แนวทางการบริหารงานวิชาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลของผู้เรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี
คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ, สมรรถนะดิจิทัล, โรงเรียนมัธยมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลของผู้เรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี 2) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลของผู้เรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี และ 3) เสนอแนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลของผู้เรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี มีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในปีการศึกษา 2568 จำนวน 299 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของทาโร่ ยามาเน่ และผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 4 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นสภาพปัจจุบัน 0.98 และสภาพที่พึงประสงค์ 0.99 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 2.54) และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก (
= 4.14) 2) ความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ ด้านการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย (PNI Modified = 0.72) รองลงมาได้แก่ ด้านการนิเทศ กำกับ ติดตาม และ 3) แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัล ได้แก่ การมุ่งเน้นการปฏิรูประบบนิเวศการเรียนรู้ เปลี่ยนบทบาทผู้บริหารเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนสถานศึกษาด้วยข้อมูลสารสนเทศ พัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่นในพื้นที่ทดลองนวัตกรรม สร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงรุก ปรับการนิเทศการสอนสู่ระบบพี่เลี้ยง และสนับสนุนการวิจัยในชั้นเรียนผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
จริยา ศรีชนะ. (2563). การพัฒนาแนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ฐิติพร ยางแก้ว. (2565). ความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ธีรพงศ์ ทับอินทร์. (2558). การใช้วงจรเดมมิ่ง (PDCA) ในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 9(2), น. 68-78.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พรวิภา เชยกลิ่น. (2566). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570).
อดุลย์ สนั่นเอื้อเม็งไธสง. (2560). การศึกษาสภาพปัญหาการวิจัยในชั้นเรียนของครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา. 11(3), น. 156-166.
อาทิตยา สรรพโภชน์ และชัยยนต์ เพาพาน. (2567). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการวิถีใหม่ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด. 4(2), น. 299-313.
European Commission. (2018). DigComp 2.2: The Digital Competence Framework for Citizens - With new examples of knowledge, skills and attitudes. Publications Office of the European Union.
Hamzah, N. H., Radzi, N. M., & Omar, I. M. (2025). Development of a digital leadership competency model for school principals in Malaysia: A needs analysis. International Journal of Education, Psychology and Counseling. 10(57), pp. 213–234.
Sarimin, T., Mahamod, Z., Senawi, A., & Nagaretnam, S. (2025). The role and challenges of school leaders in enhancing the application of digital technology. International Journal of Research and Innovation in Social Science. 9(8), pp. 4379-4404.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และคณาจารย์ท่านอื่น ๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง