การพัฒนาทักษะการพูดออกเสียงภาษาอังกฤษสำหรับนิสิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาผลการฝึกพูดออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้ เรื่องสั้น สำหรับนิสิตสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ และ ๒) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทักษะการฝึกพูดออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้เรื่องสั้น สำหรับนิสิตสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ โดยการวิจัยเป็นแบบ One Group Pre-test Post-test Design โดยการวิจัยครั้งนี้ใช้นิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ จำนวน ๒๗ รูป/คน และหาขนาดกลุ่มตัวอย่างได้ จำนวน ๑๕ รูป/คน โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การตีความตามวัตถุประสงค์
ผลการวิจัยพบว่า
๑. การฝึกพูดออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้เรื่องสั้น สำหรับนิสิตสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ มีค่าเฉลี่ย ความแตกต่างของผลการทดสอบอยู่ที่ ๓.๕๑ ซึ่งหากจำแนกเป็นรายด้านได้ผลดังนี้ ด้าน การอ่านออกเสียง sh, ch, th มีค่าเฉลี่ยความแตกต่างอยู่ที่ ๓.๐๗ ด้านการออกเสียงคำอื่น ๆ ความชัดเจนในการออกเสียงคำ การอ่านผิด/ถูก ในภาษาอังกฤษ มีค่าเฉลี่ยความแตกต่างอยู่ที่ ๓.๕๓ และด้านการออกเสียงพยางค์ท้ายประโยค (Ending Sound) มีค่าเฉลี่ยความแตกต่าง อยู่ที่ ๓.๙๓
๒. จากผลการวิจัยทำให้ทราบถึงแนวทางที่ควรแนะนำสำหรับนิสิตหรือผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะด้านการพูดออกเสียงภาษาอังกฤษให้ได้ดียิ่งขึ้น โดยพอสรุปให้เป็นแนวทาง ดังนี้
๒.๑ ด้านความมั่นใจในตนเอง (Confidence) ผู้ที่สนใจในด้านภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาของตนเอง (Native Language or Mother Tongue) ซึ่งผู้ฝึกจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะต้องทำได้ อยู่ที่เวลาและการฝึกฝน ต้องใช้เวลา สิ่งที่จะเป็นแรงผลักดันให้ตนเองนั้นคือ ความมั่นใจในตัวเองเป็น
องค์ประกอบสำคัญมากต่อการฝึกฝนทางด้านภาษา หากไม่มีความมั่นใจ ไม่ว่าจะฝึกฝนภาษาใด ๆ ก็ตาม ย่อมไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ แต่หากผู้ฝึกมีความมั่นใจในตนเองว่าจะต้องทำได้ ก็ย่อมเป็นแรงผลักดันให้ผู้ที่ฝึกฝนได้มีความอดทนในการฝึก เป็นแรงผลักว่าในวันข้างหน้าจะต้องทำได้ ดังนั้นการสร้างความมั่นใจให้ตนเองถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาเป็นอย่างยิ่ง
๒.๒ ด้านการฝึกฝน (Training) การที่จะทำให้เกิดทักษะทางด้านภาษาได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมีกระบวนการในการฝึกฝนตนเอง ในระยะเริ่มแรกของการฝึกเราจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นแต่ภายหลังจากได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามลักษณะของภาษานั้น เช่น การออกเสียง การใช้คำ การสร้างคำ ซึ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนของการฝึกฝน ผู้ที่สนใจหรือผู้ศึกษาทางด้านภาษาจะต้องให้ความสนใจและฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพราะการทำสิ่งไหนอย่างซ้ำ ๆ และมีความต่อเนื่องย่อมที่จะเกิดความชำนาญในสิ่งที่ปฏิบัตินั้น ๆ โดยเฉพาะการใช้ภาษา หากมีการฝึกใช้งานอย่างสม่ำเสมอย่อมได้รับความชำนาญเป็นสิ่งตอบแทนในการฝึกตนนั้น
๒.๓ ด้านสิ่งแวดล้อมรอบข้าง (Near About) เป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้ผู้ฝึกฝนทางด้านภาษาได้เรียนรู้และรับประสบการณ์จริง สิ่งแวดล้อมรอบข้างอาจรวมถึงท่าทางการแสดงออก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนช่วยให้ผู้ที่มีความต้องการฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาได้รับประสบการณ์ทางตรง เพราะรอบตัวของผู้ฝึกนั้นเป็นการใช้ภาษาอย่างจริงจัง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ภาษาของตนเองในการสนทนา ถึงแม้ว่าในรอบ ๆ นั้น จะมีคนที่พูดภาษาเดียวกันกับผู้ฝึก เพราะจะทำให้การฝึกฝนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรหรือไม่ประสบความสำเร็จเลย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
นิรันดร์ สุขปรีดี, “การศึกษาอัตราความเร็วและความเข้าใจในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๐.
ประทีป วาทิกทินกร. ร้อยกรอง. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๔๒.
วรรณี โสมประยูร. การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๔.
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. นวัตกรรมตามแนวคิด Backward Design. มหาสารคาม : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๙.
สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. หลักและวิธีสอนอ่านภาษาไทย . พิมพ์ครั้งที่ ๕ . กรุงเทพฯ : บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, ๒๕๔๓.
เสริมพงศ์ วงศ์กมลาไสย, “การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง หลวงตาพลวง โดยใช้กิจกรรมกลุ่มแบบจิกซอว์และแผนผังความคิด ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕”, การศึกษาค้นคว้าอิสระ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๘.