การส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดแพร่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาศักยภาพของครอบครัวในการจัด สิ่งแวดล้อมภายในบ้านเพื่อดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดแพร่ ๒) เพื่อศึกษาศักยภาพของครอบครัวใน การดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุในจังหวัดแพร่ และ ๓) เพื่อศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการ พัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดแพร่ ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ คือ การ วิจัยแบบผสานวิธี (Mix methods research) โดยมีการแจกแบบสอบถามแบบ Checklist สัมภาษณ์เชิงลึก ครอบครัวจํานวน ๒๐ ครอบครัว และสนทนากลุ่มย่อยระหว่างคณะผู้วิจัยและ ประธานมูลนิธิผู้สูงอายุจังหวัดแพร่ ประธานชมรมผู้สูงอายุอําเภอเมืองแพร่และอําเภอหนอง ม่วงไข่ ตัวแทนผู้สูงอายุ ตัวแทนครอบครัว ประธานกํานันผู้ใหญ่บ้าน และพระสงฆ์ รวมทั้งหมด ๑๕ รูป/คน
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ศักยภาพของครอบครัวในการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านเพื่อดูแลผู้สูงอายุทั้ง ๗ ด้าน พบว่า ๑) ด้านห้องนอน มีการจัดสภาพแวดล้อมภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๗๓.๕๗ ๒) ด้าน ห้องน้ํา โดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๕๐.๐๐ ๓) ด้านบันไดโดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๖๕.๕๕ ๔) ด้านราวจับ โดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๙๕.๐๐ ๕) ด้านประตูโดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๖๒.๐๐ ๖) ด้านพื้นห้องน้ําและฝาผนัง โดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๕๐.๐๐ และ ๗) ด้าน สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านโดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ ๖๕.๐๐ การจัดสภาพแวดล้อมภายใน บ้านทั้ง ๗ ด้าน ปัจจัยทางด้านงบประมาณและความมั่นคงทางฐานะถือเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อ การจัดสภาพแวดล้อม
๒. ศักยภาพของครอบครัวในการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุในภาพรวมพบว่า ระดับการปฏิบัติการอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นค่าเฉลี่ย ๔.๖๗ คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๐๐ ถ้าพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีระดับมากที่สุด คือ สมาชิกในครอบครัวให้เกียรติและยกย่อง ผู้สูงอายุว่าเป็นผู้มีประสบการณ์การดําเนินชีวิต,ให้ความเอาใจใส่เป็นอย่างดีเมื่อผู้สูงอายุเกิด อาการเจ็บป่วย, มีการพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพประจําปี,ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ตระหนักถึง คุณค่าของตัวเอง คิดเป็นค่าเฉลี่ย ๕.๐๐ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ส่วนข้อที่มีระดับปฏิบัติการอยู่ใน ระดับมากที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ มีการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ออกกําลังกาย คิดเป็นค่าเฉลี่ย ๓.๗๐ อยู่ในระดับมาก ร้อยละ ๔๐.๐๐ กิจกรรมที่ทางครอบครัวจัดขึ้นเพื่อ พัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุประกอบไปด้วยกิจกรรมที่ ส่งเสริมการดูแลด้านร่างกาย จิตใจสังคม และด้านเศรษฐกิจ
๓. บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุใน จังหวัดแพร่ พบว่า พระสงฆ์มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุใน จังหวัดแพร่ ๖ ด้าน คือ ๑) บทบาทการอบรมครอบครัว คือ ให้การอบรมครอบครัวให้เป็นผู้มี ความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี ๒) บทบาทในการสร้างขวัญกําลังใจแก่ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ๓) บทบาทในการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔) บทบาทในการจัดกิจกรรมร่วมกับ ครอบครัว ๕) บทบาทในการสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ และ ๖) บทบาทในการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย. ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
กชกร สังขชาติ. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับผู้สูงอายุ. ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๓๖.
กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย. ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ ในชุมชนดินแดง. กรุงเทพฯ : กองสวัสดิการสงเคราะห์, ๒๕๒๘.
คณะทํางานจัดทําแผนยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุจังหวัดแพร่, แผนยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุจังหวัดแพร่ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐.