กระบวนการส่งเสริมการรักษาศีล ๕ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย

Main Article Content

พระชวลิต จิรวฑฺฒโน
พระครูโกศัยพัฒนบัณฑิต,ผศ.ดร.

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (๑) เพื่อศึกษาหลักศีล ๕ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท (๒) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคในการรักษาศีล ๕ ของประชาชนในตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย (๓) เพื่อศึกษากระบวนการส่งเสริมการรักษาศีล ๕ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตต๋ำบลแม่ต๋ า อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีโดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth Interview) ผลการวิจัย พบว่า


๑. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลระดับความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาและอุปสรรค ในการรักษาศีล ๕ ของประชาชนในตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โดยภาพรวม พบว่า มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = ๓.๖๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ปัญหาอุปสรรคในการรักษาศีล ๕ ของประชาชนในศีลข้อที่ ๑ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (𝑥̅= ๓.๖๔) ในประเด็นเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ส่งผลต่อการฆ่าสัตว์ และการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง รองลงมาคือ ศีลข้อที่ ๓ สื่อต่าง ๆ ส่งต่อผลกระทบต่อพฤติกรรม และการแต่งตัวในสังคมเปลี่ยนไป ศีลข้อที่ ๔ พูดโกหกเพื่อเอาตัวรอด และพูดระรานคนอื่นด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ศีลข้อที่ ๒ ขาดการอบรมทางคุณธรรมจริยธรรม และสังคมในปัจจุบันทำให้ต้องเอาตัวรอด ศีลข้อที่ ๕ สังคมไทยเป็นสังคมสังสรรค์มีการวางจำหน่ายสุรายาเสพติดให้โทษเป็นจำนวนมากและสามารถหาซื้อได้ง่าย


๒. กระบวนการส่งเสริมการรักษาศีล ๕ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในเขตตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย จากการวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษา สภาพปัญหาและอุปสรรคในการรักษาศีล ๕ เพื่อนำมาพัฒนากระบวนการในการส่งเสริมเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น พบว่าศีลข้อที่ ๑ ด้านหลักประกันชีวิตใช้กระบวนการจัดอบรมเข้าค่ายปฏิบัติธรรม และให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตามหลักศีล ๕ ศีลข้อที่ ๒ ด้านทรัพย์สิน ใช้กระบวนการจัดอบรม การมีส่วนร่วมในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่เดิม จะสามารถนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับทุกครอบครัว ศีลข้อที่ ๓ ด้านครอบครัว ใช้กระบวนการจัดโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน การเข้าค่ายพุทธบุตร เน้นสร้างศีลธรรมให้เกิดขึ้นในตัวของเยาวชน ศีลข้อที่ ๔ ด้านสังคม ใช้กระบวนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งกันและกัน ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน และการฝึกสมาธิศีลข้อที่ ๕ ด้านสุขภาพ ใช้กระบวนการจัดกิจกรรมสันทนาการสานสัมพันธ์ในชุมชน รณรงค์สร้างคุณค่าให้แก่ผู้เลิกดื่มสุราและเลิกเสพยาเสพติดด้วยการสร้างก าลังใจ และให้การยอมรับ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิรวฑฺฒโน พ., & พระครูโกศัยพัฒนบัณฑิต,ผศ.ดร. (2018). กระบวนการส่งเสริมการรักษาศีล ๕ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 4(1), 53–65. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jgrp/article/view/4233
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คสช. คู่มือแนวทางการดำเนินงานตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ระยะที่ ๓ (ระยะยาว). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทารงพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕”, ๒๕๕๘.

พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์ (ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล). คนมีศีล ดินมีปุ๋ย. เชียงใหม่ : บริษัทนันทพันธ์ปริ้นติ้ง จำกัด, ๒๕๕๙.

วิไลพร อุ่นเจ้าบ้าน. “ศึกษาพฤติกรรมการนำศีล ๕ ไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน). ฝึกใจ, พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์ธรรมะ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิ่งซิ่ง, ๒๕๕๗.

สุวิมล ติรกานันท์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๕.

อภินันท์ จันตะนี. การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับการวิจัยทางธุรกิจ. ฝ่ายบัณฑิตศึกษาคณะวิทยาการจัดการ : มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา, ๒๕๔๙.

อมร อำไพรุ่งเรือง. “การศึกษาพฤติกรรมการรักษาและการละเมิดศีล ๕ ของพุทธศาสนิกชนกรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.