ศึกษาเปรียบเทียบการเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ กับพระมหาสีสยาดอ
คำสำคัญ:
ศึกษาเปรียบเทียบ, การเจริญสติ, พุทธทาสภิกขุ, พระมหาสีสยาดอบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง “ศึกษาเปรียบเทียบการเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุกับพระมหาสีสยาดอ” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องสติตามหลักของพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาการเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุกับพระมหาสีสยาดอและ 3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุกับพระมหาสีสยาดอการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร
ผลการวิจัยพบว่า
1) สติตามความหมายในทางพุทธศาสนา แปลว่า ความระลึกได้,นึกได้,ความไม่เผลอ,การคุมใจไว้กับกิจหรือกุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือการปฏิบัตินั่นเองสติเป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติในทางพุทธศาสนาเพื่อการบรรลุถึงจุดหมายในการดับทุกข์คือ พระนิพพาน จากการศึกษาในพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก พบว่าหลักสติที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในหมวดธรรมต่างๆ มีเป็นจำนวนมาก แต่จะกล่าวถึงในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ และพบว่า สติ ยังมีความสัมพันธ์กับองค์ธรรมอื่น โดยการนำไปใช้ตีความหมายเปรียบเทียบ หรือทำหน้าที่ประกอบร่วมกับองค์ธรรมอื่น
2) การเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ พบว่า สติ คือ การแล่นไปมาแห่งความคิดที่ต้องแล่นไปพร้อมกับความรู้ซึ่งเกิดจากการศึกษาคือ ปัญญา ความจำ ความระลึกได้ สติ ที่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวถึงนั้น เป็นการตีความหมายในการนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต คือให้มีสติความระลึกได้ เป็นแนวการฝึกสติเบื้องต้น โดยการมีสติกำหนดรู้ให้เห็นถึงความเป็นจริงตามธรรมชาติที่เรียกว่าอนิจจัง ความไม่เที่ยงจนถึงการดับไปแห่งทุกข์ คือเป้าหมายสูงสุดในการนำไปสู่มรรคผลและนิพพาน ส่วนการเจริญสติตามทัศนะของพระมหาสีสยาดอ พบว่า พระมหาสีสยาดอนั้นได้เน้นการใช้หลักสติ สำหรับการปฏิบัติอย่างจำเพาะเจาะจง เน้นตีความหมายจากพระไตรปิฎก โดยเฉพาะมหาสติปัฏฐานสูตร อรรถกถา และพระสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมโดยสตินั้นจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดรู้ การระลึกรู้ ตามสภาวธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสติปัฏฐาน 4 คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เพื่อให้การเจริญวิปัสสนานั้นบรรลุผลขั้นสูง และมีปัญญาหยั่งถึงความจริงของชีวิต คือการดับทุกข์ และเข้าถึงพระนิพพาน
3) ผู้วิจัยทำการเปรียบเทียบการเจริญสติตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุกับพระมหาสีสยาดอ โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ (1) เปรียบเทียบด้านความหมายและความสำคัญ พบว่า มีข้อสรุปเหมือนกัน ในความหมายที่ว่า สติ แปลว่าแล่น และการระลึกรู้ (2) เปรียบเทียบด้านการเจริญสติ พบว่ามีข้อสรุปแตกต่างกัน การเจริญสติในทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุเน้นอานาปานสติ คือ การกำหนดลมหายใจเข้า-ออกในการกำหนดสภาวธรรม พระมหาสีสยาดอเน้นการเจริญสติตามสติปัฏฐาน 4 คือการพิจารณากำหนดรู้ธรรม 4 หมวด คือ กาย เวทนา จิต ธรรม (3) เปรียบเทียบด้านรูปแบบการเจริญสติพบว่า มีข้อสรุปเหมือนกันเพราะยึดแนวปฏิบัติตามพระไตรปิฎก แต่อธิบายในพระสูตรต่างกัน คือ อานาปานสติและมหาสติปัฏฐานสูตร ในการนั่งและอิริยาบถใหญ่ อิริยาบถย่อย (4)เปรียบเทียบจุดมุ่งหมายของการเจริญสติพบว่า สอดคล้องกัน คือมีการใช้หลักสติในการปฏิบัติทุกกิจกรรมในการดำเนินชีวิต ให้มีสติอยู่ในปัจจุบันขณะ เพื่อขจัดกิเลสให้หมดไปทำให้สามารถเข้าถึงธรรมได้ทั้งในระดับโลกิยะและโลกุตตระ กล่าวโดยสรุป ทัศนะเรื่องการเจริญสติของท่านพุทธทาสภิกขุและพระมหาสีสยาดอนั้นมีความสอดคล้องกันเกือบทุกด้าน มีแตกต่างกันในด้านของหลักพุทธธรรมที่มีความสัมพันธ์กับสติและมีแตกต่างในรายละเอียดแยกเฉพาะพระสูตรที่นำมาอธิบาย แต่ก็ยังคงใจความสำคัญไว้ครบถ้วนและจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ ผลของการเจริญสติหรือการฝึกสตินั้นทำให้เกิดความเป็นปกติ (ศีล) ความตั้งมั่น (สมาธิ) และเกิดปัญญาเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดาจึงเกิดการปล่อยวางและหลุดพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด
เอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ ๒๕๐๐. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). มหาสติปัฏฐานสูตร พระคันธสาราภิวงศ์ แปลและเรียบเรียง. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยรายวันการพิมพ์, ๒๕๔๙.
พุทธทาสภิกขุ. ตัวกู-ของกู. กรุงเทพฯ : สำนักงานพิมพ์เพชรประกาย, ๒๕๔๙.
พุทธทาสภิกขุ. ธรรมโฆษณ์ เล่ม อานาปานสติบรรยาย-อภิปราย-สัมมนา-สาธิต.พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๕๑.
พุทธทาสภิกขุ. ธรรมโฆษณ์ เล่มอานาปานสติภาวนา. พิมพ์ครั้งที่ ๑๓. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๑๓.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

