ผลของโปรแกรมการฝึกทักษะการรับ ส่งสองมือระดับอกของกีฬาบาสเกตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย (กลิ่นอยู่อุปถัมภ์)
คำสำคัญ:
โปรแกรมการฝึก, การรับส่งลูกสองมือระดับอก, กีฬาบาสเกตบอลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมการฝึกทักษะการรับและส่งลูกสองมือระดับอกในกีฬาบาสเกตบอลสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2) เปรียบเทียบผลของทักษะดังกล่าวก่อนและหลังการใช้โปรแกรมการฝึก กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย (กลิ่นอยู่อุปถัมภ์) ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการฝึกทักษะการรับและส่งลูกสองมือระดับอก แบบประเมินทักษะ และแบบบันทึกผลการฝึก ซึ่งแบบประเมินมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ
จากการพัฒนาโปรแกรมการฝึกทักษะการรับและส่งลูกสองมือระดับอก ผู้วิจัยได้ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความสอดคล้องของเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของโปรแกรม โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item-Objective Congruence: IOC) พบว่าโปรแกรมมีค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งนี้ เมื่อทดลองใช้โปรแกรมกับกลุ่มตัวอย่าง พบว่านักเรียนมีผลการพัฒนาทักษะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 3.800 (S.D. = 1.471) เป็น 9.225 (S.D. = 0.862) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกที่พัฒนาขึ้น สรุปได้ว่า โปรแกรมการฝึกที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและมีประสิทธิผลในการพัฒนาทักษะการรับและส่งลูกสองมือระดับอกของนักเรียนอย่างชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนพลศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565). กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. http://academic.obec.go.th/
ภัทรภรณ์ กาญจนารัตน์. (2567). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดเพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ในตนเองและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา.วารสารครุศาสตร์สวนสุนันทา, 8(1), 38–52.
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิด เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ในตนเองและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง | Thai-Journal Online
Bailey, R., Hillman, C., Arent, S., & Petitpas, A. (2021). Participant development in sport and physical activity: The impact of school physical education. European Physical Education Review, 27(1), 3–25. https://doi.org/10.1177/1356336X20950467
Cabido, J., Ríos, L. J., & Ibáñez, S. J. (2020). Effects of basketball practice on fundamental movement skills in primary school children. Journal of Human Sport and Exercise, 15(2), 365–377. https://doi.org/10.14198/jhse.2020.152.08
Casey, A., & Kirk, D. (2021). Models-based practice in physical education. Physical Education and Sport Pedagogy, 26(5), 455–468. https://doi.org/10.1080/17408989.2020.1799969
Dyson, B., Linehan, N., & Hastie, P. (2020). Teacher perspectives on models-based practice. Physical Education and Sport Pedagogy, 25(6), 603–616. https://doi.org/10.1080/17408989.2020.1800619
Ericsson, K. A., Krampe, R. T., & Tesch-Römer, C. (1993). The role of deliberate practice in the acquisition of expert performance. Psychological Review.100(3), 363–406. https://doi.org/10.1037/0033-295X.100.3.363
Kirk, D., & Haerens, L. (2022). Conceptual models in physical education. European Physical Education Review, 28(3), 412–430. https://doi.org/10.1177/1356336X211055476
Ortega-Toro, E., García-Angulo, A., Giménez-Egido, J. M., García-Angulo, F. J., & Palao, J. M. (2021). Structured basketball practice. Journal of Human Kinetics, 77(1), 55–68. https://doi.org/10.2478/hukin-2021-0006
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และคณาจารย์ท่านอื่น ๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง