และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง ได้แก่ การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test for Dependent Samples)
ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนหลังการเรียนด้วยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชันสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อค้นพบจากการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การสอนด้วยวิธีโฟนิกส์ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชันสามารถพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงควบกล้ำของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาได้อย่างเหมาะสม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา นาคสกุล. (2551). การใช้ภาษาไทยในปัจจุบัน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กาญจนา นาคสกุล, และคณะ. (2554). บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 1: ระบบเสียง อักษรไทย การอ่านคำ การอ่านคำและการสะกดคำ (พิมพ์ครั้งที่ 2). สถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
ขนิษฐา โลหะประเสริฐ, เฉลิมชัย มนูเสวต, และชุติมา ทัศโร. (2565). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถการอ่านคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารพิกุล, 21(2), 233–252.
ณัชชาภรณ์ สาโรจน์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชัน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
ทิฏฐา สุวรรณกิจ, มาโนช ดินลานสกูล, และวิทวัฒน์ ขัตติยะมาน. (2565). การสร้างแบบฝึกการอ่านออกเสียงภาษาไทยมาตรฐานร่วมกับการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านสำนักเอาะ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 13. (น. 2151–2168). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
เบญจพร พลไกร. (2565). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านสะกดคำภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชัน (Gamification) สำหรับนักเรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning loss) ในสถานการณ์การโควิด-19 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
รุ่งอรุณ โรจน์รัตนาดำรง ไชยศรี. (2561). การศึกษาปัญหาการเรียนอ่านเขียนของนักเรียนไทยและนักเรียนต่าง
ด้าวและการแก้ปัญหาด้วยแบบเรียนที่พัฒนาตามแนววิธีสอนแบบโฟนิกส์: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
วรางคณา แสงธิป. (2564). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบเกมมิฟิเคชันร่วมกับวิธีการสอนแบบเน้นภาระงาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและแรงจูงใจในการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
สุรัสวดี จันทพันธ์. (2566). การปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำ ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 โดยชุดกิจกรรมการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำร่วมกับการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร. [วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.].
อาทิตย์ เกษหอม และภาสพงษ์ ผิวพอใช้. (24 สิงหาคม 2563). หนังสือส่งเสริมการอ่านเขียนตามหลัก BBL เรื่องคำควบกล้ำ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
Kapp, K. M., Blair, L., & Mesch, D. (2014). The gamification of learning and instruction fieldbook: Ideas into practice. Wiley.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร