เกี่ยวกับวารสาร

ข้อระเบียบของวารสาร                                                     

  1. เป็นผลงานบทความที่มีขอบข่ายเกี่ยวกับบทความวิชาการและการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ได้แก่สังคมศาสตร์ทั่วไป, นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตร์, มนุษยศาสตร์ (ดนตรี, นาฏศิลป์, ศิลปะ), ภาษาศาสตร์, การศึกษา, การบริหารธุรกิจ, การพัฒนา, ศาสนา ปรัชญา และรวมถึงสหวิชาการอื่น ๆ ทางด้านสังคมศาสตร์   
  2. เป็นผลงานบทความตามกำหนดประเภท โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ บทความวิจัย และบทความวิชาการ โดยจะต้องเขียนผลงานบทความแต่ละประเภทตามแบบฟอร์มของวารสาร Journal of Academic and Research in Social Sciences ที่กำหนดให้เท่านั้น เช่น มีชื่อและที่อยู่ผู้นิพนธ์ครบถ้วน, มีบทคัดย่อภาษาไทย และภาษาอังกฤษ, มีเอกสารอ้างอิงเป็นรูปแบบเดียวกัน คือ โดยใช้ระบบการอ้างอิง APA เป็นต้น
  3. เป็นผลงานบทความที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารอื่นใดมาก่อน หากผู้นิพนธ์นำผลงานที่เคยตีพิมพ์ในวารสารอื่นใด มาขอตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำอีก ทางวารสาร Journal of Academic and Research จะมีมาตรการลงโทษเด็ดขาด คือ การยกเลิกบทความนั้น และตัดสิทธิไม่รับตีพิมพ์ผลงานบทความ ผู้นิพนธ์ท่านนั้นตลอดไป                
  4. เป็นผลงานบทความ ที่จะต้องส่งผ่านเข้าลิงค์รระบบไทโจ (thaijo) ของวารสารhttps://so13.tci-thaijo.org/index.php/J_ARSC เท่านั้น
  5. เป็นผลงานบทความที่จะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ(Peer Review) ไม่น้อยกว่า 2 คน ตามที่กองบรรณาธิการคัดสรรตามสาขาวิชา หรือมีความเชี่ยวชาญ หรือมีขอบข่ายสาขาความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ้าของผลงานบทความหรือผู้นิพนธ์ เป็นแบบ Double blinded คือ มีการปกปิดชื่อเจ้าของบทความแก่ผู้ทรงคุณวุฒิและเจ้าของผลงานบทความไม่ทราบชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิ
  6. หากผลงานบทความใด ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เจ้าของผลงานบทความ หรือ ผู้นิพนธ์ จะต้องแก้ไขผลงานบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ให้แล้วเสร็จ และจะต้องส่งผลงานบทความฉบับแก้ไขสมบูรณ์ (Revise) ผ่านกลับเข้าลิงค์รระบบไทโจ (thaijo) ของวารสาร https://so13.tci-thaijo.org/index.php/J_ARSC เท่านั้น
  7. และเมื่อผู้นิพนธ์ส่งผลงานบทความแก้ไขสมบูรณ์เข้าระบบฯ แล้ว ทางกองบรรณาธิการจะทำการกลั่นกรอง ตรวจสอบความถูกต้องของผลงานบทความ เพื่อความครบถ้วนอีกครั้ง ถ้าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทางวารสารฯ ก็จะตอบรับการตีพิมพ์บทความ แต่ถ้าไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทางวารสารฯ จะตอบกลับ/ตีกลับบทความในระบบฯ ให้ผู้นิพนธ์แก้ไขปรับปรุงผลงานบทความจนกว่าจะมีความครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป
  8. ผลงานบทความ จะมีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์เผยแพร่ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ผลงานบทความฉบับภาษาไทย บทความละ 4,000 บาท และ 2) บทความฉบับภาษาอังกฤษ บทความละ 4,500 บาท โดยทางวารสาร จะเก็บค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อผลงานบทความนั้นๆ ผ่านการตรวจสอบค่าความซ้ำซ้อนโดยระบบไทโจ (copycatch) ซึ่งจะต้องไม่เกิน 15% แล้วเท่านั้น (ทางวารสารจะแจ้งผลให้ท่านทราบผ่าน 2 ช่องทาง คือ ทางระบบฯ และทางอีเมล (จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ประกาศไว้นี้ ทุกกรณี)
  9. ผู้ส่งผลงานบทความหรือผู้นิพนธ์ ต้องปฏิบัติตามระเบียบของวารสารอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะถ้าผลงานบทความใด ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ(Peer Review) และไม่แก้ไขผลงานบทความตามข้อเสนอแนะอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ วารสารขอสงวนสิทธิ์ไม่ออกหนังสือตอบรับให้ในทุกกรณี

จริยธรรมการวิจัย 

1.จริยธรรมของบรรณาธิการ (Editorial Ethics)

  1. บรรณาธิการ ต้องกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ คำแนะนำในการส่งบทความ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวารสาร เพื่อให้ผู้นิพนธ์ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดไว้
  2. บรรณาธิการ ต้องพิจารณาบทความในเบื้องต้น โดยแต่ละบทความจะต้องผ่านการตรวจสอบค่าความซ้ำซ้อนระบบไทโจ (copy catch) ซึ่งจะต้องไม่เกิน 15% แล้วเท่านั้น และจะทำการพิจารณาจากคุณภาพเนื้อหา ขอบเขต โครงสร้าง ความถูกต้องของข้อมูล และความครบถ้วนตามรูปแบบที่วารสารกำหนดก่อนจะนำไปสู่กระบวนการอื่น ๆ รวมทั้งกลั่นกรองเบื้องต้นถึงข้อความอันเป็นการใส่ร้ายดูหมิ่นอย่างร้ายแรงต่อบุคคลอื่น องค์กร และสถาบันหลักทางสังคม
  3. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการวารสาร จะต้องพิจารณากำหนดและเลือกผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขา หรือมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ที่สามารถประเมินผลสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทางวิชาการของบทความนั้น ๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มาจากหน่วยงานเดียวกันกับผู้นิพนธ์ กระบวนการพิจารณาคุณภาพบทความของวารสารเป็นการพิจารณาแบบปกปิดเป็นความลับ (double-blind) ไม่เปิดเผยรายชื่อผู้นิพนธ์ ผู้ร่วม และผู้พิจารณาบทความ ไม่ให้ทราบข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อป้องกันอคติ และป้องกันปัญหาความขัดแย้ง ที่อาจเกิดขึ้น
  4. กองบรรณาธิการ ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลอื่น ๆ หรือในกระบวนการพิจารณาบทความไม่ว่าจะเป็นในด้านใด บรรณาธิการควรถอนตัวจากบทความนั้น และให้กองบรรณาธิการอื่นเป็นผู้ดูแลแทน อีกทั้ง บรรณาธิการต้องวางใจเป็นกลาง ปราศจากอคติความลำเอียง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ
  5. บรรณาธิการ มีภารกิจหลักในการจัดหาต้นฉบับบทความ และเจรจากับผู้นิพนธ์ อีกทั้ง พิจารณาตรวจสอบกลั่นบทความให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนการเผยแพร่ตีพิมพ์ต่อสาธารณะ
  6. บรรณาธิการ มีสิทธิ์วินิจฉัยให้ถือเป็นที่สุด

          6.1 กรณีที่ผู้นิพนธ์ขอถอนบทความ และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการจากผู้นิพนธ์ ในกรณีที่ตรวจพบว่าผู้นิพนธ์ประพฤติผิดจริยธรรมการวิจัย หรือขอถอนบทความ หรือขอยกเลิกการตีพิมพ์ เพื่อส่งบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ หรือนำไปเสนอที่ประชุมวิชาการอื่น ซึ่งบทความนั้นได้ผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงคุณวุฒิฯ แล้ว

          6.2 กรณี ที่พบความคล้ายกับผลงานผู้อื่นในระหว่างการพิจารณาบทความ บรรณาธิการจะยับยั้งกระบวนการพิจารณา และขอคำอธิบายจากผู้นิพนธ์ ซึ่งหากคำอธิบายไม่มีเหตุผลที่สมควร บทความจะถูกปฏิเสธการเผยแพร่

          6.3 กรณี ที่พบความคล้าย ภายหลังบทความได้เผยแพร่แล้ว บรรณาธิการจะดึงบทความออกจากวารสาร และประกาศในวารสารในทันทีว่าบทความถูกถอดออกจากวารสาร

          6.4 กรณี ที่ตรวจพบว่ามีการคัดลอกบทความหรือตีพิมพ์ซ้ำ หรือมีความคล้ายในสัดส่วนที่มากกับบทความอื่น (เช่นคัดลอกทั้งย่อหน้า) มีผลในการปฏิเสธการตีพิมพ์ในทันที หากบทความมีความคล้ายบ้าง บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ปรับแก้ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

          6.5 กรณี ที่มีปัญหาในการปฏิบัติงานหรือการดำเนินการต่าง ๆ ของวารสาร ให้บรรณาธิการ เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย คำวินิจฉัยของบรรณาธิการให้ถือเป็นที่สุดทุกกรณี

  1. จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer Ethics)

      2.1 ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องเสนอแนะหรือระบุผลงานวิจัยที่สำคัญและสอดคล้องกับบทความที่กำลังประเมินคุณภาพ ในกรณีที่ผู้นิพนธ์ไม่ได้อ้างถึงเข้าไปในการประเมินคุณภาพบทความด้วย 

      2.2 ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์ เช่น เป็นผู้ร่วมดำเนินการวิจัย หรือมีความสัมพันธ์หรือรู้จักผู้นิพนธ์เป็นการส่วนตัว หรือเหตุผลอื่น ๆ ที่จะทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นอย่างอิสระได้ ถ้ามีหรือตระหนักว่าตัวเองอาจมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ทรงคุณวุฒิควรแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบและปฏิเสธการประเมินบทความนั้น ๆ ทันที

      2.3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลบางส่วนหรือทุกส่วนในบทความที่ส่งมารับการประเมินคุณภาพแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารตลอดช่วงระยะเวลาของการประเมินคุณภาพบทความ

      2.4 ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบ หากพบว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความมีความเหมือนหรือซ้ำซ้อนกับผลงานของผู้อื่นโดยมีหลักฐานชัดแจ้ง

      2.5 ผู้ทรงคุณวุฒิ ประเมินคุณภาพบทความในสาขาวิชาที่มีความเชี่ยวชาญ โดยพิจารณาความสำคัญ ความใหม่ คุณค่าของเนื้อหาในบทความที่จะมีต่อสาขาวิชานั้น ๆ ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์คุณภาพและความเข้มข้นของผลงาน โดยไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินคุณภาพของบทความวิจัย

  1. จริยธรรมของผู้นิพนธ์ (Authors Ethics)

      3.1 ผู้นิพนธ์ ต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ และอื่น ๆ ของวารสารให้เข้าใจอย่างถูกต้องและท่องแท้

      3.2 ผู้นิพนธ์ ต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของบทความตนเองให้ดีก่อน ว่าได้เขียนบทความเป็นไปตามรูปแบบและองค์ประกอบที่วารสารกำหนดไว้หรือไม่

      3.3 ผู้นิพนธ์ต้องส่งบทความผ่านหรือเข้าระบบแบบออนไลน์เท่านั้น

      3.4 ผู้นิพนธ์ ต้องมีจริยธรรม ในตนเอง โดยจะต้องไม่แอบอ้างนำเอาบทความหรือผลงานของบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับการอนุญาต มาส่งเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่

      3.5 ผู้นิพนธ์ ต้องมีจรรยาบรรณในตนเอง โดยจะต้องไม่นำบทความหรือผลงานของตนที่เคยตีพิมพ์มาแล้วจากแหล่งอื่น มาส่งเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำซ้อนอีก

บรรณาธิการ

รองศาสตราจารย์ ดร.วาริธ ราศรี

ผู้ช่วยบรรณาธิการ                                                                          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนงศักดิ์ ปัดสินธุ์ (เลขากองบรรณาธิการ)