การสํารวจและการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของการเรียนการสอนการบริหารจัดการของโรงเรียนและชุมชนต่อการมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสํานึกการอนุรักษ์ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ธรรมชาติชุมชนแม่กาภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมหาวิทยาลัยพะเยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดําริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสํารวจความ หลากหลายของพืชพรรณไม้ธรรมชาติชุมชนแม่กา เพื่อจัดทําคู่มือสํารวจพืชพรรณไม้ธรรมชาติ ชุมชนแม่กา เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของการเรียนการสอน การบริหารจัดการของ โรงเรียนและชุมชนต่อการมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสํานึกการอนุรักษ์ความหลากหลายของพืช พรรณไม้ธรรมชาติชุมชนแม่กา ประชากร ได้แก่ นักเรียนในชุมชนแม่กา แบ่งเป็น ๔ โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลเมืองพะเยาแม่กาโทกหวาก จํานวน ๑๙๔ คน โรงเรียนบ้านแม่กา จํานวน ๑๒๑ คน โรงเรียนบ้านห้วยเคียน จํานวน ๑๐๗ คน โรงเรียนแม่ต๋ําบุญโยง จํานวน ๔๖ คน นิสิตวิชาเอกชีววิทยา (คู่ขนาน) วิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา ชั้นปีที่ ๔ จํานวน ๑๔๕ คน เจ้าหน้าที่สังกัดเทศบาลตําบลแม่กา ๕ คน รวมจํานวน ๖๑๘ คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนในชุมชนแม่กา โรงเรียนบ้านห้วยเคียน จํานวน ๑๐๗ คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้เกณฑ์ คือ โรงเรียนเป็นสมาชิกงานสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียนใน อพ.สธ. ผลการวิจัยพบว่า
กระบวนการของรูปแบบ ขั้นที่ ๑ เตรียมการ ขั้นที่ ๒ ขั้นตอนการดําเนินงาน ขั้นที่ ๓ การเผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นรับรู้/ ประสบการณ์ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นคิดวิเคราะห์ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นสร้างแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ขั้นตอนที่ ๔ ขั้นลงมือปฏิบัติ ขั้นตอนที่ ๕ ขั้นสรุปและประเมินผล ขั้นตอนที่ ๖ ขั้นชื่นชมการ ปฏิบัติและผลการปฏิบัติ
หลักการของรูปแบบการเรียนการสอน ๑. หลักการที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการ เรียนรู้ ๒. หลักการเรียนรู้จากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ๓. หลักการที่ใช้เทคโนโลยีเป็น เครื่องมือการรู้จักแสวงหาคําตอบ จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ด้วย ๔. การสะท้อนผลการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจและมีการพัฒนาตนเองต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
รูปแบบที่เหมาะสมของการเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วย ๑. ความรู้ความเข้าใจความ หลากหลายของพืชพรรณไม้ธรรมชาติ ๒. ทักษะการอนุรักษ์ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ ธรรมชาติ ๓. จิตสํานึกการอนุรักษ์ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ธรรมชาติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
ก่องกานดา ชยามฤต. “การจัดการเรียนรู้ของแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต สวนพฤกษศาสตร์”.รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ : สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ๒๕๕๖.
มนัส สุวรรณ. การจัดการสิ่งแวดล้อม : หลักการและแนวคิด. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : พิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๕.
วีระชัย ณ นคร. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กล้วยไม้ไทย ๒. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์, ๒๕๕๖.
สง่า สรรพศรี. นิเวศวิทยาป่าไม้. คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๕๖.
Ormrod. Educational psychology : developing learners. 3rd ed. New Jersey : Prentice Hall, Inc., 2000.
Martin. Teaching Science for all chileren. Massachusett : Allya and bacon., 2003.
Corlett. Publiction manual of the Amercan Psychological Association” (5th ed)” Washington, DC : Author, 2001.