การปรับปรนทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ในอําเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ช่องภูดู่ ภายใต้กระแสการพัฒนา ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลง ลักษณะการปรับปรน ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการปรับปรนทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของคนในท้องถิ่น และเพื่อจัดทําข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปัญหาของส่วนราชการและคนในท้องถิ่นต่อการเกิดขึ้นของจุดผ่านแดนถาวรช่องภูดู่ภายใต้กระแสการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จํานวน ๔๐๐ คน ที่อาศัยอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน ๔ แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลตําบล บ้านโคก องค์การบริหารส่วนตําบลนาขุม องค์การบริหารส่วนตําบลบ่อเบี้ย องค์การบริหารส่วนตําบล ม่วงเจ็ดต้นของอําเภอบ้านโคก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒. ส่วนราชการ ๓. สถาบันการศึกษา และ ๔. เอกชน โดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คือ แบบสอบถามทําการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ผลการศึกษาดังนี้
๑. สภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นต่อการเกิดขึ้นของจุดผ่านแดนถาวรช่องภูดู่ รวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง การเปลี่ยนแปลง รูปแบบโครงสร้างทางสังคมและพฤติกรรมทางสังคม ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง การเปลี่ยนแปลงแบบแผนทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ประเพณี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ๒. ลักษณะการปรับปรนทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นต่อการเปิดจุดผ่านแดนด่านถาวรช่องภูดู่ ชุมชนท้องถิ่นมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ทําให้ส่งผลกระทบทางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศชุมชนท้องถิ่นชายแดน มีความคิดเห็นว่าผลกระทบทางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศต่อการเตรียมสู่ประชาคมอาเซียนของชุมชนท้องถิ่นชายแดนอยู่ในระดับปานกลางในมุมมองของเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนเห็นว่าผลกระทบทางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศต่อการเตรียมสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งด้านลักษณะอาชีพและรายได้ การถือครองที่ดิน เป็นต้น ๓. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพบว่า ตัวแปรอิสระที่ศึกษาทั้งหมด ๙ ชุด มีเพียง ๖ ชุดเท่านั้น คือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economy) ปัจจัยด้านทัศนคติที่มีต่อวัฒนธรรม (Atti) ปัจจัยด้านสังคม (Social) ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (Culture) ปัจจัยด้านนิเวศวิทยา (Ecology) และปัจจัย ด้านประชากร (Popula) ที่สามารถอธิบายการผันแปรของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นต่อการเกิดขึ้นของจุดผ่านแดนถาวรช่องภูดู่ ด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ และ ๔. แนวทางในการแก้ไขปัญหาของส่วนราชการและคนในท้องถิ่นต่อการเกิดขึ้นของจุดผ่านแดนถาวรช่องภูดู่ จากการศึกษาพบว่า หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานเอกชนมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบเชื่อมโยง ๔ ด้าน ได้แก่ การเชื่อมโยงทางกายภาพ (Physical linkage) การเชื่อมโยงทรัพยากรมนุษย์ (Human linkage) การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Economic linkage) การเชื่อมโยงทางการเมือง (Political linkage)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
พระพิมลธรรม แดงทอง. “การเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของตําบลบางใบไม้ อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี”. รายงานวิจัย. สุราษฎร์ธานี, ๒๕๔๘.
พุทธินันทน์ บุญเรือง. “การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์”. รายงานวิจัย. อุตรดิตถ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, ๒๕๕๗.
มหาวิทยาลัยสงขลาราชนครินทร์. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://www.trang.psu.ac.th/asean/ ?p=83 [๒๖ ต.ค. ๒๕๕๘].
ศิริลักษณ์ ตนะวิไชย. “การเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบนกับการดําเนินงานการศึกษานอกระบบ”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,๒๕๓๔.
สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.jpp.moi.go.th/detail.php? section=3&id=18 [๒๖ ต.ค. ๒๕๕๘].
อัมราภรณ์ ศรีกาญจนพัฒน์. “ผลกระทบการค้าชายแดนภาคเหนือตอนบนด้านอําเภอเชียงของ ที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจท้องถิ่นภายใต้การเตรียมสู่ประชาคมอาเซียน”. วิทยานิพนธ์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๕.