การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

Main Article Content

พระวิทวัส ธมฺมทีโป
พระครูสุนทรธรรมนิทัศน์,ผศ.ดร.

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ (๒) เพื่อศึกษาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง และหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ (๓) เพื่อบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง และหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการศึกษาจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า


(๑) แนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต โดยยึดหลักปฏิบัติทางสายกลาง มี ๒ อย่าง คือ (๑) ๓ ห่วง ได้แก่ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ในตัวที่ดี (๒) ๒ เงื่อนไข ได้แก่ เงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรมเป็นการพัฒนาที่มีความสมดุล และมีความยั่งยืน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล๕” กำหนดรูปแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปของการบูรณาการความร่วมมือทั้งจากคณะสงฆ์ ภาคส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน องค์กรสมาคมมูลนิธิ และภาคประชาชนเพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างสังคมประเทศชาติให้มีความปรองดองสมานฉันท์ ลดปัญหาความขัดแย้งสร้างความมั่นคงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้สังคมสงบร่มเย็นและเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน


(๒) ชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถสร้างความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งครอบครัวและชุมชน มีผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ทำให้ประชาชนมีจิตสำนึก และได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ถิ่นกำเนิดของตนเอง ด้วยการสร้างความสามัคคี ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข มีความรักความเข้าใจ เคารพในความคิดเห็นของกันและกัน มีความเอื้อเฟื้อเป็นสังคมเครือญาติ และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ เห็นคุณค่า และประโยชน์ในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข


(๓) การบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ศีลข้อ ๑ ปลูกฝังให้คนในชุมชนเกิดความรักความสามัคคีกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมกับชุมชน คือ โครงการหมู่บ้านบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ศีลข้อ ๒ มุ่งเน้นให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชุมชนโดยยึดหลักความร่วมมือร่วมใจแก้ไขปัญหา ศีลข้อ ๓ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ประชาชนและเยาวชนในชุมชนให้ดำเนินชีวิตตามหลักของพระพุทธศาสนา ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ศีลข้อ ๔ การปลูกจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของคนในชุมชนมีความซื่อสัตย์สุจริต และใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนอย่างเป็นปกติสุข ศีลข้อ ๕ การเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจ โดยนำหลักการทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นเครื่อง ยึดเหนี่ยวจิตใจประชาชนในชุมชน ดังนั้น การส่งเสริมให้คนในชุมชนสามารถดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลักทางสายกลางให้ทุกคนในชุมชนมีความรัก สามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นคง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธมฺมทีโป พ., & พระครูสุนทรธรรมนิทัศน์,ผศ.ดร. (2018). การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของชุมชนตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 4(1), 66–78. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jgrp/article/view/4230
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม. ๘๐ พรรษาเทิดไท้องค์ราชัน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด, ๒๕๕๐.

พระใบฎีกาสุพจน์ ตปสีโล. “การพัฒนาชุมชนที่ยั้งยืน: การเชื่อมโยง ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์”. รวมบทความวิชาการ พระพุทธศาสนา ปรัชญา บูรณาการกับศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐.

พิศิษฐ์ โจทย์กิ่ง. ๒๐๙ ค าสอนพ่อเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, ๒๕๕๑.

สุเมธ ตันติเวชกุล. ใต้เบื้องพระยุคบาท. กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๔.

สุวิมล ติรกานันท์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๕.