การพัฒนาทักษะการรำแม่บทใหญ่ ด้วยการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok)
คำสำคัญ:
ทักษะการรำ, แม่บทใหญ่, ทักษะปฏิบัติของเดวีส์, แอปพลิเคชันติ๊กต็อกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อกสำหรับพัฒนาทักษะการรำแม่บทใหญ่ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการรำแม่บทใหญ่ ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อกเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้รูปแบบงานวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขาวิชานาฏศิลป์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่ลงเรียนรายวิชารำแม่บท ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน
2 หมู่เรียน นักศึกษาทั้งสิ้น 37 คน ใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อก แบบประเมินทักษะการรำแม่บทใหญ่ และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาทักษะการรำแม่บทใหญ่ ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชันติ๊กต็อก มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 84.20/86.49 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 การเปรียบเทียบทักษะการรำแม่บทใหญ่ ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 หลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 86.49 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.79, S.D. = 0.42)
เอกสารอ้างอิง
เขมณัฏฐ์ มิ่งศิริธรรม. (2565). เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้สำหรับการวิจัยทางการศึกษาในการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชนากานต์ อ่อนประทุม. (2563). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติรําวงมาตรฐาน โดยใช้รูปแบบของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.
ประเมษฐ์ บุณยะชัย. (2547). โขนโรงใน (โขนทางละคร). วารสารศิลปากร, 47(1), 15-29.
พิทยานุวัฒน์ ธรรมชอบ, และ สาคร อัฒจักร. (2567). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ฟ้อนกลองยาวอีสานตามแนวคิดของเดวีส์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 8(2), 1-10.
ภรภัทร ธัญญเจริญ. (2564). พฤติกรรมการเปิดรับ ทัศนคติ และการตัดสินใจใช้งานแอพพลิเคชัน Tiktok (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
วรากร สุพรรณท้าว, และ จุไรศิริ ชูรักษ์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสัมพันธ์ที่มีผลต่อทักษะการปฏิบัติท่ารำและทักษะการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารครุศาสตร์สาร, 16(2), 248-264.
วิรดี จินตะไล. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้นาฎศิลป์เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติตามแนวคิดของซิมพ์ซันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา จังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ศศิณา นิยมสุข. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชัน TikTok สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2550). รายงานการศึกษาข้อมูล เรื่องตำรารำ. กรุงเทพฯ: ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภาวดี โพธิเวชกุล. (2559). พัฒนาการแม่บทในนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
อินดิจิทัล. (2563). สถิติของ TikTok ที่นักการตลาดควรรู้. เข้าถึงได้จาก https://www.indigital.co.th/TikTok-stats/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.