การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการทำงานกลุ่มโดยใช้ชุดการสอน ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม, การเรียนรู้แบบร่วมมือ, เทคนิค TGT, ทศนิยมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนาชุดการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดการสอนดังกล่าว และ 3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการสอนนี้ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ได้ศึกษาแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) และเทคนิค Teams-Games-Tournament (TGT) เป็นกรอบการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนอาจสามารถวิทยา จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 39 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ 3) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง ได้แก่ t-test ผลการวิจัยพบว่า
- ชุดการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT มีประสิทธิภาพเท่ากับ 89.29/89.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (75/75)
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- พฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนอยู่ในระดับดีเยี่ยม และมีความพึงพอใจต่อการเรียนในระดับมากที่สุด
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค TGT เป็นเครื่องมือส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการทำงานกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถประยุกต์ใช้กับรายวิชาอื่นในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้อย่างเหมาะสม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ กรมวิชาการ. (2560). กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2539). การทดสอบประสิทธิภาพของชุดการสอน. ในเอกสารการสอนชุดวิชาสื่อการสอนระดับประถมศึกษา หน่วยที่ 8-15. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ทราภรณ์ อนุทุม. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค TGT ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ].
ศรีสุดา ธรรมรัตน์. (2562). การพัฒนาชุดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงแนวคิดเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่].
ศุภณัฐ เที่ยงเจริญ. (2564). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พหุนาม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค TGT. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].
สมจิตต์ ซุยจันทึก. (2558). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). รายงานผลการทดสอบ O-NET. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สุนทรี ถาดครบุรี. (2556). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ภาษาจรรโลงใจและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา].
สุธิรา สิงห์สุวรรณ. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง ออมไว้ไม่ขัดสน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, หาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม].
สุวิมล ว่องวาณิช. (2556). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. (2558). 19 วิธีจัดการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 8). โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
อารยา ยุวนะเตมีย์. (2560). การเปรียบเทียบพัฒนาการทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และพัฒนาการการรับรู้ความสามารถของตนเองทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ใช้วิธีการประเมินตนเองต่างกัน:วิธีการรูบริกแอนโนเทตประยุกต์และแบบสอบถามปลายเปิด. [วิทยานิพนธ์วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives. Longman.
Bloom, B. S. (1976). Human characteristics and school learning. McGraw-Hill.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2015). The systematic design of instruction (8th ed.). Pearson Education.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). An educational psychology success story: Social interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365–379.
Johnson, D. W., Johnson, R. T., & Holubec, E. J. (2013). Cooperation in the classroom (9th ed.). Interaction Book Company.
errill, M. D. (2002). First principles of instruction. Educational Technology Research and Development, 50(3), 43–59.
OECD. (2018). PISA 2018 Results: What Students Know and Can Do. OECD Publishing. OECD. https://www.oecd.org/pisa/publications/pisa-2018-results.htm
Piaget, J. (1971). Science of education and the psychology of the child (D. Coltman, Trans.). Viking Press.
Reigeluth, C. M. (2017). Instructional design theories and models: A new paradigm of instructional theory. Routledge.
Sharan, S. (2019). Handbook of Cooperative Learning Methods. Greenwood Publishing Group.
Slavin, R. E. (2018). Cooperative learning: Theory, research, and practice (3rd ed.). Routledge.
Tran, V. D. (2014). The effects of cooperative learning on the academic achievement and knowledge retention. International Journal of Higher Education, 3(2), 131–140.
Tran, V. D. (2016). Effects of Cooperative Learning on Academic Achievement and Soft Skills of High School Students. Education Sciences, 6(2), 151-160.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Yu, R. (2020). Mathematics Education in the 21st Century: Challenges and Innovations. Springer.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร