THE RESULTS OF USING COMPUTER-ASSISTED INSTRUCTION TO DEVELOP STUDENTS’ ACHIEVEMENT IN PRINTED- MEDIA PRODUCTION COURSE FOR VOCATIONAL CERTIFICATE STUDENTS
Keywords:
Computer-Assisted Instructional Lesson, Vocational Certificate Students, Print Media Production CourseAbstract
This research aims to 1) design and develop computer-assisted instruction lessons, 2) determine the efficiency of computer-assisted instruction lessons,
3) compare the academic achievement before and after learning with computer-assisted instruction lessons, and 4) study the satisfaction of learners with computer-assisted instruction lessons. A total of 30 learners were selected using a purposive sampling method. The research instruments included 1) computer-assisted instruction lessons, 2) pre- and post-learning achievement tests, and
3) a learner satisfaction assessment form. The statistics used in the research included mean, standard deviation, efficiency, and Dependent Samples t-test. The research results revealed that:
- The overall evaluation results were of very good quality, with an average score of 4.70 and a standard deviation of 0.17.
- The effectiveness of the CAI lessons was found to be high, with an efficiency score during each lesson (E1) of 80.05 and an efficiency score after each lesson (E2) of 84.33. The overall conclusion was that the effectiveness of the lessons exceeded the hypothesized criterion of 80/80, which was in line with the hypothesis.
- Third-year vocational certificate students who studied with the CAI lessons in the subject of print media production had significantly higher post-lesson achievement scores than pre-lesson scores at the .05 level, with an average score of 58.97 and a standard deviation of 2.61.
- The overall level of student satisfaction with the CAI lessons was high, with an average score of 4.18 and a standard deviation of 0.61.
References
เกศรินทร์ หมื่นจํานงค์. (2562). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ชวยสอนบนเครือขายอินเทอร์เน็ต เรื่อง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนชันมัธยมศึกษาปีที 2 โรงเรียนอนุบาลเกาะจันทน์. ใน วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชนาธิป ปะทะดวง. (2561). การพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Moodle รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ใน วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ปิยฉัตร สมพงษ์. (2565). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการใช้โปรแกรมตารางงาน ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ. ใน วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. (2562). การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์. (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัทศูนย์หนังสือ เมืองไทย จำกัด.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2538). เทคนิควิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ศักด์ดิเรศ ประกอบผล. 2563. การออกแบบและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยใช้แอดดี้โมเดลและแนวคิดของกาเย่. วารสารครุศาสตร์สาร, 14(1), 17-30.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมพร เชื้อพันธ์. (2547). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองกับการจดัการเรียนการสอนตามปกติ. ใน วิทยานิพนธ์ ค.ม. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชกรรม สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
อรสา เผ่าฉนวน. (2554). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง พลังงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน การค้นคว้าอิสระของการศึกษาหลักสูตร ปริญญาครูศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.
อัจฉราพรรณ ปานศิลา และพรรณราย เทียมทัน. (2564). การพัฒนาบทเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง การสร้างงานแอนิเมชั่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 11(1), 165-179