รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังวิถีพุทธ
คำสำคัญ:
รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, วิถีพุทธบทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังก่อนและหลังได้รับการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ และเปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระหว่างกลุ่มที่ได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จำนวน 60 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม (Randomization) เป็นกลุ่มทดลองจำนวน 30 ราย และกลุ่มควบคุม 30 ราย กลุ่มทดลองได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ วัดพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง วิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมสุขภาพก่อนและหลังได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้สถิติการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. หลักการ 2. เป้าหมายและวัตถุประสงค์ 3. เนื้อหา 4. วิธีการจัดกิจกรรม สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 5. การวัดและการประเมินผล มีประสิทธิภาพตามสูตร E1/ E2 = 83.78/85.56 2) ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในกลุ่มทดลองหลังได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่าก่อนได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (p< 0.01) 3) ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกลุ่มที่ได้รับรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ มีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่ากลุ่มหลังได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (p< 0.01) 4) ความพึงพอใจของผู้ที่ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังวิถีพุทธอยู่ในระดับมาก (= 4.31, S.D. = 0.14)
เอกสารอ้างอิง
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2539). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร : บริษัท สหธรรมิก.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สถิติโรงพยาบาลลี้. (2565). สถิติสาธารณสุข 2565. ลำพูน : ผู้เขียน.
สำนักโรคไม่ติดต่อ. (2565). รายงานประจำปี 2565. กรุงเทพมหานคร : องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
อุไรวรรณ พลจร. (2558). ผลการสวดมนต์แบบพุทธต่อความวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาที่ได้รับเคมีบำบัด.พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
Elliot,Dacher. (1966). Intentional Healing.PNI : Paragon. : 345-355.
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2023). Global strategy for the
diagnosis management and prevention of chronic obstructive pulmonary disease.Updated 2023. เรียกใช้เมื่อ 10 มีนาคม 2566จาก http://www. Gold COPD. Org/uploads/users/files/GOLD –Report-2023-Jan23.pdf.
Jordan &Devinyton .(1995).Psychological Correlates of Eidetic Imagery and Induced Antiety Journal of Mental Ima- gery.May : 86(2), 283-300.
Kobat-Zinn, J, et al.(1985). The Clinical Use of Mindfulness Meditation for the Self regulations of Chronic Pain . J. Behav. Med. Jun. 8(2), 163-190.
Zamarra J.(1996). Usefulness of the transcendental meditation program in the treatment of patients with coronary Disease. AM. J. Cardinal. (35), 222-230.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

