การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์, ปรากฏการณ์เป็นฐาน, ทักษะการคิดวิเคราะห์, ทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยดำเนินการวิจัยด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 40 คน ได้มาโดยการเลือกแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า สภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ครูผู้สอนส่วนใหญ่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้คำถามกระตุ้นความสนใจ และใช้วิธีสอนแบบบรรยายก่อนให้นักเรียนปฏิบัติการทดลอง ก่อนมอบหมายให้ทำใบงานในเวลาที่กำหนด แม้ครูจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม แต่ยังขาด สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 2) ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรียกว่า “SUNSTAR Model” มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียนใหม่ (Stimulation) ขั้นที่ 2 ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ (Understanding) ขั้นที่ 3 ร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหา (Needs Analyzing) ขั้นที่ 4 นำมาแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Solve Problem) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบความรู้ที่เข้าใจ (Together) ขั้นที่ 6 ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง (Apply) ขั้นที่ 7 สะท้อนสิ่งที่เรียนรู้มา (Reflection) มีผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.00/82.23 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ SUNSTAR Model หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 และทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ SUNSTAR หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ผลการประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
จิรันธนิน คงจีน และวารีรัตน์ แก้วอุไร. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นและการช่วยเสริมศักยภาพ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(1), 16–29.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พณิดา เตชะผล, กรวี นันทชาด, และสมสงวน ปัสสาโก. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้การสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับปรากฏการณ์เป็นฐานที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารคุรุศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 3(1), 19–36.
ยุพาพันธ์ มินวงษ์. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (3P) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารศึกษาศาสตร์, 26(1), 210–233.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วีรยุทธ พลายเล็ก. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิด Active Learning เพื่อเสริมสร้างทักษะและกระบวนการและจิตคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศรีผกา เจริญยศ, มาเรียม นิลพันธุ์, และมารุต พัฒผล. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนว Active Learning เพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์การเรียนรู้เคมีและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 34(109), 46–57.
สุชานันท์ วรวัฒนานนท์. (2565). การจัดการเรียนรู้แบบปรากฏการณ์เป็นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุพรรษา ขันสัมฤทธิ. (2565). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
หัสวนัส เพ็งสันเทียะ, มนตา ตุลย์เมธาการ, และอิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(2), 240–257.
อรพรรณ บุตรกตัญญู. (2561). การเรียนรู้โดยใช้ปรากฎการณ์เป็นฐานเพื่อการสร้างแบบองค์รวมและการเข้าถึงโลกแห่งความจริงของผู้เรียน. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 46(2), 348–365.
Beyer, B. K. (1985). Critical thinking: What is it. Social Education, 49(4), 270–276.
Daehler, K., & Folsom, J. (2020). Making sense of SCIENCE: Phenomena-based learning. Retrieved from http://www.WestEd.org/mss
Joyce, B., & Weil, M. (2000). Model of teaching (6th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
Treffinger, D. J., Selby, E. C., & Schoonover, P. F. (2021). Creative problem solving (CPS Version 6.1TM): A contemporary framework for managing change. Sarasota, FL: Center for Creative Learning and Creative Problem Solving Group.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.