รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในชุมชนกะเหรี่ยง : กรณีศึกษา ชนเผ่ากะเหรี่ยงในเขตตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การเผยแผ่, พระพุทธศาสนา, ชุมชนกะเหรี่ยงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในชุมชนกะเหรี่ยงของพระสงฆ์ ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 2) เพื่อศึกษารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในชุมชนกะเหรี่ยง ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาภาคเอกสาร และการศึกษาภาคสนามสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ พระสงฆ์ และประชาชนในชุมชนกะเหรี่ยง จำนวน 4 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 16 รูป/คน แล้วนำมาวิเคราะห์ผลการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า
1. ด้านสภาพปัญหาและอุปสรรคการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในชุมชนกะเหรี่ยงของพระสงฆ์ ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีประเด็นที่สำคัญ 4 ประเด็น คือ 1. ด้านความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องการนับถือผี ขัดกับหลักพระพุทธศาสนา 2. ด้านภาษาสื่อสารที่ใช้นั้น มีความลำบากในการสื่อสารเพราะพื้นฐานต้องใช้ภาษากะเหรี่ยงในชุมชน 3. ด้านวิธีการเผยแผ่ ที่ไม่เอื้อหรือไม่เข้ากับวิถีความเชื่อดั้งเดิมที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต และความสัมพันธ์ที่ห่างไกลของบ้านและวัด 4. ด้านศาสนบุคคล มีปัญหาด้านศาสนบุคคลคือพระสงฆ์ผู้ที่เป็นนักเผยแผ่ที่ไม่เพียงพอ อีกทั้งด้านคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่เป็นนักเผยแผ่ยังไม่มีองค์ความรู้มากพอที่จะสามารถบูรณาการการทำงานหรือการเข้าถึงชุมชนได้มากเท่าที่ควร
2. ด้านรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในชุมชนกะเหรี่ยง : กรณีศึกษาชนเผ่ากะเหรี่ยงในเขตตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ พบว่า แนวคิดหลักในการเผยแผ่ของพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในชุมชนกะเหรี่ยงในเขตตำบลแม่เกิ๋ง เป็นการทำงานด้านพระพุทธศาสนาเพื่อช่วยเหลือสังคมหรือเพื่อประโยชน์สุขต่อสังคม โดยการออกไปเผยแผ่ให้ความรู้ให้ธรรมะอนุเคราะห์สงเคราะห์ประชาชนตามสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่ ภายใต้กฎมหาเถรสมาคม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามพันธกิจของการบริหารกิจการคณะสงฆ์ 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการปกครอง 2) ด้านการศาสนศึกษา 3) ด้านการศึกษาสงเคราะห์ 4) ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 5) ด้านการสาธารณูปการ และ 6) ด้านการสาธารณะสงเคราะห์ มีการดำเนินงานให้ครอบคลุมโดยการจัดกิจกรรมโครงการผ่านหน่วยการทำงาน คือ หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ด้วยพันธกิจ 8 ด้าน คือ ด้านศีลธรรมจริยธรรม, ด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี, สุขภาพอนามัย, สัมมาชีพ, สันติสุข, การศึกษาสงเคราะห์, การสาธารณสงเคราะห์, กตัญญูกตเวทิตาธรรม และสามัคคีธรรม ให้กับศรัทธาประชาชน/นักเรียน/นักศึกษาในเขตตำบลแม่เกิ๋ง
เอกสารอ้างอิง
พระครูสิริสุตาภิมณฑ์ (ศุภชัย คำปัน) และวันทนีย์ จันทร์เอี่ยม. (2560). แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระภิกษุและสามเณรชนเผ่าในเขตการปกครองคณะสงฆ์ภาค 7. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี. 10(22), 47-59.
พระปลัดสุชาติ ชิหมื่อแปร. (สุวฑฺฒโก).(2560). ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพิภพ แพงท้าว. (2563). การบริหารการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์ในจังหวัดนนทบุรีตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต). ปทุมธานี : มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
พระไพศาล วิสาโล. (2546). พุทธศาสนาไทยในอนาคต แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
พระมหาศรีพยัคฆ์ กงพาน. (2562). รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของนักเผยแผ่ที่สอดคล้องกับสังคมไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.
พระราชเมธี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ). (2565). การพัฒนาพระสังฆาธิการ. กรุงเทพมหานคร : ดำรงการพิมพ์.
พระศรีพัชโรดม (ลักษณะ กิตฺติญาโณ). (2560). รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ในสังคมไทย. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์. 13(2) 335-346.
สถาบันวิจัยชาวเขา กองสงเคราะห์ชาวเขา กองวิชาการ. (2538). 30 ป พระธรรมจาริก. กรุงเทพมหานคร : กองสงเคราะห์ชาวเขา.
สุวิมล ติรกานันท์. (2555). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลแม่เกิ๋ง. (2564). “ข้อมูลทั่วไปของตำบลแม่เกิ๋ง”. แพร่ : อปต.แม่เกิ๋ง. (เอกสารอัดสำเนา).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

