นโยบายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑. เพื่อศึกษานโยบายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนา ๒. เพื่อศึกษานโยบายและพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการท่องเที่ยวประชารัฐในล้านนา ๓. เพื่อวิเคราะห์การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนาการวิจัยนี้ เป็นการวิจัยในเชิงคุณภาพ การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews) ในจังหวัด เชียงราย จังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ ผู้อํานวยการท่องเที่ยว ๓ ท่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓ ท่าน เจ้าอาวาส ๙ รูป รวมเป็นกลุ่มตัวอย่าง ๑๕ รูป/คนผลการวิจัย พบว่า
๑. นโยบายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนา พบว่า ภาครัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยวของประเทศโดยได้กําหนดกรอบการทํางานอยู่ ๒ เรื่องที่สําคัญของประเทศ คือ การกําหนดนโยบายสานพลังประชารัฐ กําหนดนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาลและกําหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐ ใน ๓ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวและยุทธศาสตร์ที่ ๓ การบริการจัดการท่องเที่ยว และ เป็นไปตามกลไกของนโยบายการพัฒนาสามพลังของประชารัฐซึ่งรัฐบาลได้น้อมนําหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาโดยเน้นภาคเศรษฐกิจ อาชีพ รายได้ความร่วมมือและชุมชนเข้มแข็ง รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ครอบคลุมระยะเวลาถึง ๓ ปี ต่อเนื่องถึงปัจจุบันและกําหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ดัชนีชี้วัด
๒. นโยบายและพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนาในภาพรวมในสามจังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัด พบว่า ทั้งสามจังหวัดได้ดําเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่งพัฒนาตามนโยบายภาครัฐมาตามลําดับ โดยจัดการท่องเที่ยวด้วยตัวเองจากต้นทุนที่มีอยู่ของแต่ละจังหวัดในลักษณะที่แต่ละวัดดําเนินการจัดการร่วมกับพระสงฆ์คณะกรรมการวัด โยมอุปัฏฐากวัด โดยใช้งบประมาณจากการงานบุญของวัดและเงินบริจาคของนักท่องเที่ยว สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นเข้าไปสนับสนุนให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษแก่มัคคุเทศก์อาสา โดยวัดที่อยู่ในพื้นที่เป็นผู้เชื้อเชิญภาครัฐเข้าไปมีส่วนร่วม และพบว่า ภาครัฐยังมีส่วนในการพัฒนาที่น้อยมากและยังไม่ครอบคลุมที่ภาครัฐบาลได้ประกาศนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ต่อการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพคนไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐
๓. การวิเคราะห์ผลนโยบายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประชารัฐในล้านนาเชิงเอกสาร พบว่า เป็นไปตามกลไกของนโยบายการพัฒนาสามพลังของประชารัฐซึ่งรัฐบาลได้น้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาโดยเน้นภาคเศรษฐกิจ อาชีพ รายได้ความร่วมมือและชุมชนเข้มแข็ง สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาลที่ประกาศให้ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ในส่วนของยุทธศาสตร์ พบว่า รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐ วิเคราะห์ผลในเชิงพื้นที่รายจังหวัดได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ล้วนแต่ดําเนินการจัดการท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยความร่วมมือของพระสงฆ์- สามเณรในวัดและคณะกรรมการวัด อาจารย์วัด ผู้รู้ในชุมชน สถานศึกษา ในส่วนของงบประมาณเป็นเงินทําบุญของวัดและเงินบริจาคของนักท่องเที่ยวและโยมที่อุปถัมภ์วัดเป็นสําคัญ ภาครัฐยังไม่มีงบประมาณสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยตรง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๐. กรุงเทพฯ. กรกฎาคม ๒๕๕๘.
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ ดร. และศรันยา แสงลิ้มสุวรรณ. รายงานวิจัย เรื่อง การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯและมหาวิทยาลัยบูรพา. ๒๕๕๕.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และคณะ. ผลงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดในกรุงเทพมหานคร”.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระนครศรีอยุธยา, ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒.