การพัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาความสามารถการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและสื่อดิจิทัล
คำสำคัญ:
การพัฒนาศักยภาพครู, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, สื่อดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาในการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและสื่อดิจิทัล 2) หาแนวทางในการพัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาความสามารถการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และสื่อดิจิทัล 3) พัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาความสามารถการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและสื่อดิจิทัล โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน แบบสังเกต การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละความก้าวหน้า
ผลวิจัยพบว่า
1. สภาพและปัญหาในการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ครูขาดสื่อการเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ขาดเทคนิคการสอนใหม่ ๆ รวมทั้งครูบางคนยังไม่เคยมีประสบการณ์การสอนภาษาไทยมาก่อน ไม่มีโอกาสได้ปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอนกับเพื่อนครูที่สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับชั้นเดียวกัน เนื่องจากครูยังขาดการปรึกษาหารือวางแผนร่วมกันในการแก้ปัญหาเรื่องการอ่านและการเขียนของนักเรียนอย่างจริงจัง ส่วนด้านนักเรียน พบสภาพปัญหาว่า นักเรียนยังมีปัญหาการอ่านออกเขียนได้
2. แนวทางในการพัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาความสามารถการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและสื่อดิจิทัล ได้ดำเนินการ 2 วงรอบ โดยใช้แนวทางในการพัฒนา 3 คือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการนิเทศภายใน
3. ผลการพัฒนาศักยภาพครูในการพัฒนาความสามารถการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและสื่อดิจิทัล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ครูผู้สอนสามารถพัฒนาความสามารถด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนเพิ่มขึ้น และนักเรียนมีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้หลังการพัฒนาสูงกว่า ก่อนพัฒนา
เอกสารอ้างอิง
นริศ ภูอาราม. (2560). การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับเครือข่ายโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นพรัตน์ ธิสานนท์. (2559). ผลการใช้บทเรียนออนไลน์ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานผ่านการเล่าเรื่องด้วยสื่อดิจิทัลสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ : สุรีวีริยสาส์น.
พระสาโรจน์ ธีรภทฺโท. (2561). การใช้สื่อดิจิทัลเพื่อจัดการสอนศีลธรรมสำหรับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภานุมาศ นักษัตรมณฑล. (2556). การพัฒนาเลิร์นนิ่งอ็อบเจกต์บนแท็บเล็ต วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง รูปสามเหลี่ยม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตร.
วรากร หงษ์โต. (2553). การพัฒนารูปแบบชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้เพื่อการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์(วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สิริญากร รักเสมอวงศ์. (2554). การพัฒนาศักยภาพครูด้านการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน โรงเรียนบ้านหนองแปน อำเภอศิลป์เจริญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สมรักษ์ ทิวงศ์ษา. (2550). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อความเข้าใจด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปางอ้า (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุดสาคร ไชยมัชชิม. (2554). การพัฒนาศักยภาพครูในการผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์โรงเรียนบ้านนากุดสิม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2550). ร่างสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ : ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Rizvi, Gomez, Achaval, J., Kallen, S. D.,Cox,M. A., Richardson, V. L., Ng, M.N., Bernard. (2010). The impact of health beliefs on therapeutic adherence in patients with rheumatoid arthritis. Arthritis Rheumatism, 10, 87.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร


