การพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จังหวัดหนองคาย
คำสำคัญ:
การอ่านเชิงวิเคราะห์, ปัญญาประดิษฐ์, AIRA Model, การจัดการเรียนรู้, วิจัยและพัฒนาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสภาพปัญหา การพัฒนารูปแบบ และการทดลองใช้รูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญระยะที่ 1 จำนวน 17 คน และกลุ่มตัวอย่างระยะที่ 3 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จังหวัดหนองคาย จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E₁/E₂ และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนมีข้อจำกัดด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ ขณะที่ครูและผู้บริหารเห็นว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) ได้รูปแบบ AIRA Model ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.85, S.D. = 0.21) และ (3) รูปแบบมีประสิทธิภาพ 84.63/86.74 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.76, S.D. = 0.28) แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการ AI กับการจัดการเรียนรู้สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
พรทิพย์ มโนดำรงสัตย์, และคณะ. (2563). ปัญญาประดิษฐ์กับการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดิ์ชัย ไชยรักษ์, และ ปณิตา วรรณพิรุณ. (2563). การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษาอัจฉริยะ. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 19(3), 45–58.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุชาติ เพชรเทียนชัย, และคณะ. (2565). การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย. วารสารศึกษาศาสตร์, 33(2), 85–101.
Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2019). Artificial intelligence in education: Promises and implications for teaching and learning. Boston, MA: Center for Curriculum Redesign.
Luckin, R. (2018). Machine learning and human intelligence: The future of education for the 21st century. London: UCL Institute of Education Press.
OECD. (2023). PISA 2022 results (Volume I): The state of learning and equity in education. Paris: OECD Publishing.
Piaget, J. (1972). The psychology of the child. New York, NY: Basic Books.
Tlili, A., Zawacki-Richter, O., Burgos, D., Huang, R., Mishra, S., Sharma, R. C., & others. (2025). Artificial intelligence in education: A meta-analysis of learning achievement and instructional effectiveness. Computers & Education: Artificial Intelligence, 8, 100343.
UNESCO. (2021). AI and education: Guidance for policy-makers. Paris: UNESCO.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Zawacki-Richter, O., Marín, V. I., Bond, M., & Gouverneur, F. (2019). Systematic review of research on artificial intelligence applications in higher education—Where are the educators? International Journal of Educational Technology in Higher Education, 16(39), 1–27. https://doi.org/10.1186/s41239-019-0171-0
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาสังคมและพลเมืองสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

