การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ ๑ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใฝ่รู้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักศึกษาชั้นปี่ที่ ๑ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ ที่กําลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ จํานวนทั้งสิ้น ๙๒๖ คน ประกอบด้วย 4 สาขาวิชาดังนี้ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม และวิศวกรรมอุตสาหการ โดยมีการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling) จํานวน ๒๘๖ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามพฤติกรรมการใฝ่รู้และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) โดยใช้สูตรของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) และค่าสัมประสิทธิ์ถดถอยแบบพหุแบบปกติ (Multiple Regression Analysis) พบว่า
๑. พฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ มีระดับความเป็นจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการใฝ่รู้ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ถ้าจําแนกตามสาขาพบว่า นักศึกษาทุกสาขามีระดับความเป็นจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการใฝ่รู้ อยู่ในระดับมาก ยกเว้นสาขาวิศวกรรมเครื่องกล มีระดับความเป็นจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการใฝ่รู้ อยู่ในระดับปานกลาง
๒. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ ปัจจัยด้านการสนับสนุนด้านหลักสูตรและการสอน การสนับสนุนด้านครอบครัว และด้านทรัพยากรการเรียน มีระดับความเป็นจริงเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ในภาพรวม และจําแนกตามสาขาอยู่ในระดับมาก
๓. ปัจจัยการสนับสนุนด้านหลักสูตรและการสอน การสนับสนุนด้านครอบครัวและทรัพยากรการเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษา คือ หลักสูตรและการสอน การสนับสนุนด้านครอบครัว และทรัพยากรการเรียนได้เข้ามาส่งผล ต่อตัวแปรตาม คือ พฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษา ซึ่งตัวแปรทั้ง ๓ ตัว กระทําร่วมกัน ทําให้ค่าสหสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นเป็น .๘๘๙ (R) และสามารถอธิบายถึงระดับที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษา ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๙.๑๐
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์. ลายแทงนักคิด. พิมพ์ครั้งที่ ๑๑ กรุงเทพฯ : ซัคเซส มีเดีย, ๒๕๕๖.
ดุจเดือน พันธุมนาวิน. ปัจจัยเชิงเหตุของพฤติกรรมใฝ่รู้และใฝ่ดีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นตามแนวทฤษฎีปฏิสัมพันธ์นิยม. รายงานการวิจัย. คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ๒๕๕๐.
ภาไพกาญน์ อินทร์น้อย และคณะ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.รายงานการวิจัย, ๒๕๕๙.
วิจารณ์ พานิช. สนุกกับการเรียนในศตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, ๒๕๕๖.
รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณลักษณะการคิดนอกกรอบของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ๑๐(๒), ๒๕๕๘.
สุวิมล อุไกรษา และชีพสุมน รังสยาธร. สัมพันธภาพในครอบครัวความสามารถในการฟันฝ่าอุปสรรคและการป้องกันความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ. วารสารวิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์, ๓๐(๒), ๒๕๕๒.
อารี พันธ์มณี. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, ๒๕๔๓.
Briz-Ponce, L., Pereira, A., Carnalho, L., Juanes-Mendez J. A. & Garcia-Penalvo F. J. Learning with mobile technologies - Students’ behavior. Computers in Human Behavior, 72(1), 2017.
Che Noraini Hashim & Hasan Langgulung Che Noraini Hashim & Hasan Langgulung. Islamic religious curriculum in Muslim countries: The experiences of Indonesia and Malaysia. Bulletin of Education & Research, 30(1), 2008.
Fisher (2005) Fisher, K.. Linking pedagogy and space. Department of education and training. Melbourne, Australia. [ออนไลน์], แหล่งที่มา : Eduweb.vic.gov.au/edulibrary. สืบค้นวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
Fisher, K. (2010). Technology – Enabled Active Learning environments : an appraisal. University of Melbourne: Australia. [ออนไลน์], แหล่งที่มา : http://www.oecd.org/education/innovation-education. สืบค้นวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑.
Muntner, M. (2008). Teacher-Student Interactions : The Key to Quality Classrooms. The University of Virginia, Center for Advanced Study of Teaching and Learning (CASTL). [ออนไลน์], แหล่งที่มา : http://www.readingrockets.org/article. สืบค้นวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๑.
Prensky, M. The role of technology in teaching and the classroom. Educational Technology, 48(6), 2008.
Rahma Bourqia. The role of the family in the 21st century- An Islamic point of view. Helmut Reifeld (Ed.) chapter from book Marriage, Family and Society – a Dialogue with the Islam. Germany : Konrad-Adenauer-Stiftung e.V.,2006.
Webb, A., & Moallem, M. Feedback and feed-forward for promoting problembased learning in online learning environments. Malaysian Journal of Learning and Instruction, 13(2), 2016.