สมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐไทยกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล:วิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิด 4M (Man, Money, Material, Management)
คำสำคัญ:
สมรรถนะ, สมรรถนะดิจิทัล, บุคลากรภาครัฐ, รัฐบาลดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความนี้ศึกษาเรื่องสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐเพื่อเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยรวบรวมและประมวลข้อค้นพบจากงานศึกษา เป็นบทความวิชาการเชิงพรรณนา ใช้วิธีการสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยและเอกสารนโยบายที่เกี่ยวข้อง บทความนี้จะนำเสนอ 3 ส่วน ในส่วนแรกอธิบายถึงแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสมรรถนะและสมรรถนะดิจิทัล ส่วนที่สอง อธิบายถึงทักษะที่จำเป็นสำหรับข้าราชการในอนาคตที่กำหนดโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและทักษะทางดิจิทัลโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ส่วนสุดท้าย อภิปรายถึงความท้าทายในการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐผ่านการวิเคราะห์ด้วยกรอบแนวคิด 4M พบว่าในด้านบุคลากร (Man) อายุ ทัศนคติที่เปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ และทัศนคติเชิงบวกของผู้นำองค์การต่อเทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัล เป็นความท้าทายเนื่องจากภาครัฐมีกลุ่มคนหลากหลายช่วงวัย ด้านงบประมาณ (Money) บางหน่วยงานไม่มีงบประมาณเพียงพอต่อการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านดิจิทัล ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material) การขาดความเสถียรของเครือข่ายไร้สายและความทันสมัยของอุปกรณ์เป็นข้ออุปสรรคในการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัล ในขณะที่ ด้านการบริหารจัดการ (Management) การมีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - พ.ศ. 2570 นับว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือหน่วยงานภาครัฐควรมีการจัดทำแผนระปฏิบัติงานระดับรองที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลที่ระบุไว้ในแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - พ.ศ. 2570 กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานและกิจกรรมอบรมทักษะดิจิทัลเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างชัดเจน เพิ่มการสนับสนุนงบประมาณจัดอบรมสมรรถนะดิจิทัลโดยมุ่งไปที่กลุ่มผู้บริหารเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกให้แก่ผู้นำและเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปฏิบัติงาน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กานต์ภิชชา ธรรมกุล, อัศนีย์ ณ น่าน และศศิชา วงศ์ไชย. (2566). สมรรถนะดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านการศึกษาในจังหวัดลำปาง. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(3), 29–38.
จักริช มีสี และ ทวนทอง เชาวกีรติพงศ์. (2566). แนวทางการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลเพื่อการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร. วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 13(1), 1-21.
นันท์นิธิ พงศ์โพธิธรรม. (2564). แนวทางการพัฒนาทักษะการรู้ดิจิทัลของบุคลากรสำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ดสู่การเป็นนวัตกรรมผู้ประกอบการสาธารณะในยุคไทยแลนด์ 4.0. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 12(2), 93–110.
ประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2570. (2566, 10 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 140 ตอนที่ 84 ง. หน้า 6-86.
ปรีดาพร อารักษ์สมบูรณ์ และ ณัฐพล บัวเปลี่ยนสี. (2567). การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น “สมรรถนะดิจิทัล” สำหรับบุคลากรภาครัฐเพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองอัจฉริยะจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารวิจััยรําไพพรรณีี, 18(3), 37-48.
ภควดี วรโรจน์ศิริกุล และ นิสดารก์ เวชยานนท์. (2560). ปัจจัยโครงสร้างและสมรรถนะของบุคลากรกับประสิทธิผลของการให้บริการสาธารณะของเทศบาลนคร. Veridian E-Journal, Silapakkorn University, 10(2), 2775-2788.
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี. (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก. หน้า 1-74.
ศิริรัตน์ พิริยธนาลัย, และ จุฑา เทพหัสดิน ณ อยุธยา. (2553). Competency สมรรถนะ เข้าใจ ใช้เป็น เห็นผล (พิมพ์ครั้งที่ 1). ซิกเนเจอร์ โซลูชั่นส์.
สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล (สวพ.). (19 กุมภาพันธ์ 2567). คู่มือสมรรถนะหลัก : คำอธิบายและพฤติกรรมบ่งชี้. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. https://www.ocsc.go.th/?post_type =knowledge&p=58456
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (1 กรกฎาคม 2561).แนวทางพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. https://www.ops.go.th/th/content_page /item/620-digital-skills.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. (ม.ป.ป.). ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์. DGA. https://www.dga.or.th/wp-content/uploads/2021/02/1-1.pdf.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. (16 ตุลาคม 2567). พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562. DGA. https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-dg-256/dga-046/
สุนันทนา กุศลประเสริฐ. (2565). การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก. [การค้นคว้าอิสระ, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. มหาวิทยาลัยนเรศวร. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/5516 Boyatzis, R. E., & Kolb, D. A. (1993). From learning styles to competency. Journal of Management Education, 17(2), 167-179.
Gilster, P. (1997). Digital literacy (1st ed). John Wiley & Sons.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence". American Psychologist, 28(1), 1-14.
Oberlander et al. (2020). Digital competencies: A review of the literature and applications in the workplace. Computers & Education, 146 (103752), 1-13.
OECD. (11 September 2017). Skills for a High Performing Civil Service. OECD. https://www.oecd.org/en/publications/skills-for-a-high-performing-civil-service_9789264280724-en.html
Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance (1st ed). John Wiley & Sons.
United Nation. (2024). UN E-Government Survey 2024. UN E-Government Knowledgebase. https://publicadministration.un.org/egovkb
Vuorikari, R., Kluzer, S. and Punie, Y. (17 March 2023). DigComp 2.2: The Digital Competence Framework for Citizens With new examples of knowledge, skills and attitudes. European Commission. https://publications.jrc.ec.europa.eu /repository/handle/JRC128415
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมการวิจัยเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร