พิธีกรรมพื้นบ้าน : ศึกษาวิเคราะห์คติความเชื่อและการถ่ายทอดภูมิปัญญาทางพิธีกรรมขึ้นท้าวทั้ง 4 สู่เยาวชนในจังหวัดแพร่

ผู้แต่ง

  • อภิชา สุขจีน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่
  • พระอนุสรณ์ กิตฺติวณฺโณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่

คำสำคัญ:

พิธีกรรมพื้นบ้าน, คติความเชื่อ, พิธีกรรมขึ้นท้าวทั้ง 4

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมขึ้นท้าวทั้ง 4 ของชุมชนในจังหวัดแพร่ 2) เพื่อศึกษาคติความเชื่อในพิธีกรรมขั้นท้าวทั้ง 4 ของชุมชนในจังหวัดแพร่ 3) เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาทางพิธีกรรมขึ้นท้าวทั้ง 4 สู่เยาวชนในจังหวัดแพร่ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) โดยการลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึก และจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเชิงปฏิบัติการ

          ผลการวิจัยพบว่า

          1) พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่เป็นประเพณีบวงสรวงท้าวจตุโลกบาล พระอินทร์ และพระแม่ธรณี รวม 6 องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของงานและชุมชน สืบทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคเหนือ โดยจัดก่อนงานมงคลต่าง ๆ การจัดพิธีต้องอาศัยความร่วมมือของชุมชน ทั้งการเตรียมเครื่องบูชา อาหาร และตุง มีการสร้างแท่นไม้ และวาง “สะตวง” 6 กระทงเพื่อถวายแด่เทพทั้งหก อาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะอัญเชิญเทพให้มาคุ้มครองและดลบันดาลความผาสุกร่มเย็นแก่ทุกคนในงาน

          2) พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่ในจังหวัดแพร่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงและอัญเชิญเทพผู้คุ้มครองโลกให้ดูแลบ้านเมือง สะท้อนความเชื่อผสมผสานพุทธ พราหมณ์ร่วมกับความเชื่อเรื่องผีพื้นบ้าน ใช้เครื่องสังเวย “สะตวง” อาหาร ข้าวเหนียว แกงหวาน หมากพลู ดอกไม้ และธงสีต่าง ๆ นิยมประกอบก่อนงานมงคล เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานบุญ ปีใหม่ เพื่อเสริมความมั่นใจและความเป็นสิริมงคล พิธีนี้แสดงถึงความศรัทธา ความกตัญญู และความผูกพันกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่
สืบทอดยาวนาน

          3) การถ่ายทอดพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่สู่เยาวชนแบ่งเป็น 5 กระบวนการหลัก เริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้ผ่านผู้รู้ในชุมชน ถ่ายทอดประวัติและความเชื่อของพิธี ให้เยาวชน
มีประสบการณ์จริงในการเตรียมงาน ฟ้อนรำ ตีกลอง และอัญเชิญท้าวทั้งสี่ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างรุ่น ทั้งองค์ความรู้ คำบูชา และคุณค่าทางจิตวิญญาณ ใช้สื่อยุคใหม่และกิจกรรมชุมชนเพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมและความสำคัญของพิธีกรรม

          ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูพิธีกรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ในชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบการถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชนในรูปแบบเชิงปฏิบัติการที่สามารถประยุกต์ใช้กับประเพณีอื่นได้ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กันกวินต์ ทัดทาน. (2562). ความเชื่อเรื่องเทวดาที่มีอิทธิพลต่อล้านนา. วารสาร มจร หริภุญชัยปริทรรศน์, 3(1), 1-9.

คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2567). เทศกาลและพิธีกรรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

เดือน คำดี. (2545). ศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ธวัช ปุณโณทก. (2530). ความเชื่อพื้นบ้านอันสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในสังคมอีสาน ในวัฒนธรรมพื้นบ้าน : คติความเชื่อ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันทนา ขุนภักดี. (2530) การวิเคราะห์ความเชื่อของชายไทยในสวัสดิรักษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บุญลือ วันทายนต์. (2518). สังคมวิทยาศาสนา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ผ่องศรี ชุมพูวัง และคณะ. (2564). การศึกษาคติความเชื่อการใช้ต๋าแหลวของชุมชนแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ (การศึกษาอิสระปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต). แพร่ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่.

พระครูมหาสิงค์. (2555). เก่าดี ประเพณีและวัฒนธรรมล้านนาแต่โบราณ. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.

พระครูปลัดวชิระ วชิรญโณ และคณะ. (2564). รูปแบบการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในประเพณีเชิงพุทธของประชาชนในจังหวัดสุรินทร์. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 7(1), 27-40.

สามารถ ใจเตี้ย. (2561).การสื่อสารพิธีกรรมล้านนาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารวิชาการ นวัตกรรมสื่อสารสังคม, 6(2), 142-151.

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่. (2562). ภูมิปัญญาท้องถิ่นและประเพณีจังหวัดแพร่. กรุงเทพฯ : กระทรวงวัฒนธรรม.

สำนักงานวัฒนธรรมเชียงใหม่. (2548). ปริศนาธรรมในพิธีกรรมล้านนา. เชียงใหม่ : ธาราทองการพิมพ์.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-11

รูปแบบการอ้างอิง

สุขจีน อ., & กิตฺติวณฺโณ พ. (2026). พิธีกรรมพื้นบ้าน : ศึกษาวิเคราะห์คติความเชื่อและการถ่ายทอดภูมิปัญญาทางพิธีกรรมขึ้นท้าวทั้ง 4 สู่เยาวชนในจังหวัดแพร่. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 11(2), 33–46. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jgrp/article/view/3232