การเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนการกุศล ของวัดในพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างแรงจูงใจ, การปฏิบัติงานของครูบทคัดย่อ
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็น และ 2) ศึกษาแนวทางในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง วิธีดำเนินการวิจัย มี 2 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 148 รูป/คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธี Priority Needs Index (PNI) แบบปรับปรุง และการวิเคราะห์เนื้อหา 2) การศึกษาแนวทาง ในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง โดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 รูป/คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู พบว่า ครูมีความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ (1) สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน (2) การสร้างขวัญกำลังใจ (3) การพัฒนาบุคลากร (4) วัฒนธรรมองค์การ (5) การนิเทศการศึกษา (6) การประเมินผลการปฏิบัติงาน และ (7) การตั้งเป้าหมายในวิชาชีพ และ 2) ผลการศึกษาแนวทางในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู พบว่า (1) ด้านสภาพแวดล้อม ควรจัดหาวัสดุอุปกรณ์ช่วยในการปฏิบัติงาน มีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควรปรับปรุงห้องพักครูให้อยู่ในสภาพดี (2) ด้านการสร้างขวัญกำลังใจ ผู้บริหารควรจัดให้มีการให้โบนัส และการสร้างความมั่นใจในการเป็นครูเอกชน (3) ด้านการพัฒนาบุคลากร ควรมีการวางแผนการพัฒนาครู สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาครู จัดให้มีการอบรม สัมมนา เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักในภาระงานของตน
เอกสารอ้างอิง
กิจจา บานชื่น. (2560). มนุษย์สัมพันธ์ในองค์การ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ชัญญาภัค ดิเรกชนาสิน. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในโรงเรียนเทศบาล สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). สงขลา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
ทรงพล เจริญคำ. (2559). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ : โอเอสพริ้นติ้งเฮาส์.
ภูกมล นวนาทเจษฎา และ ธนีนาฏ ณ สุนทร. (2559). ความผูกพันของครูโรงเรียนเอกชนต่อสถานศึกษาระดับประถมศึกษาเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. 8(2), 195-205.
รังสรรค์ ศรีโคตร, ชวนคิด มะเสนะ, และเกริกไกร แก้วล้วน. (2563). รูปแบบการบริหารงานบุคคลโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 10(1), 1-7.
วลัยกร สีหาเสน. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนกลุ่มสหวิทยาเขตเมืองชลบุรี 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2562). ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาแห่งชาติ. เรียกใช้เมื่อ 23 พฤษภาคม 2563 จาก https://opec.go.th/index.php/2018/ 11/20/15075/.
สุวิมล ว่องวานิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิสิทธิ์ อภิญ. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดระยอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.
Aldag, RJ, & Kuzuhara, LW. (2002). OrganisationalBehaviourandManagement : AnIntegratedSkills Approach. South-Western : Thomson Learning.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.
Maslow, A. H. (1954). Motivation and Personality. New York : Harper.
Maw & Maw. (1964). Motivation. (Online). Retrieved fromwww.wikipedia.org/ wiki. March 21, 2020
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร


