การเจริญเมตตาภาวนาแบบอัปปมัญญา

ผู้แต่ง

  • ณัฐนี แซ่ลี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระครูภัทรธรรมบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • วีรชัย คำธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การเจริญเมตตา, อัปปมัญญา, พรหมวิหาร, กาลามสูตร

บทคัดย่อ

       การเจริญเมตตาภาวนาแบบอัปปมัญญาเป็นแนวทางการปฏิบัติธรรมที่มีความสำคัญในพุทธศาสนา โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการใช้ปัญญาและการเจริญจิตเพื่อพัฒนาความรักเมตตาที่ไม่มีขอบเขตจำกัด บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและอธิบายแนวทางการเจริญเมตตาแบบอัปปมัญญาที่ใช้เหตุผลเชิงตรรกะและหลักกาลามสูตรเป็นพื้นฐาน การศึกษานี้ได้วิเคราะห์ความหมาย แนวทางการปฏิบัติการเจริญเมตตาแบบอัปปมัญญา ซึ่งประกอบด้วยพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา โดยเน้นการใช้ปัญญาในการพิจารณาแทนการปฏิบัติแบบงมงาย ผลดีของการเจริญเมตตาแบบอัปปมัญญามีตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนทั้งในด้านจิตใจ พฤติกรรม และสัมพันธภาพ แนวทางการปฏิบัติเริ่มจากการเจริญเมตตาต่อตนเอง ขยายไปยังคนใกล้ชิด คนเป็นกลาง ศัตรู และสุดท้ายต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ประโยชน์ของการปฏิบัตินี้ครอบคลุมอานิสงส์ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ทั้งประโยชน์ต่อร่างกาย จิตใจ สังคม และการพัฒนาจิตในระดับสูง ซึ่งสรุปว่าการเจริญเมตตาแบบอัปปมัญญาเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาจิตใจและสร้างสันติภาพทั้งในระดับบุคคลและสังคม โดยสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2525). พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน เล่มที่ 10. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.

พระอาจารย์ทูล ขิปฺปปญฺโญ. (n.d.). กาลามสูตร. https://kpyusa.org/wp-content/uploads/2016/05/กาลามสูตร.pdf

พระพรหมคุณาภรณ์. (ป.อ.ปยุตโต). (2563). พุทธธรรม : ฉบับปรับขยาย (พิมพ์ครั้งที่ 39). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สหธรรมิก.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (เล่ม 25). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วริศ ข่ายสุวรรณ, พระมหาศิวกร ปญญาวชิโร, & กรนิษฐ์ ชายป่า. (2562). กาลามสูตร : หลักความเชื่อในยุคดิจิทัล. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 4(2), 178–194.

Carson, J. W. et al. (2005). Loving-kindness meditation for chronic low back pain: Results from a pilot trial. Journal of Holistic Nursing, 23(3), 287–304.

Fredrickson, B. L. et al. (2008). Open hearts build lives: Positive emotions, induced through loving-kindness meditation, build consequential personal resources. Journal of Personality and Social Psychology, 95(5), 1045–1062.

Hofmann, S. G., Grossman, P., & Hinton, D. E. (2011). Loving-kindness and compassion meditation: Potential for psychological interventions. Clinical Psychology Review, 31(7), 1126–1132.

Johnson, D. P. et al. (2011). A pilot study of loving-kindness meditation for the negative symptoms of schizophrenia. Schizophrenia Research, 129(2-3), 137–140.

Kearney, D. J.et al. (2013). Loving-kindness meditation for posttraumatic stress disorder: A pilot study. Journal of Traumatic Stress, 26(4), 426–434.

Lutz, A., Brefczynski-Lewis, J., Johnstone, T., & Davidson, R. J. (2008). Regulation of the neural circuitry of emotion by compassion meditation: Effects of meditative expertise. PLoS ONE, 3(3), e1897.

Seppala, E. M. et al. (2014). Loving-kindness meditation: A tool to improve healthcare provider compassion, resilience, and patient care. Journal of Compassionate Health Care, 1, 5.

Wong, G. et al. (2022). Loving-kindness meditation (LKM) modulates brain-heart connection: An EEG case study. Frontiers in Human Neuroscience, 16, 891377.

Zeng, X. et al. (2015). The effect of loving-kindness meditation on positive emotions: A meta-analytic review. Frontiers in Psychology, 6, 1693.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

แซ่ลี้ ณ., พระครูภัทรธรรมบัณฑิต, & คำธร ว. . (2026). การเจริญเมตตาภาวนาแบบอัปปมัญญา. วารสารปัญญาและคุณธรรม, 3(1), 49–56. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/3491